หมากกระดานสุดท้ายกับคนตายที่ฟื้นคืน•ตอนที่ 4

บันทึกที่หายไป

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นอายจางๆ ของหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับความอับชื้นของหีบไม้จันทน์แดงที่ปิดตายมานานหลายปี ลอยอบอวลอยู่ภายใต้แสงเทียนสลัวในห้องลับชั้นใต้ดินของจวนสกุลจ้าว นิ้วเรียวบางภายใต้แขนเสื้อปักลายเมฆาคล้อยเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคง จ้าวเยว่หมิง ในร่างของบุรุษหนุ่มผู้กุมชะตากรรมที่เคยพังทลาย กำลังใช้น้ำยาละลายคราบกาวโบราณค่อยๆ บรรจงลอกแผ่นกระดาษสาที่ถูกผนึกทับซ้อนกันถึงสามชั้น เพื่อปกปิดความจริงอันน่าสะพรึงกลัวเมื่อสามปีก่อน ในชาติภพก่อน หน้านี้คือบันทึกราชกิจการเดินทัพและบัญชีเสบียงที่ถูกระบุว่า "เสียหายจากเหตุเพลิงไหม้" ทว่าในหมากกระดานรอบใหม่นี้ นางรู้ดีว่าเพลิงโลกันตร์ในคืนนั้นมิได้เผาผลาญทุกสิ่ง หากแต่มีมือมืดจงใจสับเปลี่ยนเอกสาร เพื่อโยนความผิดฐานยักยอกเสบียงหลวงให้แก่บิดาของนาง จนนำไปสู่การประหารล้างตระกูลอย่างอยุติธรรม "ท่านกำลังค้นหาสิ่งใดอยู่หรือเจ้าคะ... พี่เยว่หมิง" เสียงหวานใสที่แฝงด้วยความระแวดระวังดังขึ้นที่เบื้องหลัง จ้าวเยว่หมิงชะงักมือเล็กน้อย นางมิได้หันกลับไปทันที แต่กวาดสายตาคมปลาบมองเงาร่างอรชรที่ทอดทาบบนผนังอิฐ นางคือไป๋หลัน... อนุภรรยาผู้เลอโฉมที่อ๋องเฉินหลงส่งเข้ามาเป็นหูเป็นตาในจวน แม้ภายนอกจะแสดงออกถึงความห่วงใยและภักดีปานน้ำผึ้งเคลือบยาพิษ แต่นางย่อมรู้ดีว่าสตรีผู้นี้ซ่อนคมดาบไว้ลึกเพียงใด เยว่หมิงวางพู่กันหยกในมือลงอย่างนุ่มนวล ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้า รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้นที่มุมปาก ราวกับบุปผางามที่แย้มกลีบกลางเหมันต์อันหนาวเหน็บ "ข้าเพียงแต่ค้นหา... ความจริงที่ถูกฝังกลบเอาไว้ใต้เถ้าถ่านก็เท่านั้นเอง ไป๋หลัน เจ้าคิดว่าสิ่งใดเล่าที่น่ากลัวที่สุดระหว่างคมดาบที่จ้วงแทงต่อหน้า กับศัสตราที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้ม?" ดวงตาคู่สวยของไป๋หลันไหววับไปชั่วขณะ นางก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นหอมอวลของบุปผาพันลี้โชยเข้าแตะนาสิก ทว่าสำหรับเยว่หมิงแล้ว มันคือกลิ่นอายของความตายที่คุ้นเคยในอดีต "ท่านพี่พูดจาแปลกประหลาดอีกแล้วนะคะ ช่วงนี้ท่านหมกมุ่นกับเอกสารเก่าเหล่านี้จนผิดวิสัย... หรือว่าท่านกำลังระแวงสิ่งใดอยู่" ไป๋หลันเอ่ยพลางเอื้อมมือเรียวขาวราวหยกนวลหมายจะแตะลงบนปกสมุดบันทึกเล่มนั้น ทว่า เร็วกว่าความคิด! มือแกร่งของเยว่หมิงเอื้อมไปควաբข้อมือของนางไว้แน่น แรงบีบที่ส่งผ่านปลายนิ้วแม้จะดูนุ่มนวล แต่กลับตรึงรั้งอีกฝ่ายไว้จนขยับไม่ได้ รอยยิ้มบนใบหน้าของเยว่หมิงเย็นเยียบลงจนน่ากลัว "ระแวงหรือ? ข้าเพียงแค่กำลังทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็นต่างหากเล่า" เยว่หมิงโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหีบหูของนาง น้ำเสียงทุ้มนุ่มกังวานก้องในความเงียบงัน "รวมถึงบัญชีรายชื่อของขุนนางที่รับสินบนจากชายผู้ทะเยอทะยานผู้นั้นด้วย... เจ้าคิดว่า อ๋องเฉินหลง จะนอนหลับอย่างเป็นสุขหรือไม่ หากรู้ว่าเอกสารชุดนี้ยังหลงเหลืออยู่?" สีหน้าของไป๋หลันถอดสีลงในพริบตา ความตกใจฉายชัดผ่านนัยน์ตาคู่สวย นางไม่คาดคิดเลยว่าบุรุษผู้เงียบขรึมผู้นี้จะล่วงรู้แผนการลึกซึ้งถึงเพียงนี้ ก่อนที่ไป๋หลันจะได้ทันเอ่ยคำแก้ตัวใดๆ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเร่งรีบก็ดังขึ้นจากทางบันไดลับ พ่อบ้านหลี่พุ่งพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด เนื้อตัวเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อและละอองฝนยามวิกาล "นายท่าน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!" พ่อบ้านหลี่คุกเข่าลงแทบเท้า เสียงหอบหายใจกระชั้นถี่บ่งบอกถึงภัยพิบัติที่กำลังคืบคลานเข้ามา "ราชองครักษ์เสื้อแพรนำโดยใต้เท้าซ่ง ได้นำราชโองการลับบุกเข้ามาปิดล้อมจวนของเราแล้วขอรับ พวกเขาอ้างว่า... ได้รับรายงานลับว่าจวนของเราซ่องสุมอาวุธและสมคบคิดกับกบฏ!" เยว่หมิงหรี่ตาลงเล็กน้อย ประกายตาวับวามราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืดปรากฏขึ้น นางปล่อยข้อมือของไป๋หลันช้าๆ ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ทว่าหัวใจกลับหมุนวนด้วยกลยุทธ์นับพัน มาเร็วกว่าที่คาดไว้เสียอีก... อ๋องเฉินหลง ช่างร้อนรนเสียจนไม่อาจรอให้ถึงรุ่งสาง เยว่หมิงก้มลงมองบันทึกในมือที่ยังลอกไม่เสร็จ บันทึกหน้าสุดท้ายเผยให้เห็นลายมืออันคุ้นตาของแม่ทัพผู้ล่วงลับ—ลายมือของบิดาน นางหยิบแผ่นกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมา ซ่อนมันไว้ในอกเสื้ออย่างแนบเนียน ก่อนจะหันไปสบตากับไป๋หลันที่กำลังแย้มรอยยิ้มเยาะเย้ยขึ้นมาอีกครั้งท่ามกลางสถานการณ์คับขัน "ดูเหมือนว่า... ค่ำคืนนี้ท่านพี่จะไม่มีทางหนีรอดไปได้แล้วกระมังเพคะ" ไป๋หลันกล่าวเสียงเบา แววตาสมเพชเวทนาเจือความสะใจปรากฏชัดเจน เยว่หมิงมิได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย นางเพียงปัดฝุ่นตามอาภรณ์อย่างใจเย็น ก้าวเดินผ่านร่างของอนุภรรยาผู้ทรยศไปช้าๆ ราวกับตนมิใช่นักโทษประหารที่กำลังเดินเข้าสู่ลานประหาร แต่เป็นพญาอินทรีที่กำลังกางปีกรับลมพายุ เมื่อประตูห้องใต้ดินถูกกระชากเปิดออก แสงไฟจากคบเพลิงสว่างจ้าบาดตา พร้อมกับร่างของบุรุษในชุดเกราะเงินยวงประดับลวดลายมังกรทะยาน ที่ก้าวย่างเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายอำนาจอันกดดันจนแทบหยุดหายใจ เฉินหลง... ผู้ซึ่งควรจะประทับอยู่แต่ในตำหนักอ๋อง ยามนี้กลับยืนตระหง่านอยู่ ณ เบื้องหน้า พร้อมกับรอยยิ้มอันแสนอ่อนโยนที่เคลือบยาพิษเช่นเคย ดวงตาคู่นั้นทอดมองเยว่หมิงราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่งที่อยู่ในกำมือ "แม่ทัพจ้าว... ดึกดื่นป่านนี้ ไยท่านจึงยังมาขุดคุ้ยเรื่องราวเก่าๆ ในหลุมศพเช่นนี้เล่า?" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามอย่างใจดี ทว่าแฝงด้วยความเหี้ยมเกรียมชนิดที่ทำเอาทหารรอบข้างถึงกับก้มหน้าตัวสั่น เยว่หมิงเงยหน้าขึ้นสบตากับศัตรูคู่อาฆาตเป็นครั้งแรกในรอบชาติภพนี้ มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เฉียบคมดุจใบมีดโกน "หม่อมฉันเพียงแต่เกรงว่า... ความมืดในค่ำคืนนี้ จะยาวนานไม่พอให้พระองค์ได้ชดใช้หนี้เลือดที่เคยกระทำไว้ก็เท่านั้นเองพ่ะย่ะค่ะ" สิ้นคำพูดนั้น เยว่หมิงก็ชักกระบี่ประจำกายออกจากฝักอย่างรวดเร็ว ปลายคมกระบี่สะท้อนแสงไฟวับวาว ชี้ตรงไปยังลำคอของอ๋องเฉินหลงโดยไม่เกรงกลัวต่ออาญาแผ่นดินแม้แต่น้อย! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันในบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายกับคนตายที่ฟื้นคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%