หมากกระดานสุดท้ายกับคนตายที่ฟื้นคืน•ตอนที่ 3

คำลวงภายใต้รอยยิ้ม

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นกำยานไม้กฤษณาหอมอบอวลอยู่ในห้องโถงรับรอง กลิ่นที่ควรจะให้ความรู้สึกผ่อนคลาย กลับกลายเป็นดั่งบ่วงเชือกที่รัดคอจ้าวเยว่หมิงจนหายใจไม่ออก "ท่านอ๋องเฉินหลง... ความเงียบของท่านในยามนี้ ช่างน่าเกรงขามกว่าคำสั่งประหารนับร้อยเสียอีกนะคะ" ข้าเอ่ยขึ้นโดยไม่มองสบตาผู้ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์หอม มือของข้าบรรจงจัดวางถ้วยชาที่ทำจากกระเบื้องเคลือบลายครามลงบนโต๊ะ เสียงกระทบกันของเครื่องกระเบื้องดังกังวานแผ่วเบา ทว่าในโสตประสาทของข้า มันดังราวกับเสียงคมดาบที่กำลังออกจากฝัก อ๋องเฉินหลงมิได้ตอบทันที เขาเพียงแค่นั่งนิ่งดุจรูปสลัก สองตาเรียวรีคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องมองท่วงท่าของข้าอย่างไม่วางตา เสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มปักดิ้นทองลายมังกรห้าเล็บของเขาไหวตัวน้อยๆ ยามเขาสูดลมหายใจเข้าลึก "เจ้าดูเปลี่ยนไปมาก... เยว่หมิง" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและทุ้มต่ำ แฝงไปด้วยความกังขาที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มมุมปากที่ดูอบอุ่นจนน่าสะอิดสะเอียน "แม่ทัพที่เคยจับดาบสังหารศัตรูในสมรภูมิ บัดนี้กลับดูอ่อนช้อยและนุ่มนวลราวกับดอกไม้ในหอคณิต... เจ้าไปร่ำเรียนกิริยาเหล่านี้มาจากที่ใดกัน?" ข้าหยัดกายขึ้นยืนเต็มความสูง ประสานมือไว้ที่หน้าท้อง ก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนแววตาแห่งความเคียดแค้นที่พร้อมจะแผดเผาเขาให้เป็นจุณ ข้ายังคงเป็น 'จ้าวเยว่หมิง' คนเดิม แต่เป็นจ้าวเยว่หมิงที่ถูกชุบชีวิตขึ้นมาจากขุมนรกด้วยเปลวเพลิงแห่งการแก้แค้น "กาลเวลาและประสบการณ์ที่เฉียดใกล้ความตาย สอนให้คนเราต้องรู้จักปรับตัวเพคะท่านอ๋อง" ข้าเงยหน้าขึ้น สบสายตากับเขาตรงๆ "หรือท่านอ๋องทรงโปรดปรานสตรีที่ถือดาบมากกว่าสตรีที่รินชาให้ท่านดื่ม?" อ๋องเฉินหลงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบไร้ความรู้สึก เขาขยับตัวลุกขึ้นยืน ก้าวเดินช้าๆ อ้อมมาหยุดอยู่ข้างหลังข้า กลิ่นกายของเขา—กลิ่นของเลือดและอำนาจที่ข้าเคยจดจำได้ดี—กระตุ้นให้สัญชาตญาณนักฆ่าในกายข้าสั่นระริก เขายื่นมือมาแตะที่ไหล่ข้าเบาๆ สัมผัสนั้นแฝงไปด้วยความหยั่งเชิง "ข้าชอบสิ่งที่สามารถควบคุมได้มากกว่า" เขากระซิบใกล้ใบหู ข้าสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา "เจ้าเป็นหมากที่ข้าเคยโปรดปรานที่สุด... แต่อย่าให้ข้าต้องรู้สึกเสียดาย หากวันหนึ่งข้าต้องตัดสินใจเขี่ยหมากที่เริ่มออกนอกลู่นอกทางทิ้งไป" ข้าไม่สะทกสะท้าน แม้หัวใจจะเต้นแรงดั่งกลองรบ ข้าเพียงแค่ยิ้มตอบ... เป็นยิ้มที่ฝึกฝนมาอย่างดีเพื่อใช้หลอกล่อศัตรู "หมากบนกระดานนี้ย่อมไม่อยู่กับที่เสมอไปหรอกเพคะ หากท่านอ๋องมั่นใจในฝีมือการเดินหมากของท่าน ก็จงจับตาดูให้ดี... ว่าใครกันแน่ที่กำลังจะก้าวพลาดจนเสียกระดานไปตลอดกาล" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนเกือบจะขาดผึง