หมากกระดานสุดท้ายกับคนตายที่ฟื้นคืน•ตอนที่ 6

เงาที่ตามติด

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มปีลึก ลอยอวลเคล้าอยู่กับความเงียบงันอันหนักอึ้งภายในห้องหนังสือส่วนตัว แสงเทียนสีส้มสั่นไหวเล็กน้อยตามจังหวะลมหายใจของผู้ที่นั่งอยู่เบื้องหลังโต๊ะไม้สลักลายหงส์คู่มังกร จ้าวเยว่หมิงมิได้ใส่ใจกับเปลวไฟที่กำลังจะมอดดับ เขากำลังพิจารณารอยหยดน้ำหมึกบนกระดาษซับอย่างใจจดใจจ่อ—รอยหยดนั้นมิได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อ หากแต่เป็นรหัสลับที่ถูกส่งผ่านปลายพู่กันของสายลับผู้แฝงตัวอยู่ลึกที่สุดในตำหนักของอ๋องเฉินหลง "ความเงียบ มักส่งเสียงดังกว่าที่ผู้คนคาดคิดเสมอ... จริงไหม อาเฉิน" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้ที่มา ท่ามกลางความมืดสลัวตรงมุมห้องที่มีม่านผ้าแพรปักลายเมฆบังตาอยู่ เสี้ยววินาทีนั้น ลมหายใจที่พยายามซ่อนเร้นของบุคคลปริศนาก็สะดุดกึกอย่างเห็นได้ชัด เงาร่างที่ทาบทับอยู่หลังฉากกั้นขยับไหวเพียงเล็กน้อย คล้ายกิ่งไม้เปราะบางที่ต้องลมพายุ จ้าวเยว่หมิงแย้มยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น ดุจน้ำแข็งพันปีบนยอดเขาหิมะที่พร้อมจะกลืนกินทุกชีวิต เขาค่อยๆ วางพู่กันในมือลงอย่างเชื่องช้า เสียงกระทบกันเบาๆ ของด้ามหยกกับแท่นหมึกกลับดังสะท้อนก้องกังวานในความรู้สึกของใครอีกคนอย่างประหลาด "เจ้าเข้ามาในจวนของข้า ยามวิกาลเช่นนี้ มิใช่เพื่อชื่นชมเครื่องเรือนไม้จันทน์หอมกระมัง" เยว่หมิงเอ่ยต่อด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในปลอกแพรไหม "หรือว่า... ท่านอ๋องเฉินหลงทรงเป็นห่วงเป็นใยสุขภาพของข้า จนต้องส่ง 'เงา' ฝีมือดีเช่นเจ้า มาคอยอารักขาถึงห้องนอนกันแน่" ม่านผ้าแพรถูกเลิกขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าของบุรุษในชุดดำสนิทกลมกลืนกับรัตติกาล ดวงตาคมกริบฉายแววตื่นตระหนกเพียงชั่วพริบตาก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยความเยือกเย็นตามวิสัยของนักฆ่ามือฉกาจ ทว่าสำหรับจ้าวเยว่หมิง ผู้ซึ่งเคยผ่านสมรภูมิรบที่ศัตรูรายล้อมนับหมื่น ชีวิตและความตายอยู่ห่างกันเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด อาการสั่นไหวเพียงเสี้ยวลมหายใจแค่นี้... ชัดเจนเสียยิ่งกว่าเสียงกลองศึก "แม่ทัพจ้าว... ท่านเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว ข้าเพียงแต่..." บุรุษชุดดำพยายามเค้นเสียงให้มั่นคง "เข้าใจผิดหรือ?" เยว่หมิงตัดบทขึ้นทันควัน ดวงตาดั่งเหยี่ยววาดมองสำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของอีกฝ่ายอย่างพินิจพิจารณา อาภรณ์สีดำสนิทเนื้อดีตัดเย็บด้วยไหมปักลายเมฆาคล้อย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มองครักษ์เงาประจำพระองค์อ๋องเฉินหลง กลิ่นอายจางๆ ของสนิมเหล็กและยาหม่องบรรเทาแผลสดที่โชยมาจากกายของอีกฝ่าย ยิ่งยืนยันว่าคนผู้นี้เพิ่งผ่านการต่อสู้หรือทำภารกิจอันตรายมาหมาดๆ "รอยแผลที่หัวไหล่ซ้ายซึ่งเจ้าพยายามซ่อนไว้ภายใต้เนื้อผ้าหนา... ได้มาจากคมดาบของทหารยามตระกูลจ้าวเมื่อสามวันก่อนมิใช่หรือ? เจ้าส่งคนมาสอดส่องข้าถึงเรือนพักส่วนตัว ช่างมีความเพียรพยายามยิ่งนัก" ความตึงเครียดแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วห้อง บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความกดดันอันมหาศาล สายลับหนุ่มลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขารู้ตัวดีว่ายามนี้ตนตกเป็นรองทุกประตู ไม่เพียงแต่ถูกจับได้ไล่ทันเท่านั้น หากแต่รัศมีคุกคามที่แผ่ออกมาจากร่างของอดีตแม่ทัพไร้พ่ายผู้นี้ กำลังบีบคั้นลมหายใจของเขาให้ติดขัดราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบคอเอาไว้ "เจ้าคิดว่า เฉินหลงจะส่งสุนัขรับใช้ที่ไร้ค่ามาให้ข้าเด็ดหัวเล่นในจวนอย่างนั้นหรือ?" เยว่หมิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาร่างของเขาทาบทับลงบนร่างของสายลับหนุ่มอย่างสมบูรณ์แบบ กลิ่นอายอำนาจอันกดขี่แผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบกายแทบจะหยุดนิ่ง "กลับไปบอกเจ้านายของเจ้า... ว่าหกระดานแรกที่เขาวางไว้ ข้าเป็นผู้เดินหมากตานั้นด้วยความเต็มใจ แต่หากเขายังส่ง 'เงา' ชั้นต่ำเช่นเจ้ามาป้วนเปี้ยนรบกวนเวลาพักผ่อนของข้าอีก... หัวบนบ่าของเจ้านี่แหละ จะเป็นเครื่องบรรณาการชิ้นแรกที่ข้าส่งคืนให้อ๋องเฉินหลงด้วยตนเอง" น้ำเสียงนั้นนุ่มนวล ทว่าแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นจนทำให้สายลับหนุ่มถึงกับผงถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ความกลัวที่แท้จริงมิได้เกิดจากคำขู่ หากแต่เกิดจากประกายในดวงตาคู่นั้น—ดวงตาของผู้ที่เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง และไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ต้องหวาดกลัวอีกต่อไป ในจังหวะที่สายลับหนุ่มกำลังจะอาศัยความมืดหลบหนีออกไปทางหน้าต่าง ประตูไม้แกะสลักด้านนอกก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยมือของใครบางคน พร้อมๆ กับเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาอย่างไม่เกรงใจ "พี่ใหญ่! ข้าได้ยินเสียง..." เสียงใสระคนตกใจของจ้าวซinหราน น้องสาวผู้เป็นดั่งดวงใจของเยว่หมิงดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางห้อง ทว่าสายตาของนางกลับเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นบุรุษชุดดำยืนประชิดตัวกับพี่ชาย และที่กลางฝ่ามือของบุรุษชุดดำผู้นั้น... กลับมีใบมีดสั้นอาบยาพิษสีม่วงเข้มสะท้อนกับแสงเทียน พุ่งตรงเข้าหาแผ่นอกของจ้าวเยว่หมิงในเสี้ยววินาทีเป็นตาย! เยว่หมิงมิได้หลบหนี รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายดั่งคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว... ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันในบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายกับคนตายที่ฟื้นคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%