"หากสนมเอกหลิวคิดจะใช้มือคู่นั้นเด็ดดอกโบตั๋นในสวนหลวง เกรงว่าท่านคงต้องเตรียมใจรับรอยหนามที่บาดลึกจนเลือดหยดลงบนพื้นหินอ่อนเสียก่อนนะคะ"
น้ำเสียงราบเรียบทว่าเยียบเย็นดุจสายน้ำในเหมันตฤดูเอื้อiนเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของตำหนักบูรพาที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานราคาแพง ทว่ากลับคุกรุ่นด้วยบรรยากาศแห่งการห้ำหั่นทางสายตา จ้าวเยว่หมิงในร่างของสตรีผู้บอบบาง—ทว่าเบื้องหลังกลับซ่อนวิญญาณของอดีตแม่ทัพผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน—กำลังจ้องมองสตรีผู้มีศักดิ์เป็นถึงพระสนมเอกในองค์อ๋องเฉินหลงด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
เบื้องหน้าของนางคือโต๊ะไม้จันทน์หอมที่วางกระดานหมากล้อมไว้ หมากสีดำและสีขาวขัดแย้งกันราวกับความเป็นตายบนโลกใบนี้
สนมเอกหลิวสะดุ้งเล็กน้อย นางย่อมไม่คาดคิดว่าหลานสาวตระกูลจ้าวผู้เลื่องชื่อเรื่องความอ่อนแอและไร้เดียงสา จะกล้าเอวาจาเชือดเฉือนถึงเพียงนี้ในเขตพระฐานของนางเอง นิ้วเรียวยาวที่สวมปลอกเล็บทองคำจิกเข้าหากันแน่นจนสั่นระริก
"เจ้า... เจ้ากล้าดียังไงมาพูดจาอวดดีกับเปิ่นกง!" สนมเอกหลิวเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองจ้าวเยว่หมิงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ราวกับต้องการจะฉีกร่างอีกฝ่ายออกเป็นชิ้นๆ "คิดว่าบิดาเจ้ากุมอำนาจในคลังหลวงแล้วจะทำสิ่งใดก็ได้ในวังหลังแห่งนี้อย่างนั้นหรือ? จำใส่ใจไว้เสียว่าที่นี่คือเขตพระราชฐาน ใต้เงาอำนาจของท่านอ๋องเฉินหลง... ผู้ใดจะตายหรืออยู่ ล้วนขึ้นอยู่กับความเมตตาของเปิ่นกงทั้งสิ้น"
จ้าวเยว่หมิงมิได้สะทกสะท้าน นางแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่งดงามราวกับดอกไม้พิษที่เบ่งบานท่ามกลางความมืดมิด มือเรียวขาวราวหยกยกกาน้ำชาขึ้นรินน้ำชาสีอำพันลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าสง่างามไร้ที่ติราวกับได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีจากราชสำนักชั้นสูง
"ความเมตตาหรือเพคะ..." เยว่หมิงทวนคำ เสียงหัวเราะแผ่วเบาหลุดออกมาจากลำคอ "น่าเสียดายนักที่สิ่งนั้น... ไม่เคยมีอยู่ในพจนานุกรมของคนที่ชื่อเฉินหลง... และแน่นอนว่ารวมถึงท่านด้วย สนมเอกหลิว"
สิ้นคำ ประตูไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ลมหนาวพัดกรรโชกเข้ามาจนเปลวเทียนวูบไหว ร่างสูงสง่าในอาภรณ์ปักลายมังกรห้าเล็บก้าวเข้ามาด้วยฝ่าหนาหนักแน่น กลิ่นอายกดดันอันทรงพลังแผ่ซ่านไปทั่วห้องทันทีที่เขาปรากฏกาย
อ๋องเฉินหลง... บุรุษผู้ซ่อนคมดาบไว้ภายใต้รอยยิ้มอ่อนโยน และเป็นฆาตกรที่พรากทุกอย่างไปจากจ้าวเยว่หมิงในชาติภพก่อน
สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีย์ของเฉินหลงกวาดมองคนทั้งสอง นัยน์ตาคู่นั้นฉายแววครุ่นคิดและระแวดระวัง เขาก้าวเข้ามาหยุดยืนใกล้โต๊ะหมากล้อม กลิ่นอายอันตรายลอยวนอยู่รอบตัวเขา "ดูท่าตำหนักของสนมเอกหลิวในวันนี้ จะมีเรื่องสนุกสนานให้เปิ่นกงได้รับฟังสินะ"
สนมเอกหลิวรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นความออดอ้อนในพริบตา นางลุกขึ้นแล้วก้าวเข้าไปหมายจะเกาะแขนอ๋องเฉินหลง ทว่าถูกสายตาเฉียบคมของเขาปัดป้องไว้ด้วยความรังเกียจอย่างแนบเนียน ทำให้นางต้องชะงักค้างด้วยความอัป yod
"ท่านอ๋องเพคะ พระชายา... เอ่อ เยว่หมิงนางพูดจาจาบจ้วงหม่อมฉันก่อนเพคะ นางหาว่าหม่อมฉัน..." สนมเอกหลิวฟ้องด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาคลอหน่วยอย่างน่าสงสาร
ทว่าจ้าวเยว่หมิงกลับไม่แม้แต่จะชายตามองความเสแสร้งนั้น นางเพียงแค่วางหมากสีขาวลงบนกระดานอย่างมั่น
แปะ!
เสียงหมากกระทบกระดานดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ดึงดูดสายตาของเฉินหลงให้ก้มลงมองกระดานหมากล้อมทันที
"หม่อมฉันเพียงแต่วางหมากผิดตาหนึ่ง... จึงทำให้ท่านสนมเอกตื่นตระหนกไปเองเพคะ" จ้าวเยว่หมิงเงยหน้าขึ้นสบตาเฉินหลงตรงๆ ดวงตากลมโตคู่นั้นไร้ความหวาดกลัวใดๆ มีเพียงประกายความลึกล้ำดั่งห้วงมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง "แต่ในเมื่อท่านอ๋องเสด็จมาพอดี หม่อมฉันมีข้อเสนอที่จะทำให้การเดินหมากกระดานนี้... สนุกขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ท่านอ๋องสนใจจะลองฟังดูสักหน่อยไหมคะ?"
เฉินหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มประหลาดปรากฏขึ้นที่มุมปาก บุรุษผู้ไม่เคยไว้ใจผู้ใดกลับรู้สึกสนใจสตรีตรงหน้าขึ้นมาอย่างประหลาด นางเปลี่ยนไป... เปลี่ยนไปจนราวกับไม่ใช่คนเดิมที่เคยตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหลังสกุลจ้าว
"ว่ามาสิ พระชายาของเปิ่นกง... เจ้ามีข้อเสนออันใดที่น่าสนใจถึงเพียงนั้น?"
จ้าวเยว่หมิงแย้มยิ้ม ยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา นางขยับตัวเข้าใกล้โต๊ะหมากล้อมอีกนิด กระซิบบอกแผนการที่เตรียมไว้สำหรับหมากตัวแรก ซึ่งจะสั่นคลอนรากฐานอำนาจของตระกูลหลิวและสะเทือนบัลลังก์ของเฉินหลงไปพร้อมกัน
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ขันทีเฒ่าหน้าห้องก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้าด้วยความหวาดกลัว ร่างทั้งร่างสั่นเทายิ่งกว่าใบไม้ไหว
"กราบทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ! ทาง... ทางกองกำลังค่ายทหารทิศเหนือที่ท่านแม่ทัพใหญ่ดูแลอยู่ ส่งม้าเร็วสือลับด่วนที่สุดมาถึงหน้าตำหนักแล้วเพคะ!"
เฉินหลงขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่สบอารมณ์ เขายื่นมือไปรับราชโองการลับประทับตราหยกสีชาดที่ขันทีส่งให้อย่างระมัดระวัง เมื่อเขาคลี่กระดาษแผ่นนั้นออกอ่าน ดวงตาคู่คมก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาที่หาได้ยากยิ่งจากบุรุษผู้เยือกเย็นผู้นี้
จ้าวเยว่หมิงลอบมองภาพนั้น รอยยิ้มลึกล้ำผุดขึ้นที่มุมปาก นางรู้ดีว่าในจดหมายฉบับนั้นเขียนว่าอะไร... เพราะนางเป็นคนส่งมันมาเอง
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันในบทนี้นะคะ
หมากกระดานสุดท้ายกับคนตายที่ฟื้นคืน•ตอนที่ 5
หมากตัวแรกที่วางผิด
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายกับคนตายที่ฟื้นคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!