อัลกอริทึมรักสะดุดหยุดที่หัวใจ•ตอนที่ 11

เดิมพันที่สูงขึ้น

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
แสงไฟสีนวลจากสปอตไลท์ LED ดวงสุดท้ายถูกปรับมุมให้ตกกระทบลงบนผนังคอนกรีตเปลือย ทว่าความเงียบสงบในห้องโถงจัดแสดงนิทรรศการชั้นสี่ของแกลเลอรี กลับถูกทำลายลงด้วยเสียงแจ้งเตือนระบบรักษาความปลอดภัยที่ดังขึ้นอย่างแหลมคม หน้าจอแท็บเล็ตในมือของรินรดาปรากฏเส้นกราฟสีแดงฉานที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างไร้เหตุผล ข้อมูลชุดดิจิทัลอาร์ตและระบบอัลกอริทึมจำลองภาพเขียนของศิลปินระดับปรมาจารย์ที่กวินทร์ใช้เวลาเขียนโค้ดนานร่วมเดือนกำลังถูกคัดลอกด้วยความเร็วสูงจากภายนอก "มีคนพยายามเจาะไฟร์วอลล์" เสียงทุ้มต่ำของกวินทร์ดังขึ้นทันทีจากมุมมืด ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อสมส่วนตามแบบฉบับชายหนุ่มผู้ดูแลสุขภาพ ก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนซ้อนอยู่ด้านหลังรินรดาอย่างเงียบเชียบ กลิ่นอายจางๆ ของโคโลญจน์ผสมกับความตึงเครียดในอากาศรอบตัวทำให้หญิงสาวต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ นิ้วเรียวภายใต้เล็บเจลสีนู้ดเรียบหรูยังคงรัวลงบนหน้าจอเพื่อต้านทานการโจมตีไซเบอร์ระลอกสองอย่างไม่ลดละ รินรดาไม่หันกลับไปมองเขา ดวงตาคู่คมกวาดมองข้อความแจ้งเตือนที่รันผ่านหน้าจอด้วยความเร็วสูง มุมปากบางเฉียบยกยิ้มหยัน "ดูเหมือนว่า 'เทคเวิร์ด คอร์ปอเรชั่น' จะไม่ได้มีดีแค่คำขู่ในจดหมายเชิญรับประทานอาหารกลางวันของคุณกรณ์สินธุ์เสียแล้วนะคะ พวกเขาเลือกใช้วิธีใต้ดินแทนที่จะสู้กันด้วยผลงานศิลปะอย่างที่ควรจะเป็น" กวินทร์โน้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากไหล่บอบบางของเธอเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับผิวเนื้อจนรินรดาต้องเผลอเกร็งสันหลัง สายตาของวิศวกรหนุ่มจ้องมองโค้ดที่วิ่งสวนทางกันบนหน้าจอด้วยแววตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงความเย็นชาและคมกริบแบบนักวางกลยุทธ์ "คุณประเมินคู่แข่งต่ำไปหน่อย รินรดา" กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความจริงจังที่บาดลึก "พวกเขาไม่ได้แค่ต้องการขโมยซอร์ฟโค้ด แต่กำลังพยายามฝังโทรจันเพื่อเปลี่ยนเส้นทางการแสดงผลภาพในงานเปิดพรุ่งนี้... ถ้าภาพในจอแสดงผลผิดเพี้ยนไปแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว งานนิทรรศการที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจมาหลายเดือนของคุณจะกลายเป็นตัวตลกในวงการทันที" รินรดาหันขวับกลับมาเผชิญหน้า ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนเกือบชิด ดวงตากลมโตฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด "แล้วคุณคิดว่าฉันไม่รู้เหรอคะ? ถึงฉันจะไม่ได้เขียนโปรแกรมเก่งกาจเท่าคุณ แต่ฉันก็พอมองออกว่าใครคือคนที่ชักใยอยู่เบื้องหลังการแทรกแซงครั้งนี้... คุณเองก็รู้ดีใช่ไหมล่ะคะ กวินทร์? ว่าโค้ดชุดนี้มีช่องโหว่ที่เปิดทางให้เข้าถึงได้ง่ายเกินไป หรือว่า... นี่คือแผนสำรองที่คุณแอบตกลงไว้กับทางโน้นตั้งแต่แรกกันแน่?" คำกล่าวหาที่พุ่งตรงราวกับลูกศรอาบยาพิษทำให้แววตาของกวินทร์ไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม เขามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความระแวงสงสัย ความอึดอัดบางเบาลอยอบอวลอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ ราวกับแรงดึงดูดของแม่เหล็กสองขั้วที่พยายามผลักไสแต่ก็ถูกดึงดูดเข้าหากันด้วยแรงเหวี่ยงแห่งสถานการณ์ "คุณคิดว่าผมเป็นคนทรยศโปรเจกต์ตัวเองอย่างนั้นหรือครับ?" กวินทร์ทวนคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำกดต่ำลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ "ถ้าผมอยากขายข้อมูลนี้จริง ๆ ผมคงไม่นั่งหลังขดหลังแข็งแก้บั๊กให้คุณจนถึงตีสามของทุกวันหรอกนะ... รินรดา เลิกใช้ตรรกะความรู้สึกตัดสินทุกเรื่องสักที โลกนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยศรัทธาอย่างเดียว