โลหะสีด้านที่ถูกปลดล็อกเซฟในความมืดไม่ได้ส่งเสียงดังอะไรมากนัก หากแต่ก้องกังวานเสียดแทงประสาทสัมผัสจนเลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงในเสี้ยววินาที
กลิ่นอายความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของกวินทร์ในยามวิกาล บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายอันตรายที่เธอสัมผัสได้จากสัญชาตญาณดิบ ร่างสูงโปร่งของวิศวกรหนุ่มผู้เคยควบคุมทุกสิ่งด้วยอัลกอริทึมและตรรกะอันเที่ยงตรง บัดนี้กำลังยืนบังเงาของแสงไฟสลัวจากโถงทางเดิน ปลายกระบอกปืนพกสีเข้มในมือของเขานิ่งสนิท แต่ทว่าสั่นไหวเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ที่เจ้าตัวพยายามกดขี่ไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็น
"วางมือถือของคุณลง... รินรดา"
น้ำเสียงของกวินทร์แหบพร่าและต่ำลึกกว่าทุกครั้งที่เธอเคยได้ยิน มันไม่ใช่เสียงคำรามของความโกรธเกรี้ยว หากแต่เป็นเสียงเตือนครั้งสุดท้ายจากคนที่กำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งความลับที่ถูกกระชากหน้ากาก
รินรดากลืนก้อนความตื่นตระหนกเหนียวหนืดลงคอ ดวงตาคู่คมกวาดมองปฏิกิริยาของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว สมองของนักวิจารณ์ศิลปะที่เชี่ยวชาญการอ่านสัญญะและภาษากายประมวลผลทันที—กวินทร์ไม่ได้ตั้งใจจะเหนี่ยวไกใส่เธอ มือของเขากำลังสั่น ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความหวาดหวั่นที่ว่า *ความลับ* กำลังจะหลุดรอดจากการควบคุมของเขาต่างหาก
หน้าจอสมาร์ทโฟนในมือเธอยังคงสว่างวาบ ภาพไฟล์เอกสารลับที่ซ่อนอยู่ในโฟลเดอร์รหัสผ่านระดับสูงของระบบประเมินอัลกอริทึมการลงทุนโครงการศิลปะ—โปรเจกต์ที่เธอคิดมาตลอดว่าเป็นเพียงงานประเมินมูลค่าเชิงพาณิชย์ธรรมดา ทว่าเบื้องหลังกลับซ่อนระบบฟอกเงินผ่านมูลค่าภาพวาดดิจิทัลที่ออกแบบโดยสมองกลของเขาเอง
"คุณไม่ได้ตั้งใจจะยิงฉันหรอกค่ะ, กวินทร์" รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอราบเรียบอย่างน่าประหลาด แม้หัวใจจะเต้นระรัวรากับกลองเพล "ไม่อย่างนั้น... คุณคงไม่ปล่อยให้แสงจากโถงทางเดินลอดเข้ามาตั้งแต่แรกที่คุณเปิดประตูห้องนี้"
กวินทร์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาไหววับ เขาไม่ได้ตอบคำทวนความ ปลายกระบอกปืนยังคงชี้ต่ำลงเพียงเล็กน้อย แต่สายตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความซับซ้อนราวกับรอยร้าวบนกระจกนิรภัยที่รอวันแตกละเอียด
"คุณล้ำเส้นเกินกว่าที่อัลกอริทึมของผมจะคำนวณไว้, รินรดา" กวินทร์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นทีละน้อย เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปาร์เกต์ดังเป็นจังหวะที่มั่นคง ทว่าเปราะบาง "คุณคิดว่าตัวเองกำลังมองหาความจริงทางจิตวิญญาณในงานศิลปะ แต่สิ่งที่คุณกำลังขุดคุ้ย... มันไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขหรือภาพเขียน มันคือโครงสร้างทั้งหมดที่ค้ำจุนชีวิตของผม... และชีวิตของคนที่คุณไม่เคยจินตนาการถึง"
"โครงสร้างที่สร้างขึ้นบนความเท็จน่ะเหรอคะ?" รินรดาเชิดหน้าขึ้น แม้ความกลัวจะแล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลัง แต่ความหยิ่งทะนงในอุดมการณ์ทำให้เธอยืนหยัดเผชิญหน้ากับเขา "คุณบอกว่าตัวเองยึดมั่นในตรรกะและความถูกต้อง แต่สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่หลังฉากของบริษัทเทคโนโลยีนี้ มันคือกฎหมายป่าเถื่อนที่ถูกเขียนด้วยโค้ดคอมพิวเตอร์ต่างหาก!"
