เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก•ตอนที่ 5

รอยร้าวในอดีต

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
เสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังลอดผ่านรอยแยกของประตูห้องทำงานกระจกฝ้า ไม่ได้ทำให้รินรดา สะดุ้งสะเทือนเหมือนในอดีตกาลอีกต่อไปแล้วค่ะ เธอยืนนิ่งสงสง่าอยู่ในชุดสูทผ้าทวีตสีงาช้างตัดเย็บประณีต ขับเน้นรูปร่างเพรียวบางที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ในมือเรียวบางสวมแหวนเพชรเม็ดโตที่ซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ปลายนิ้วแตะแฟ้มเอกสารสีดำสนิทบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ด้วยท่าทีราดรื่น ราวกับผู้กุมความลับทั้งหมดของจักรวาลนี้ไว้แต่เพียงผู้เดียว "คุณแน่ใจแล้วเหรอริน ว่าเอกสารพวกนี้จะทำให้ผมรู้สึกอะไรได้มากกว่าความรำคาญ" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้น รวิศก้าวออกมาจากเงาสลัวของมุมห้อง ดวงตาคมกริบคู่นั้นยังคงมีความเย่อหยิ่งและเยือกเย็นเป็นเกราะกำบังเช่นเคย ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีชาคูลสวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมบนออกสองเม็ดเผยให้เห็นแผงอกกว้างและร่องรอยความกระวนกระวายที่เขาพยายามปกปิดไว้ แต่มันตบตา "ละอองดาวเดือนเก้า" คนนี้ไม่ได้หรอกนะคะ รินรดาไม่ตอบ เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่กรีดลึกลงไปถึงขั้วหัวใจของอดีสามี รอยยิ้มที่ปราศจากความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือความว่างเปล่า... ความว่างเปล่าที่น่ากลัวที่สุดสำหรับคนที่เพิ่งสำนึกได้ว่าตนเองได้ทำลายสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตหลุดมือไป "รำคาญอย่างนั้นหรือคะ รวิศ..." รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าบาดลึกราวกับคมมีดที่ค่อยๆ กรีดลงบนผิวเนื้อช้าๆ "แต่ดิฉันกลับคิดว่า สิ่งที่คุณกำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้มันคือความหวาดกลัวต่างหากค่ะ กลัวว่าความจริงเน่าเฟะที่คุณเคยซุกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากสุภาพบุรุษ มันจะถูกกระชากออกมาประจานต่อหน้าคนที่คุณกราบไหว้ในสังคม" พรึบ! แฟ้มเอกสารสีดำถูกเปิดออก กระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่าถูกเลื่อนไปตรงหน้าชายหนุ่ม ภาพถ่าย ใบเสร็จรับเงิน และสำเนาสัญญาซื้อขายที่ถูกซ่อนเร้นไว้เมื่อห้าปีก่อน ปรากฏเด่นชัดอยู่ใต้แสงไฟสีส้มสลัว รวิศก้มมองมัน ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—เพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น—ก่อนที่ขากรรไกรของเขาจะขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน "คุณ... เอาเอกสารพวกนี้มาจากไหน" น้ำเสียงของรวิศเปลี่ยนเป็นแหบพร่า ความเย่อหยิ่งทลายลงในพริบตาเมื่อเห็นข้อความในกระดาษแผ่นนั้น มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญ... หลักฐานที่พิสูจน์ว่า ในวันที่รินรดากำลังตั้งครรภ์ลูกน้อยและมีความฝันที่จะเปิดแกลเลอรีจิวเวลรี่ชิ้นแรกในชีวิต รวิศผู้เป็นสามีในนามกลับเป็นคนลงมือ "ทำลาย" มันด้วยมือของตัวเอง เขาใช้เส้นสายและอำนาจทางการเงินซื้อตัวหุ้นส่วน บีบบังคับให้เธอกลายเป็นคนล้มละลายทางเครดิต และที่สำคัญที่สุด... เขาจงใจส่งคนไปทำลายแบบร่างเครื่องประดับชิ้นเอกที่เธอทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายวาดขึ้นทั้งคืน เพียงเพราะเขาต้องการให้เธอกลายเป็นเพียงนกน้อยในกรงทองที่ต้องพึ่งพาเขาแต่เพียงผู้เดียว "แปลกใจใช่ไหมคะที่เห็นมันยังอยู่" รินรดาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมอำพันลอยแตะจมูกเขา ชวนให้หัวใจของชายหนุ่มกระชากวูบอย่างเจ็บปวด "คุณคิดว่าทำลายมันไปแล้ว ฉันจะลืมมันได้งั้นเหรอคะ รวิศ? คุณคิดว่าความฝันที่ฉันสร้างด้วยน้ำตา มันจะสลายหายไปพร้อมกับเศษกระดาษที่คุณเผาในคืนนั้นจริงๆ เหรอคะ?" "ริน... ฟังผมก่อน" รวิศก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอโดยไม่รู้ตัว มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยยื่นออกหมายจะคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้เหมือนอย่างเคย ทว่ารินรดากลับถอยหลังหลบอย่างรวดเร็ว ราวกับรังเกียจที่จะให้ผิวเนื้อของเขาสัมผัสโดนตัวเธอแม้แต่นายเดียว "อย่ามาแตะต้องฉัน!" เธอตวาดเสียงกร้าว ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยเพลิงแค้นที่ถูกสุมไว้เนิ่นนาน "คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมองหน้าฉันด้วยซ้ำ รวิศ! คุณทำลายทุกอย่าง ทำลายความไว้ใจ ทำลายหัวใจ และเกือบจะทำลายชีวิตของฉันในวัยนั้นให้พังทลายลงคามือของคุณเอง เพียงเพราะความเห็นแก่ตัวและความหยิ่งทะนงของคุณ!" "วันนั้น... ผมแค่อยل..." รวิศพยายามหาข้อแก้ตัว เสียงของเขาขาดห้วงเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวรานและเกลียดชังของเธอ "คุณแค่คิดว่าฉันเป็นของตาย!" รินรดาตะโกนแทรกขึ้นมา น้ำตาคลอหน่วยในดวงตาทว่าไม่มีทางร่วงหล่นลงมาให้เขาได้เห็นความอ่อนแออีกเด็ดขาด "คิดว่าฉันจะก้มหน้าก้มตารับความโหดร้ายของคุณไปตลอดชีวิต งั้นเหรอคะ? น่าเสียดายนะคะรวิศ ที่คนอย่างรินรดาในวันนี้ ไม่ใช่ผู้หญิงโง่คนเดิมที่ยอมให้คุณเหยียบย่ำอีกต่อไปแล้ว!" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของชายหนุ่มที่กำลังตระหนักว่า เขาสูญเสียผู้หญิงคนนี้ไปอย่างไม่มีวันหวนคืนด้วยน้ำมือของตนเอง รวิศรู้สึกราวกับมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ ความสำนึกผิดที่สายเกินแก้กัดกินหัวใจเขาจนแทบแหลกสลาย เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก้าวเข้าไปใกล้เธออีกครั้ง คราวนี้เขาทรุดตัวลงคุกเข่าลงเบื้องหน้าเธออย่างไม่หลงเหลือศักดิ์ศรีของนักธุรกิจหมื่นล้าน "ผมขอโทษ..." เสียงทุ้มต่ำเอמהสั่นเครือ รวิศเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว หยาดน้ำตาของผู้ชายที่หยิ่งผยองที่สุดในเมืองหลวงเอ่อคลอหน่วยดวงตา "ผมรู้ว่ามันสายเกินไป... แต่ริน ได้โปรด ให้โอกาสผมได้ไถ่บาป ได้ไหมครับ..." รินรดาก้มลงมองอดี สามีที่กำลังหมอบราบคาบแก้วอยู่แทบเท้า เธอยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน หยดน้ำตาแห่งความสะใจไหลรินลงมาผสมผสานกับรอยยิ้มอันวิจิตรของความเจ็บปวด "โอกาสเหรอคะ?" เธอก้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเขาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "เก็บคำขอร้องของคุณไว้ใช้ในวันที่คุณสูญเสียทุกอย่างจริงๆ เถอะค่ะรวิศ... เพราะเกมนี้ มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง!" ติณณภพ... หรือใครบางคนที่กำลังยืนแอบมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่หลังบานกระจกเงาด้านนอก พร้อมกับซองเอกสารลับอีกฉบับในมือ—ซองเอกสารที่ระบุผลตรวจ DNA ของเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่ง ที่มีใบละม้ายคล้ายคลึงกับรวิศราวกับแกะ... กำลังก้าวเท้าเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพิฆาต! "ละอองดาวเดือนเก้า" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%