แต่มันขับเคลื่อนด้วยรหัสและผลประโยชน์" "แต่จิตวิญญาณของงานศิลปะมันประเมินค่าไม่ได้ด้วยตัวเลขนะคะ!" รินรดาโต้กลับทันควัน น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความอัดอั้น "คุณมองทุกอย่างเป็นอัลกอริทึม เป็นโค้ด เป็นเหตุและผล แต่คุณไม่เคยเข้าใจเลยว่าเบื้องหลังภาพเขียนแต่ละชิ้นที่ถูกฉายขึ้นมา มันคือหยาดเหงื่อและหัวใจของศิลปินที่พวกคุณกำลังพยายามทำลายเพื่อผลกำไรทางธุรกิจ!" บรรยากาศในห้องโถงเงียบงันลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวเคล้ากับเสียงหัวใจที่เต้นรำไปพร้อมกับความตึงเครียด ทั้งสองยืนประจันหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร รินรดาอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะอารมณ์ ขณะที่กวินทร์ยังคงรักษาความนิ่งสงบเอาไว้ได้ราวกับหินผา ทว่ามือหนาที่กำเข้าหากันแน่นข้างลำตัวกลับฟ้องว่าเขากำลังอดกลั้นต่อแรงกระตุ้นบางอย่างอย่างหนัก ก่อนที่บทสนทนาเชือดเฉือนจะดำเนินไปไกลกว่านั้น เสียงก๊อกแก๊กเบาๆ จากประตูหนีไฟฝั่งทิศตะวันตกก็ดังขึ้น ทำลายสมาธิของทั้งคู่ในเสี้ยววินาที กวินทร์ยกมือขึ้นแตะริมฝีปากเป็นสัญญาณเชิงห้ามปราม สายตาคมกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะดึงแขนเรียวของรินรดาให้ก้าวถอยหลังเข้าสู่เงาของเสาคอนกรีตขนาดใหญ่ ร่างบางถูกดึงเข้ามาชิดแนบอกแกร่งโดยไม่ทันตั้งตัว กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวของเขาโชยเข้าจมูกปะปนกับความอบอุ่นจากร่างกายที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า รินรดาอ้าปากจะต่อ ว่าแต่ฝ่าหนาของกวินทร์กลับเอื้อมมาปิดเรียวปากนุ่มของเธอไว้เบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม ดวงตาคมกริบส่งสัญญาณเตือนให้เงียบเสียงลง ฝีเท้าแผ่วเบากลุ่มหนึ่งกำลังเดินเข้ามาใกล้จุดที่พวกเขายืนอยู่ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดังขึ้นเป็นจังหวะ และหยุดลงตรงหน้าโต๊ะทำงานคอมพิวเตอร์หลักพอดี แสงไฟฉายสลัววับแวมลอดผ่านช่องว่างระหว่างชั้นวางของแสดงให้เห็นเงาร่างของชายสวมหมวกแก๊ปสีดำกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่หน้าจอควบคุม รินรดาหัวใจเต้นรัวระส่ำ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อผู้บุกรุก แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจากฝ่ามือที่แนบอยู่บนริมฝีปาก และไออุ่นจากลมหายใจของกวินทร์ที่รดอยู่เหนือขมับของเธอ ความใกล้ชิดในสถานการณ์คับขันสร้างแรงกระตุ้นบางอย่างที่อยู่นอกเหนือจากสมการตรรกะใดๆ ทันใดนั้น ชายปริศนาหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็หยิบแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทเสียบเข้ากับพอร์ตยูเอสบีหลัก หน้าจอระบบแสดงผลปรากฏข้อความสั้นๆ ขึ้นมาว่า *'Transfer Complete'* พร้อมกับเสียงติ๊ดเบาๆ ที่ดังสะท้อนไปทั่วห้องโถง กวินทร์หรี่ตาลง ใบหน้าคมเข้มฉายแววเฉียบคมขึ้นในความมืด เขากระซิบชิดใบหูของหญิงสาวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบกลืนไปกับอากาศ "รอดูก่อน... อย่าเพิ่งขยับ" แต่แล้ว หัวใจของรินรดาก็ต้องกระตุกวูบ เมื่อเงาร่างของชายคนนั้นหันกลับมามองตรงมายังเสาต้นที่พวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่ พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาตรงๆ และในเสี้ยววินาทีที่แสงไฟกวาดผ่านใบหน้าของผู้บุกรุก รินรดาก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ เมื่อพบว่าใบหน้าใต้หมวกแก๊ปนั้นไม่ใช่คนแปลกหน้าจากบริษัทคู่แข่ง... แต่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวของเธอเองที่ถือสิทธิ์กุญแจมาสเตอร์คีย์ของแกลเลอรีแห่งนี้! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านตรรกะและหัวใจไปกับพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักสะดุดหยุดที่หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%