ความเย็นเยียบของอักขระเวทสีครามยังคงฝังแน่นอยู่หลังเปลือกตา แม้ว่าเรย์จะกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อขับไล่ภาพประหลาดนั้นออกไปแล้วก็ตาม หน้าต่างระบบใสโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเมื่อหกสิบวินาทีก่อนยังคงทิ้งร่องรอยความระทึกไว้บนผิวสัมผัสของอากาศรอบตัว ลมหายใจของเด็กหนุ่มถี่กระชั้นเล็กน้อยในขณะที่เขานั่งลงบนเก้าอี้ไม้เนื้อแข็งประจำตัวในห้องบรรยายประวัติศาสตร์เวทมนตร์
*‘ห้าสิบเก้า... ห้าสิบแปด...’* เสียงนับถอยหลังในหัวของเรย์ไม่ใช่เสียงของนาฬิกาจักรกลทั่วไป แต่มันคือเสียงสะท้อนก้องกังวานจากห้วงลึกของจิตวิญญาณที่เชื่อมโยงกับบางสิ่งที่เก่าแก่เกินกว่าประวัติศาสตร์หน้าไหนในห้องสมุดหลวงจะบันทึกไว้
เขากำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน การปฏิเสธการสังเวยหมายถึงการสูญเสียความทรงจำ—ชิ้นส่วนสำคัญชิ้นเดียวที่เหลืออยู่เกี่ยวกับครอบครัวที่เลือนหายไปในคืนเพลิงผลาญเมื่อสิบปีก่อน แต่วิธีการที่ระบบลึกลับนั้นเสนอมากลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายของพันธะสัญญาอันตรายที่เขาไม่อาจประเมินราคาได้
“ถ้ายังเหม่อมองอากาศธาตุแบบนั้นต่อไป เกรงว่าสมุดบันทึกของเธอคงจะกลายเป็นรังของแมลงปีกแข็งสีเงินไปเสียก่อนนะคะ คุณเรย์”
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงด้วยความเฉียบคมดังขึ้นเหนือศีรษะ เรย์สะดุ้งเล็กน้อย รีบดึงสติกลับมาแล้วเงยหน้าขึ้นมอง ผู้ที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะบรรยายไม่ใช่ศาสตราจารย์ชราหลังค่อมผู้มักจะบรรยายด้วยเสียงโมโนโทนเช่นเคย แต่เป็นร่างระหงในชุดคลุมยาวสีครามเข้มขลิบด้ายเงินสะท้อนแสงไฟเวท
อาจารย์เซเลน่า—อาจารย์สาวผู้เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งใหม่เมื่อต้นสัปดาห์นี้ เธอยืนประสานมือไว้เบื้องหน้า เส้นผมสีเงินยวงยาวสลวยรับกับดวงตาสีอเทอร์เนลที่ราวกับซ่อนประกายของดวงดาวนับพันไว้เบื้องหลัง ความงามของเธอนั้นประณีตและเยือกเย็นจนทำให้เหล่านักเรียนในห้องต่างพากันเงียบเสียงลงโดยอัตโนมัติ แม้กระทั่งเสียงพลิกกระดาษก็พลันเงียบหายไป
เรย์สบตากับอาจารย์สาวครู่หนึ่ง เขาสังเกตเห็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่คนอื่นมักมองข้าม—ปลายชายเสื้อคลุมของเธอยังมีร่องรอยเขม่าสีดำจาง ๆ ที่เกิดจากการปลดปล่อยพลังงานความร้อนสูง และกลิ่นอายเวทมนตร์ธาตุแสงบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากตัวเธอนั้นเจือจางด้วยกลิ่นอายของหอคอยบรรพกาล... สถานที่เดียวกับที่ปรากฏในหน้าต่างระบบของเขาเมื่อครู่
“ผมแค่วิตกกังวลกับเนื้อหาบทเรียนวันนี้ครับ... เอ๊ย หมายถึงค่ะ” เรย์เกือบหลุดปากใช้สรรพนามคุ้นชิน โชคดีที่เขาไหวตัวทันและเปลี่ยนหางเสียงเป็นสุภาพตามระเบียบปฏิบัติของสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ แม้จะรู้ว่าคนตรงหน้าอาจไม่ได้ใส่ใจเรื่องเล็กน้อยเช่นนั้นก็ตาม
เซเลน่าแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นงดงามแต่กลับไม่ไปถึงดวงตา คู่นัยน์ตาคู่สวยกวาดมองไปทั่วห้องเรียนก่อนจะหยุดนิ่งที่โต๊ะของเรย์นานกว่าปกติเล็กน้อย ราวกับเธอกำลังอ่านทะลุปรุโปร่งถึงความปั่นป่วนภายในจิตใจของเด็กหนุ่ม
“ความวิตกกังวลเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการเรียนรู้ค่ะ คุณเรย์” เซเลน่าก้าวเดินช้า ๆ ไปยังกระดานดำเวทมนตร์ ปลายนิ้วเรียวยาววาดอักขระตัวหนึ่งลงบนอากาศอย่างไร้ที่ติ แสงสีครามสว่างวาบขึ้นพร้อมกับตำราประวัติศาสตร์นับร้อยเล่มบนโต๊ะนักเรียนที่พร้อมใจกันลอยขึ้นสูงอย่างพร้อมเพรียง “เพราะมันหมายความว่า สมองและจิตวิญญาณของเธอกำลังพยายามทำความเข้าใจสิ่งที่เรายังไม่รู้แจ้ง”