อ๋องเฉินหลงชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มของเขาจางหายไปแทนที่ด้วยความสงสัยที่ปนกับความระแวง เขามองข้าเหมือนกำลังพยายามอ่านหนังสือที่เขาคิดว่าเขาเข้าใจดีที่สุด แต่กลับพบว่าเนื้อหาข้างในถูกเขียนขึ้นใหม่ด้วยภาษาที่เขาอ่านไม่ออก "ดี" เขาเอ่ยคำเดียวสั้นๆ ก่อนจะผละออกไปนั่งที่เดิม "เช่นนั้น ข้าจะรอชมหมากตาถัดไปของเจ้า... อ้อ อีกอย่าง" เขาสั่งคนสนิทที่ยืนอยู่หน้าประตูนอกห้องให้หยิบหีบไม้กำยานใบหนึ่งเข้ามาวางลงบนโต๊ะ "นี่คือของขวัญจากฝ่าบาท สำหรับเจ้าที่ฟื้นคืนจากอาการป่วยอย่างปาฏิหาริย์ ภายในนี้คือโอสถทิพย์หายากที่หมอหลวงปรุงขึ้นพิเศษ... ข้าหวังว่าเจ้าจะรับมันไว้ และดื่มมันให้หมดต่อหน้าข้าในตอนนี้" หัวใจข้ากระตุกวูบ โอสถทิพย์? ในคราที่แล้วที่ข้าตาย... เขาก็เป็นคนมอบ 'โอสถ' ชนิดเดียวกันนี้ให้ข้าก่อนที่ข้าจะสิ้นใจในคุกมืด ข้าก้าวเข้าไปหาโต๊ะช้าๆ มือที่สั่นเทาเล็กน้อยถูกซ่อนไว้ภายใต้แขนเสื้อกว้าง ข้าเปิดฝาหีบออก กลิ่นสมุนไพรแรงกล้าโชยออกมาทว่าแฝงด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของดอกราตรีพิษที่ข้าจำได้แม่นยำ ขณะที่ข้ากำลังจะหยิบถ้วยโอสถขึ้นมา เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์ก็ดังแทรกเข้ามาอย่างรีบร้อน เขาพุ่งเข้ามาคุกเข่าลงต่อหน้าอ๋องเฉินหลงด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ฮองเฮาเสด็จมาที่เรือนรับรองด้วยพระองค์เอง พร้อมกับพระราชโองการลับจากฝ่าบาท... นางตรัสว่ามีเรื่องสำคัญที่ต้องเจรจากับแม่ทัพจ้าวเป็นการส่วนตัว และห้ามมิให้ผู้ใดขัดขวาง!" อ๋องเฉินหลงลุกพรวดขึ้น สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที สายตาที่จ้องมองข้าเปลี่ยนไปเป็นความฉงนแกมดุร้าย ในเสี้ยววินาทีนั้น ข้าตัดสินใจทำสิ่งที่เสี่ยงที่สุด ข้าคว้าถ้วยโอสถนั้นขึ้นมาจ่อที่ริมฝีปาก ราวกับจะดื่มมันจริงๆ แต่อ๋องเฉินหลงกลับพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือข้าไว้แน่น "ยังไม่ใช่ตอนนี้" เขาขบกรามแน่น "หมากตัวนี้... ยังมีประโยชน์มากกว่าที่ข้าคิด" เขากำลังจะดึงถ้วยออกจากมือข้า ทว่าในจังหวะนั้นเอง ประตูบานคู่ก็ถูกผลักออกด้วยแรงมหาศาล ร่างระหงของสตรีผู้กุมอำนาจสูงสุดในวังหลังก้าวเข้ามา พร้อมกับแผ่นป้ายทองคำในมือที่สั่นสะท้าน "หยุดมือเดี๋ยวนี้ เฉินหลง!" เสียงของฮองเฮาดังก้องไปทั่วห้อง "เจ้าไม่มีสิทธิ์ตัดสินชีวิตใครทั้งนั้น... โดยเฉพาะคนที่ฝ่าบาทเพิ่งจะมีพระราชประสงค์ให้รื้อฟื้นคดีกบฏของตระกูลจ้าวใหม่ทั้งหมดในเช้าวันนี้!" ข้าชะงักค้าง มือยังคงถือถ้วยโอสถพิษไว้ อ๋องเฉินหลงหันขวับไปมองฮองเฮาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและโกรธเกรี้ยว... เกมที่ข้าเริ่มเดินไว้ตั้งแต่วันแรกที่ฟื้นตื่น กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์ไปตลอดกาล มนตรากรรมสะท้อนหวังว่าทุกท่านจะดื่มด่ำไปกับเล่ห์กลที่เริ่มถักทอขึ้นในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายกับคนตายที่ฟื้นคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%