สถาปนิกหน้าตายกับโปรเจกต์หัวใจป่วน•ตอนที่ 3

กาแฟแก้วนั้นที่เธอทำหก

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
ซองพัสดุกันกระแทกสีน้ำตาลปึกนั้นยังวางนอนสงบนิ่งอยู่บนโต๊ะทำงานของฉัน สันปกกระดาษแข็งสีขาวขุ่นของรูปถ่ายโพลารอยด์ที่โผล่ออกมาครึ่งหนึ่ง สะท้อนแสงไฟนีออนสีนวลจากเพดานออฟฟิศจนแสบตา ข้อความหวัดๆ ด้วยปากกาเคมีสีแดงสดที่เขียนว่า *‘ระวังตัวไว้ให้ดี นกต่อที่บังอาจแย่งของรักคนอื่น!’* ยังคงกรีดลึกลงไปในโสตประสาทของฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ประโยคเตือนสติสั่นประสาทจากมีนผ่านปลายสายเมื่อครู่ยังดังก้องอยู่ในหัว *“พรีม... แกตั้งสติก่อนนะเว้ย ใครมันจะจิตวิปริตส่งรูปขู่ฆ่ามาที่โต๊ะทำงานกลางวันแสกๆ แบบนี้วะ ไปแจ้งความเถอะ!”* แต่ฉันยังไม่ได้ไปไหนทั้งนั้น เพราะในเวลานี้ หน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานของฉันกำลังกะพริบเตือนกำหนดส่งแบบร่างแปลนภายในของโปรเจกต์ ‘The Infinite’ ที่เหลือเวลาอีกไม่ถึงสามชั่วโมง และบุคคลที่ถือสิทธิ์ขาดในการอนุมัติแบบ ก็กำลังเดินก้าวเข้ามาในห้องประชุมเล็กด้วยสีหน้าเรียบเฉยราukกับรูปปั้นหินอ่อนที่เพิ่งแกะสลักเสร็จ “คุณพิมพ์มาดาครับ” เสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาของแทนไทดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงในชุดสูทสีเทาเข้มที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม “หวังว่าคุณคงไม่ได้เอาเวลาทำงานไปนั่งเหม่อลอยคิดเรื่องไร้สาระ จนลืมไปหรอกนะครับว่าเดดไลน์ส่งแบบร่างมันคือเที่ยงวันนี้” ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นเทาในอก มือเรียวที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความหวาดระแวงจากจดหมายขู่ยังไม่ทันจางหาย คุณสถาปนิกปากร้ายก็ขยันหาเรื่องมาประสาทกินได้ทุกวินาทีจริงๆ “ฉันทำงานเสร็จทันกำหนดแน่ค่ะคุณแทนไท ไม่ต้องมาจู้จี้จุกจิกเหมือนคนแก่หรอกค่ะ” ฉันเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาคมกริบมองตอบเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าหัวใจจะเต้นรัวด้วยความเครียดสะสมก็ตาม แทนไทหรี่ตามองฉันเล็กน้อย ริมฝีปากหยักได้รูปเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะที่เห็นแล้วอยากจะคว้าแฟ้มเอกสารฟาดหน้าสักที “ปากดีแบบนี้ค่อยสมเป็นคุณหน่อย... ดีล่ะ ไหนล่ะครับแบบร่างแก้ไขล่าสุด เอามาให้ผมดูสิว่ามันจะพังพินาศกว่าเดิมไหม” เขายื่นมือหนาออกมาแบรอรับแฟ้มงานจากฉัน จังหวะนั้นเองที่ฉันรีบหยิบแฟ้มบนมุมโต๊ะส่งให้เขา แต่เพราะความรีบร้อนและสมาธิที่กระเจิดกระเจิงจากเรื่องซองพัสดุเมื่อครู่ ปลายนิ้วของฉันจึงปัดไปโดนแก้วกาแฟอเมริกาโน่เย็นที่วางอยู่ใกล้กันจนคว่ำสนิท! *เพล้ง!* เสียงแก้วเซรามิกแตกกระจาย พร้อมกับของเหลวสีดำสนิทที่ไหลทะลักนองไปทั่วโต๊ะทำงานอย่างรวดเร็ว กลิ่นกาแฟคั่วเข้มพวยพุ่งขึ้นมาปะทะจมูกทันที “อุ๊ย!” ฉันอุทานเสียงหลง สะดุ้งโหยงจนเก้าอี้ไถลถอยหลังไปครึ่งก้าว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นกองกาแฟที่กำลังไหลนองไปทางเอกสารสำคัญและแล็ปท็อปของแทนไท แทนไทผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณทำให้เขาพยายามคว้าแล็ปท็อปของตัวเองหนี แต่น้ำกาแฟเย็นจัดปริมาณมากกลับราดรดลงบนข้อมือและแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดของเขาจนเปียกโชกเป็นวงกว้าง ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำกาแฟที่หยดติ๋งๆ ลงบนพื้นพรม ฉันยืนค้างเติ่ง อ้าปากพะงาบๆ สมองขาวโพลนไปหมด “เอ่อ... ฉัน... ฉันขอโทษค่ะ! ฉันไม่ได้ตั้งใจ!” ฉันรีบคว้าทิชชูบนโต๊ะมารัวเช็ดมือและแขนเสื้อให้เขาด้วยความลนลาน โดยลืมคิดไปว่าระยะห่างระหว่างเราตอนนี้มันใกล้ชิดกันมากแค่ไหน “หยุดก่อนครับคุณพรีม!” แทนไทครางต่ำในลำคอ เสียงดุๆ นั้นเต็มไปด้วยความหงุดหงิดระคนตกใจ แต่เมื่อมืออุ่นจัดของเขาเอื้อมมาจับข้อมือฉันไว้เพื่อหยุดการกระทำ ความวุ่นวายทั้งหมดก็เหมือนจะหยุดนิ่งลงไปดื้อๆ ดวงตาคมกริบสีเข้มคู่นั้นก้มลงมองฉันที่ยืนประชิดตัวเขาจนแทบจะจมหายไปในอ้อมอก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟพุ่งเข้าชนประสาทสัมผัสจนฉันเผลอกลั้นหายใจ ใบหน้าคมคายของสถาปนิกหนุ่มอยู่ห่างจากปลายจมูกฉันแค่คืบเดียวเท่านั้น จนฉันเห็นแพขนตายาวและหยดกาแฟที่กระเซ็นโดนกรอบหน้าคมเข้มของเขาได้อย่างชัดเจน “คุณ... ตัวเปียกหมดเลย” ฉันกระซิบเสียงแผ่ว ความมั่นใจทั้งหมดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่จะเถียงกลับเหมือนทุกที หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน แทนไทไม่ได้ถอยหนี เขากลับยืนนิ่ง ปล่อยให้ร่างสูงโปร่งบังแสงไฟจากเพดานจนเงาของเขาทาบทับร่างฉันไว้มิดชิด ดวงตาดุดันคู่นั้นอ่อนแสงลงชั่วขณะ ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมา “ซุ่มซ่ามจริง ๆ... มีเรื่องอะไรให้ต้องเหม่อขนาดนั้นฮึ?” น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดุเดือดอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับเจือไปด้วยความกังวลลึกๆ ที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาLมานิ่ง “ตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำแบบนี้... เป็นอะไรรึเปล่าครับ” คำถามที่อ่อนโยนผิดวิสัยนั้นเกือบจะทำให้กำแพงความเข้มแข็งของฉันพังทลายลง ฉันเม้มปากแน่น หลบสายตาดุที่ชวนให้ใจสั่นไหว ปมในใจเรื่องจดหมายขู่เกือบจะหลุดจากปากพูดออกไปอยู่แล้วเชียว ถ้าไม่ใช่เพราะ... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูห้องประชุมจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ “พี่แทนคะ! แพรวเอาแบบแปลนส่วนระเบียงมาให้—อุ๊ย! ขอโทษค่ะ แพรวไม่ได้ตั้งใจขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวของพี่กับคุณพรีมนะคะ!” เสียงแหลมใสของ ‘แพรวพรรณ’ น้องฝึกงานแผนกการตลาดที่ตามตื๊อแทนไทมานานดังแทรกขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งมาให้เราสองคนที่ยังคงยืนประชิดตัวกันในท่าทางล่อแหลม ฉันรีบผละออกจากอกของแทนไทราวกับโดนไฟลวก หน้าผากเกือบจะชนกับคางเขาเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยระยะห่างที่ปลอดภัย ฉันจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างเร็วกระชับความรู้สึกกระอักกระอ่วนไว้ข้างใน แทนไทขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้ากลับมาบึ้งตึงและเย็นชาดังเดิมในเสี้ยววินาที เขากวาดสายตามองน้องฝึกงานด้วยแววตาตำหนิที่เฉียบคมจนอีกฝ่ายหุบยิ้มแทบไม่ทัน “มีอะไรก็วางไว้ตรงนั้น แล้วออกไปซะครับ” แทนไทเอ่ยเสียงห้วนจัด แพรวพรรณสะดุ้งรีบวางแฟ้มลงบนโต๊ะข้างกองกาแฟ แล้วหันมามองฉันด้วยสายตาเหยียดหยามแวบหนึ่งก่อนจะรีบเดินจ้ำออกจากห้องไป ปิดประตูเสียงดังปัง ความเงียบที่อึดอัดกว่าเดิมกลับมาเยือนอีกครั้ง ฉันก้มมองโต๊ะที่เลอะเทอะด้วยความรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง แต่ก่อนที่ฉันจะได้เอ่ยปากขอตัวเพื่อไปจัดการทำความสะอาด แทนไทก็เอื้อมมือมาคว้าข้อมือฉันไว้เบาๆ ไม่ให้ขยับหนี “เดี๋ยวครับ...” เสียงทุ้มต่ำเอמהขึ้นชิดริมหูจนขนลุกซู่ “เรื่องเมื่อครู่... คุณยังไม่ได้ตอบคำถามผมเลยนะ ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พิมพ์มาดา” ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาฉัน ราวกับต้องการจะทะลุผ่านเข้าไปอ่านความลับทั้งหมดที่ฉันกำลังแบกรับเอาไว้ เอมเมอรัลด์อายส์ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้าตายกับโปรเจกต์หัวใจป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%