ปลายดาบสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟจากงานเทศกาล ก่อให้เกิดไอเย็นยะเยือกเสียดแทงผิวเนื้อจนเรย์ต้องกลั้นหายใจ เสียงเพลงบรรเลงครึกครื้นและเสียงหัวเราะของผู้คนนับร้อยในลานกว้างของโรงเรียนเวทมนตร์เซارคลาสราฟ ดูเหมือนจะถูกตัดขาดออกไปจากพื้นที่ตรงนี้ด้วยม่านพลังงานสีเทาหมองหม่นที่ใครบางคนกางเอาไว้
"ช้าไปก้าวเดียวสินะ... เจ้าหนูผู้สืบสายเลือดแห่งผู้กวาดล้าง"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบราวน้ำแข็งเอ่ยขึ้น พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลจากมานาธาตุความมืดที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของชายในชุดคลุมคลุมศีรษะ เรย์กัดฟันกรอด ความเจ็บแปลบที่ต้นคอจากการถูกคมดาบเฉียดผ่านเพียงเล็กน้อยทำให้เลือดสีแดงสดซึมออกมา แต่เขากลับไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย สมองของเด็กหนุ่มกำลังหมุนวนด้วยความเร็วสูงเพื่อประเมินสถานการณ์
ในงานเทศกาลโรงเรียนที่ควรจะเต็มไปด้วยความสุขและกลิ่นอายของเวทมนตร์ธาตุแสงอันอบอุ่น เหตุใดใจกลางงานกลับกลายเป็นสนามประหารส่วนตัวเช่นนี้ได้เล่าคะ?
เรย์กวาดสายตาผ่านเงาดำของเสาหินประดับ เปลวไฟสีฟ้าครามที่ปลายนิ้วถูกสะกิดขึ้นเบาๆ เพื่อเรียกใช้ทักษะการตรวจสอบอักขระ เขาสัมผัสได้ถึงโครงข่ายเวทมนตร์ลวงตาที่ซ้อนทับอยู่ถึงสามชั้น ชั้นแรกคือภาพมายาของงานรื่นเริง ชั้นที่สองคือเขตอาคมกักเก็บเสียง และชั้นที่สาม... คือกับดักดูดกลืนมานาที่กำลังทำงานอย่างเงียบเชียบ
"ถ้าฉันเป็นเจ้าหนูที่ช้าไปก้าวเดียวจริง... ป่านนี้ท่านคงไม่ได้ยืนพูดเท่ๆ อยู่ตรงนี้หรอกค่ะ" เรย์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยกระแสจิตเวทที่เตรียมพร้อมสวนกลับ ทันใดนั้น เขาก็พลิกข้อมือ ปล่อยอักขระโบราณรูปทรงวงแหวนซ้อนสามที่สลักไว้บนพื้นหินตั้งแต่อ่านสถานการณ์เมื่อครู่ให้ระเบิดออก!
*เปรี้ยง!*
ประกายแสงสีครามสว่างวาบขึ้นทำลายสมาธิของผู้บุกรุกชั่วขณะ แรงระเบิดเบาๆ ไม่ได้หวังผลเพื่อปลิดชีพ แต่เป็นการสร้างควันพรางตาและทำลายเขตอาคมชั้นที่สอง เพื่อให้เสียงของงานเทศกาลภายนอกทะลักกลับเข้ามา เรย์ไม่รอช้า เขาดีดตัวถอยหลังสามก้าว พลางคว้าตำราปกหนังเก่าแก่ที่เหน็บไว้ข้างเอวขึ้นมาเปิดออก อักษรเวทสีทองลอยละลิ่วออกมาปกป้องรอบกาย
ทว่า ผู้บุกรุกในชุดคลุมกลับไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่สะบัดมือเบาๆ คลื่นดาบสีดำก็กวาดเอาควันพรางตาสลายไปในพริบตา ดวงตาสีแดงฉานภายใต้ฮู้ดมองตรงมาที่เรย์ด้วยแววตาสสมเพชแกมทึ่ง
"ใช้ได้... สมกับที่เป็นเด็กที่อาจารย์เซเลน่าคอยปกป้อง แต่น่าเสียดายที่ความฉลาดเล็กๆ น้อยๆ นี้ จะช่วยชีวิตเจ้าได้อีกไม่นานนักหรอก"
ทันทีที่สิ้นคำพูดนั้น แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าของเรย์ก็สั่นสะเทือน โคมไฟเวทมนตร์ทั่วทั้งงานเทศกาลที่เคยส่องประกายอบอุ่น กลับเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม บรรยากาศรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยว ผู้คนในงานที่อยู่นอกม่านพลังงานเริ่มเคลื่อนไหวเชื่องช้าลงราวกับเวลาถูกแช่แข็ง นี่ไม่ใช่แค่การลอบสังหารธรรมดา แต่มันคือการ "ผนึกพื้นที่" ระดับสูงที่ต้องใช้พลังของนักเวทระดับปรมาจารย์หลายคนร่วมมือกัน!
