กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ที่ลอยวนอยู่ในห้วงนิทรานั้น ไม่ใช่ความทรงจำ หากแต่มันคือเงาอดีตที่ตามมาหลอกหลอน
จ้าวเยว่หมิงสะดุ้งตื่นขึ้นในความมืดสลัวของยามวิกาล เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคายที่ซีดเผือด ลมหายใจของนางหอบกระชั้นถี่ ร่างกายใต้ผ้าแพรต่วนเนื้อดีสั่นเทิ้มด้วยฤทธิ์ของความหวาดกลัวและแรงแค้นที่ถูกปลุกเร้า ภาพกองศพของทหารกล้าแห่งตระกูลจ้าวที่นอนเกลื่อนสนามรบ ภาพคมดาบที่เสียบทะลุกายโดยฝีมือของคนที่นางเคยไว้ใจที่สุด และเสียงหัวเราะเยือกเย็นของอ๋องเฉินหลงยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ราวกับยมทูตกำลังกระซิบคำพิพากษาอยู่ที่ข้างหู
"ยังไม่ถึงเวลา... ข้ายังตายไม่ได้" นางพึมพำกับความว่างเปล่า เสียงแหบพร่าสั่นเครือแต่นัยน์ตากลับคมกริบดั่งใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับ
ความฝันเมื่อครู่มิใช่เพียงฝันร้าย แต่มันคือ "เสียงเพรียกจากอดีตชาติ" ที่ย้ำเตือนว่า โชคชะตาที่นางดึงดันจะแก้ไขกำลังเดินหน้าเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ แผนการชิงอำนาจในราชสำนักที่นางวางไว้เพื่อปกป้องคนตระกูลจ้าว กำลังถูกบีบให้เร็วกว่ากำหนด เมื่อสายข่าวลับในจวนอ๋องส่งสัญญาณเตือนมาว่า เฉินหลงเริ่มเคลื่อนไหว กองกำลังส่วนตัวของเขาถูกโยกย้ายเข้าสู่เขตชายแดนทิศเหนือ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์เดียวกับที่บิดาของนางกำลังนำทัพตรึงกำลังอยู่
ดิ E-mail จากความตายครั้งนี้ หญิงสาวไม่อาจยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเป็นครั้งที่สอง
จ้าวเยว่หมิงลุกขึ้นจากเตียงนอน ชายผ้าแพรสีนวลลากยาวไปตามพื้นไม้ขัดเงา นางก้าวเดินไปหยุดยืนเบื้องหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง แสงจันทร์สาดส่องผ่านหน้าต่างแกะสลักลวดลายวิจิตร เผยให้เห็นใบหน้างามที่นิ่งสงบดั่งน้ำนิ่งไหลลึก แววตาคู่นั้นไม่มีความอ่อนแอหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายไฟแห่งการแก้แค้นที่โชติช่วงอยู่ภายใน
นางหยิบพู่กันขนสัตว์จุ่มหมึกจีนสีดำสนิท ก่อนจะบรรจงเขียนแผนผังค่ายกลและรายชื่อขุนนางกังฉินลงบนกระดาษสาเนื้อดีด้วยลายมือที่เฉียบคมและหนักแน่น ทุกตัวอักษรคือหมากแต่ละตัวที่นางกำลังวางลงบนกระดานแห่งความเป็นความตาย
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเบาหวิวราวกับขนนกก็ดังขึ้นที่ระเบียงด้านนอก ตามด้วยเสียงเคาะประตูปิดผนึกสามครั้งเป็นรหัสลับ
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
นางชะงักมือเล็กน้อย ดวงตาดอกท้อหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด ในยามวิกาลเช่นนี้ มีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์ก้าวเข้ามาในเขตเรือนพักส่วนตัวของนางโดยไม่เกรงกลัวอาญา
"เข้ามา" นางเอ่ยอนุญาตด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าทรงอำนาจ
บานประตูไม้แกะสลักถูกผลักเปิดออกอย่างแผ่วเบา ร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีดำสนิทกลมกลืนไปกับรัตติกาลก้าวเข้ามา ปิดประตูลงกลอนอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายเย็นยะเยือกและกลิ่นอายจาง ๆ ของสนิมเหล็กและยาหอมลอยมาแตะจมูก บุรุษผู้นั้นถอดผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาดุดันที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจาง ๆ บริเวณกราม—เขาคือมือสังหารเงาผู้กุมความลับดำมืดที่สุดของกรมอาญา และตอนนี้... เขาคือกุญแจสำคัญที่นางใช้ดึงข้อมูลจากฝ่ายศัตรู