บรรยากาศในห้องเรียนเริ่มกดดันขึ้นทีละน้อย เมื่ออักขระเวทที่เซเลน่าเขียนไม่ได้สลายตัวไปเหมือนเช่นเคย แต่มันกลับขยายตัวออกเป็นวงกว้าง แผ่ซ่านละอองแสงสีครามระยิบระยับปกคลุมไปทั่วทุกตารางเมตรของห้องบรรยาย เรย์รู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาบนหัวไหล่ ราวกับอากาศรอบตัวกำลังหนาแน่นขึ้นจนกลายเป็นของเหลว
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบสนามพลังเวทระดับสูงกำลังปรับสภาพพื้นที่...]*
*[คำเตือน: ภัยคุกคามไม่ทราบฝ่ายกำลังเข้าใกล้รัศมี 50 เมตร]*
เสียงแจ้งเตือนในหัวดังขึ้นอีกครั้ง แต่มันถูกกลบด้วยเสียงประกาศก้องจากเซเลน่า
“วันนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่อง ‘รอยต่อแห่งกาลเวลา’ และวิธีที่บรรพบุรุษของเราใช้ผนึกพลังงานมืดเมื่อเจ็ดร้อยปีก่อน” เซเลน่าหันกลับมามองเหล่านักเรียน น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิทแต่กลับทรงพลังจนทุกคนต้องกลั้นหายใจ “และเพื่อความสมจริงของการเรียนการสอน... เราจะทำการจำลองสถานการณ์จริงกันเสียหน่อยนะคะ”
ทันทีที่สิ้นคำพูด พื้นห้องหินอ่อนใต้โต๊ะของเรย์ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยร้าวสีทองแดงแตกแขนงออกเป็นริ้ว ๆ รอบขาโต๊ะของเขา กลิ่นอายโบราณที่คุ้นเคยพวยพุ่งขึ้นมาจากเบื้องล่าง ราวกับมีบางสิ่งกำลังพยายามตะกุยขึ้นมาจากใต้พื้นพิภพเพื่อทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของตน
นักเรียนคนอื่น ๆ เริ่มส่งเสียงร้องด้วยความตกใจและพากันถอยร่นไปชิดผนังห้อง แต่เรย์กลับขยับตัวไม่ได้—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะอักขระเวทสีครามจำนวนนับไม่ถ้วนได้พุ่งขึ้นมาตรึงข้อเท้าของเขาไว้กับพื้น ราวกับกุญแจมือที่มองไม่เห็น
“อาจารย์เซเลน่า! นี่มันหมายความว่ายังไงครับ... เอ๊ย ค่ะ!” เรย์พยายามคงน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าเหงื่อกาฬจะเริ่มซึมตามไรผม
เซเลน่าก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะของเรย์ทีละก้าว เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินดังสะท้อนก้องในความเงียบที่ถูกความตื่นตระหนกเข้าครอบงำ เธอย่อตัวลงเล็กน้อยให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับเด็กหนุ่มที่ถูกตรึงไว้ ดวงตาสีอเทอร์เนลคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าตื่นตัวของเรย์อย่างชัดเจน
“เด็กน้อยเอย... เธอคิดจริง ๆ หรือว่าการปรากฏตัวของเธอในหอคอยบรรพกาลเมื่อคืนก่อน เป็นเพียงเรื่องบังเอิญ?” เซเลน่ากระซิบเบา, น้ำเสียงของเธออบอุ่นแต่เยียบเย็นจนน่าขนลุก “กุญแจที่เธอถือครองอยู่... ถึงเวลาต้องไขประตูบานนั้นเสียทีนะคะ”
ก่อนที่เรย์จะทันได้เอ่ยปากถามคำถามใด ๆ พื้นเบื้องล่างก็ยุบตัวลงกลายเป็นหลุมลึกสีดำสนิท แสงสว่างจากเพดานห้องดับวูบลงเหลือเพียงแสงสีครามจากอักขระเวทที่เปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นรอบตัวอาจารย์เซเลน่า และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าต่างระบบที่เคยนับถอยหลังก็หยุดลง พร้อมกับข้อความใหม่ที่สว่างวาบขึ้นมาแทนที่
*[ภารกิจเร่งด่วน: เผชิญหน้ากับผู้พิทักษ์แห่งอดีต—ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบแรกของผู้สืบทอดสายเลือดแห่งหอคอยบรรพกาล]*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกับเรย์นะคะ!
เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ตำราที่ลืมเลือน•ตอนที่ 2
อาจารย์ใหม่ในคราบปริศนา
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ตำราที่ลืมเลือน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!