ประโยคเชือดเฉือนนั้นตกลงกลางห้องราวกับใบมีด กวินทร์หยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับกลิ่นกระดาษและไอเย็นของเครื่องปรับอากาศ ความใกล้ชิดนี้ไม่ได้สร้างความหอมหวานเช่นในคืนวาน หากแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายของสองขั้วอุดมการณ์ที่กำลังห้ำหั่นกันทางจิตวิญญาณ
ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหนา
"คุณคิดว่าโลกใบนี้ขับเคลื่อนด้วยความงามและจิตวิญญาณงั้นเหรอ, รินรดา? โลกมันพังทลายไปนานแล้ว... และสิ่งที่ผมทำ ไม่ใช่การทำลายมัน แต่เป็นการพยายามซ่อมแซมรอยร้าวด้วยวิธีเดียวที่ระบบบ้าๆ นี่จะยอมรับต่างหาก"
เขายื่นมืออีกข้างที่ว่างเปล่าออกมาช้าๆ ไม่ได้พยายามจะแย่งโทรศัพท์มือถือจากมือเธอ หากแต่ปลายนิ้วแกร่งนั้นหยุดอยู่ห่างจากแก้มเนียนเพียงแค่คืบ สายตาที่เขามองเธอบัดนี้ไม่ได้มีแค่ความระแวง หากแต่ฉายแววความเจ็บปวดลึกซึ้งที่เขาพยายามซ่อนเร้นมาตลอด
"ถ้าคุณกดส่งข้อมูลนั้นออกไป... คนที่จะไม่ได้แค่ตกงานคือผม แต่หมายถึงความปลอดภัยของคุณเองด้วย" กวินทร์กระซิบเสียงพร่า ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับผิวแก้มของเธอ "พวกเขายิ่งใหญ่กว่าที่คุณคิด... และผมกำลังปกป้องคุณโดยที่คุณไม่เคยรู้ตัวเลยสักนิด"
รินรดาชะงัก นิ้วเรียวที่กำลังจะแตะปุ่ม 'แชร์' บนหน้าจอหยุดชะงักทันที ดวงตากลมโตมองลึกลงไปในดวงตาของวิศวกรหนุ่ม เธอกำลังพยายามค้นหาความจริงเบื้องหลังคำเตือนนั้น—เขากำลังโกหกเพื่อเอาตัวรอด หรือเขากำลังปกป้องเธอจากอะไรบางอย่างที่น่ากลัวยิ่งกว่าที่เธอกำลังเผชิญอยู่จริง ๆ?
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างเขากับเธออีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก
ทว่า... ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอื้อ่ยวาจาใดเพื่อตอบโต้ความลับที่เพิ่งถูกเปิดเผยครึ่งๆ กลางๆ นั้น
*กริ๊ก...*
เสียงโลหะบางอย่างกระทบกันดังขึ้นเบาๆ จากระเบียงกระจกด้านนอกห้องทำงาน ซึ่งอยู่สูงจากพื้นดินร่วมสิบชั้น!
กวินทร์เบิกตากว้างในเสี้ยววินาที สัญชาตญาณดิบของวิศวกรผู้ผ่านภยันตรายมาโชกโชนทำงานเร็วกว่าความคิด ร่างสูงพุ่งเข้าประชิดตัวรินรดาในทันที พร้อมกับใช้มือหนาปัดมือถือในมือเธอร่วงหล่นลงพื้นกระเบื้องเสียงดังสนั่น ก่อนจะคว้าตัวเธอเหวี่ยงหลบลงไปหลังโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีหนาหนัก
*เปรี้ยง!*
กระจกบานใหญ่ด้านหลังห้องแตกกระจายละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเสียงกระสุนปืนเก็บเสียงที่เจาะทะลุกรอบหน้าต่างฝังลงบนผนังปูนอย่างแม่นยำ! กวินทร์ใช้ร่างกายของตนเองโอบกอดปกป้องร่างของรินรดาไว้แนบแน่นใต้โต๊ะทำงาน ขณะที่มืออีกข้างยกปืนขึ้นเล็งไปยังทิศทางของระเบียงมืดสนิทด้านนอก โดยที่ปลายนิ้วของเขายังคงสัมผัสกับไออุ่นจากร่างกายของเธอ และหัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นรัวระรัวด้วยจังหวะเดียวกันท่ามกลางวิกฤตที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความสัมพันธ์อันเปราะบางแต่ลึกซึ้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
"แสงดาวพร่างพราว"
อัลกอริทึมรักสะดุดหยุดที่หัวใจ•ตอนที่ 10
รอยร้าวในความสัมพันธ์
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักสะดุดหยุดที่หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!