"หมายความว่ายังไง... อาจารย์เซเลน่าเกี่ยวอะไรด้วย?" เรย์ถามเสียงเข้ม ดวงตาหรี่ลงอย่างใช้ความคิด
"อยากรู้ความจริงงั้นหรือ? ถ้าอย่างนั้นก็จงตามหาทางออกของเขาวงกตนี้ให้เจอ... ก่อนที่พิธีบูชายัญวิญญาณจะเริ่มต้นขึ้นก็แล้วกัน!" ร่างของชายปริมาณสลายกลายเป็นกลุ่มควันสีดำแล้วเลือนหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและเสียงหัวเราะก้องกังวานที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
เรย์ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความเงียบงันที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา ความกดดันรอบตัวลดลงชั่วขณะ แต่ความตึงเครียดในใจกลับพุ่งสูงถึงขีดสุด เขารีบก้มลงตรวจสอบคราบมานาที่หลงเหลืออยู่บนพื้น สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันทีเมื่อพบว่ามานานั้นเป็นรูปแบบเดียวกับที่เขาเคยเห็นในห้องทำงานของอาจารย์เซเลน่าเมื่อสัปดาห์ก่อน
*นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่? อาจารย์เซเลน่ากำลังซ่อนอะไรอยู่เบื้องหลังงานเทศกาลนี้กันคะ?*
ในขณะที่เรย์กำลังจะก้าวเท้าเพื่อสำรวจร่องรอยต่อไป เบื้องหน้าของเขาก็เกิดระลอกคลื่นสีทองสว่างจ้าขึ้น อากาศตรงหน้าบิดตัวเป็นวงกลมก่อนจะปรากฏร่างของหญิงสาวในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ เส้นผมสีเงินยวงสะท้อนกับแสงไฟสลัว กลิ่นอายอันคุ้นเคยและอบอุ่นแผ่ซ่านออกมาจนเรย์รู้สึกโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง
"อาจารย์เซเลน่า!" เรย์อุทานออกมาเบาๆ
อาจารย์สาวหันกลับมามองเขา แววตาสุกใสที่มักจะซ่อนความอ่อนโยนเอาไว้เสมอ ในยามนี้กลับฉายแววเคร่งเครียดและกังวลอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน มือเรียวบางเอื้อมมาแตะที่ไหล่ของเด็กหนุ่มเบาๆ เพื่อส่งผ่านพลังมานาฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ
"เด็กโง่... ฉันบอกแล้วไม่ใช่หรือคะว่าให้อยู่แต่ในโซนปลอดภัยของงาน ทำไมถึงดื้อรั้นตามกลิ่นอายมานาจนเข้ามาในเขตอาคมต้องห้ามนี้ได้ล่ะคะ?" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลตามเคย แต่กลับมีร่องรอยของความสั่นเครือเจืออยู่จางๆ
"ผมไม่มีทางเลือกครับ... เอ้ย... ค่ะ" เรย์เกือบเผลอหลุดปากพูดคำคุ้นเคยตามความเคยชิน แต่ก็รีบแก้คำพูดทันทีเมื่อเห็นสายตาคาดโทษเล็กๆ จากอาจารย์สาว "ถ้าผมไม่ตามมา คนที่ตกเป็นเป้าหมายอาจจะเป็นเพื่อนๆ หรือแม้แต่ตัวอาจารย์เองก็ได้นี่คะ"
เซเลน่าถอนหายใจเบาๆ เธอมองสำรวจร่องรอยการต่อสู้รอบตัว ก่อนจะหันกลับมาสบตาเรย์ตรงๆ แววตาคู่นั้นลึกล้ำราวกับมหาสมุทรที่เก็บงำความลับนับพันปี
"เรย์... สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในคืนนี้ ไม่ใช่แค่การก่อกวนงานเทศกาลธรรมดา แต่พวกมันกำลังใช้ 'ตำราแห่งพันธสัญญา' ที่สูญหายไป เป็นสื่อกลางในการเปิดประตูเชื่อมต่อกับมิติเบื้องล่าง และกุญแจสำคัญที่จะเปิดผนึกนั้นได้... ก็คือสายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเธอนั่นเองค่ะ"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ เรย์เบิกตากว้าง ความทรงจำสีขาวโพลนบางส่วนที่เคยเลือนหายไปเริ่มผุดขึ้นมาเป็นภาพรางๆ เสียงกรีดร้อง ความมืดมิด และอ้อมแขนที่อบอุ่นที่ปกป้องเขาไว้ในอดีต
ทว่า ก่อนที่เรย์จะได้เอ่ยถามอะไรเพิ่มเติม พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ท้องนภาเหนือโรงเรียนเวทมนตร์ที่เคยประดับด้วยพลุไฟแสนสวยงาม กลับถูกฉีกกระชากออกเป็นรอยแยกสีดำสนิท ขนาดยักษ์ ดวงตาสสีแดงฉานนับร้อยดวงลืมตาตื่นขึ้นท่ามกลางความมืดมิด พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปทั้งทวีป!
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบการปลุก "ราชาแห่งอבิส" ระดับ SSS กำลังเริ่มต้นขึ้น]
[เงื่อนไขบังคับ: ผู้สืบสายเลือดแห่งผู้กวาดล้างต้องเลือกเส้นทางระหว่าง "ผนึกความทรงจำและปกป้องปัจจุบัน" หรือ "ยอมรับพลังที่แท้จริงและทำลายล้างทุกสิ่ง"]
[เวลาที่เหลือก่อนการล่มสลายของเขตอาคมโรงเรียน: 00 นาที 59 วินาที...]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเรย์และอาจารย์เซเลน่าในบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ตำราที่ลืมเลือน•ตอนที่ 13
จุดเปลี่ยนของฤดูกาลเวทมนตร์
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ตำราที่ลืมเลือน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!