"คุณหนู... ท่านคาดการณ์ไม่ผิด" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างรีบร้อน ขณะที่เขาก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน "สายของเราที่แฝงตัวอยู่ในจวนอ๋องเฉินหลงรายงานมาว่า เมื่อหัวค่ำที่ผ่านมา ท่านอ๋องเพิ่งลงนามในราชโองการลับฉบับหนึ่ง... และเป้าหมายของมันคือการตัดเสบียงกองทัพตระกูลจ้าวในสัปดาห์หน้า"
หัวใจของจ้าวเยว่หมิงกระตุกวูบ ภาพกองทัพที่อดอยากและถูกล้อมฆ่าในความฝันซ้อนทับขึ้นมาทันที ร่างกายของนางเย็นเฉียบ แต่สมองกลับแล่นเร็วยิ่งกว่าสายฟ้า
ตัดเสบียง? เฉินหลง เจ้าช่างอำมหิตนัก คิดจะบีบให้บิดาของข้ากลายเป็นกบฏในสายตาฮ่องเต้โดยไม่ต้องออกแรงรบเองเลยสินะ
"นอกจากนี้..." มือสังหารหนุ่มลังเลเล็กน้อย สีหน้าฉายแววกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "พวกมันไม่ได้แค่จะตัดเสบียง... แต่ท่านอ๋องเฉินหลงทรงว่าจ้าง 'สำนักเงาทมิฬ' ให้ส่งมือสังหารระดับปรมาจารย์ลอบเข้าไปวางยาพิษบิดาของท่านในกระโจมแม่ทัพแล้ว... กำหนดการคือคืนวันพระจันทร์เต็มดวงที่จะถึงนี้"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องหนังสือชั่วขณะ บรรยากาศรอบกายกดดันจนแทบหายใจไม่ออก จ้าวเยว่หมิงไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา นางเพียงแต่นิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม แต่เรียวปากสีชาดกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้ม ทว่ากลับเยือกเย็นและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าปีศาจจากขุมนรก
วันพระจันทร์เต็มดวงงั้นหรือ? ดี... ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมสกปรกนัก นางก็จะจัดฉากละครฉากใหญ่ให้พวกมันได้ลิ้มรสความพ่ายแพ้ที่เจ็บปวดที่สุดเช่นกัน
จ้าวเยว่หมิงหยิบถ้วยชาเคลือบหยกที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมา นางรินชาอุ่น ๆ ลงไปช้า ๆ จนเต็มถ้วย ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นผสมกับกลิ่นหอมกรุ่นของใบชาชั้นดี ก่อนที่นางจะหยิบผงยาพิษสีขาวบริสุทธิ์จากตลับหยกข้างกายโรยลงไปเพียงหยิบมือเดียว คนให้เข้ากันอย่างใจเย็น
"เจ้าคิดว่า... ถ้าเราส่งของขวัญชิ้นนี้กลับไปให้ท่านอ๋องในคืนนี้ เขาจะต้อนรับมันอย่างไร?"
นางเอ่ยถามเสียงเบา พลางยกถ้วยชาขึ้นจิบช้า ๆ โดยไม่ละสายตาไปจากใบหน้าตกตะลึงของมือสังหารเบื้องหน้า... ทว่า ในวินาทีที่นางกำลังจะวางถ้วยแฃะออกคำสั่งขั้นเด็ดขาด เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอีกครั้งจากภายนอก—ไม่ใช่รหัสลับสามครั้ง แຕ່เป็นการทุบประตูรัวแรงด้วยความร้อนรน และเสียงตะโกนแจ้งข่าวที่ทำให้เลือดในกายของจ้าวเยว่หมิงแทบจับตัวเป็นน้ำแข็ง
"คุณหนู! แย่แล้วขอรับ! มีราชโองการด่วนจากในวังหลวง... ฮ่องเต้ทรงมีพระราชประสงค์ให้ท่านเดินทางเข้าเฝ้าเป็นการเร่งด่วนในยามสามนี้ พร้อมกับ... 'ราชยโองการสมรสพระราชทาน' ระหว่างท่านกับอ๋องเฉินหลง!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันในบทนี้นะคะ
หมากกระดานสุดท้ายกับคนตายที่ฟื้นคืน•ตอนที่ 7
เสียงเพรียกจากอดีตชาติ
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายกับคนตายที่ฟื้นคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!