เสียงกรีดร้องของโลหะที่บิดเบี้ยวและกระจกที่แตกละเอียดจนกระจายราวกับฝนเพชร คือดนตรีประกอบความพินาศที่รินรดาไม่มีวันลืม
เศษแก้วชิ้นเล็กชิ้นน้อยฝังลึกลงไปในเนื้อหนัง แต่นั่นยังเจ็บปวดน้อยกว่าภาพของเงาร่างสูงใหญ่ที่พุ่งเข้ามาโอบกอดร่างของเธอไว้ในวินาทีเป็นตาย รวิศเลือกที่จะเอาแผ่นหลังกว้างของตนเองรับแรงปะทะจากเสาคอนกรีตที่กำลังถล่มลงมาแทนเธอ แรงกระแทกมหาศาลทำให้เกิดเสียงทุ้มต่ำน่ากลัวในลำคอของชายหนุ่ม ก่อนที่รสชาติคาวคลุ้งของเลือดจะไหลทะลักออกจากมุมปากของเขา ร่วงหยดลงบนลาดไหล่ของเธอทีละหยด... ทีละหยด ราวกับน้ำตาแห่งการไถ่บาปที่เขาไม่เคยเอ่ยปากขอโทษ
"คุณรวิศ!"
เสียงอุทานของรินรดาดังขึ้นพร้อมกับความตื่นตระหนกที่ตีรวนขึ้นมาจุกอก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ เมื่อพบว่าอดีตสามีผู้เคยเย่อหยิ่ง เย็นชา และเคยมองเธอเป็นเพียงเศษฝุ่นใต้รองเท้า บัดนี้กำลังใช้ร่างกายของเขากลายเป็นโล่กำบังอันเปราะบางเพื่อปกป้องเธอจากความตาย
ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเหินห่างและเหยียดหยามในอดีต บัดนี้กลับอ่อนแสงลงจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม รวิศพยายามฝืนยิ้ม แม้ว่าลมหายใจของเขาจะติดขัดและสั่นเทา เลือดสีสดไหลอาบใบหน้าคมคายลงมาเลอะเสื้อสูทราคาแพงจนยับยู่ยี่ มือหนาที่สั่นเทาเอื้อมขึ้นมาสัมผัสแก้มเนียนของเธออย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าเธอจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่จะสลายหายไปหากเขาออกแรงบีบเพียงนิดเดียว
"ริน... เธอ... ปลอดภัยนะ" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก ลมหายใจของเขาร้อนผ่าวและแผ่วเบาลงทุกที
"ทำไม... ทำไมคุณถึงทำแบบนี้!" หัวใจของรินรดาสั่นสะท้าน ความเกลียดชังและการตั้งกำแพงที่เธอเพียรสร้างมาตลอดหลายเดือนพังทลายลงในพริบตา ความรู้สึกเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อเห็นสภาพของคนที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนแหลกสลาย แต่วันนี้เขากลับยอมเอาชีวิตมาแลกเพื่อให้เธอมีชีวิตรอด "ฉันเกลียดคุณไม่ใช่เหรอ... ทำไมคุณถึงต้องเอาตัวมารับความตายแทนฉันด้วย!"
"เพราะ... เพราะฉันไม่มีวันทนเห็นเธอเป็นอะไรไปอีกแล้ว..." รวิศกระซิบเสียงสั่น น้ำตาของผู้ชายที่หยิ่งทะนงที่สุดในวงการธุรกิจไหลรินปะปนกับคราบเลือดบนใบหน้า "ฉันเพิ่งรู้... เพิ่งรู้ว่าโลกใบนี้มันมืดบอดแค่ไหน... ในวันที่ไม่มีรอยยิ้มของเธออยู่ตรงนั้น... รินรดา... ฉันขอโทษ..."
คำว่า "ขอโทษ" ที่เธอรอคอยมาตลอดชีวิตแต่งงาน ในวันที่หัวใจด้านชาและแตกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี มันกลับดังขึ้นในวินาทีที่ความตายกำลังยืนอยู่ตรงหน้า
ฝุ่นควันและเศษซากปรักหักพังรายล้อมรอบตัวพวกเขาทั้งสอง รินรดารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากอุณหภูมิร่างกายของรวิศที่กำลังลดต่ำลงเรื่อยๆ ความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมหัวใจ เธอกดแผลที่หลังของเขาแน่นเพื่อห้ามเลือด แม้ว่าปลายนิ้วของเธอจะชุ่มโชกไปด้วยสีแดงฉานจนน่ากลัว
"คุณห้ามตายนะ... รวิศ! คุณไม่มีสิทธิ์ตายทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ชดใช้ให้ฉัน!" รินรดาตะโกนออกมาพร้อมหยดน้ำตาที่ร่วงหล่นเผา
เผาผลาญหัวใจ ทว่าอดีตสามีกลับทำเพียงส่ายหน้าช้าๆ รอยยิ้มอ่อนแรงระบายบนเรียวปากที่ซีดเซียว
"ถ้าชีวิตฉัน... มันสามารถแลกกับการให้เธออภัย... หรืออย่างน้อย... ให้เธอมองฉันด้วยสายตาที่ต่างไปจากเดิม... มันก็คุ้มแล้ว..."
ทว่า ในขณะที่ความเงียบงันและความเจ็บปวดกำลังโอบกอดคนทั้งคู่ไว้ในความมืด เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาทางซากตึกถล่มก็ทำลายบรรยากาศลง ร่างของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามาพร้อมกับการ์ดชุดใหญ่ ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบไม่ใช่ความช่วยเหลือที่มาถึง หากแต่เป็นบุคคลที่เดินตามหลังชายคนนั้นเข้ามา...
เด็กชายตัวน้อยวัยราวสามขวบ ใบหน้าจิ้มลิ้มดวงตากลมโตคล้ายคลึงกับรวิศราวกับถอดแบบออกมา กำลังซบใบหน้าลงกับอกของพี่เลี้ยงด้วยความหวาดกลัวพลางเอ่ยปากเรียกเสียงใส
"คุณแม่... ฮือ คุณแม่ครับ..."
รวิศที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนตักของรินรดาเบิกตากว้างขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเสียงนั้น ดวงตาคมกริบเหลือบมองไปยังเด็กน้อยที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตร ก่อนจะหันกลับมามองรินรดาด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อสายตา
ความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอด... บัดนี้ถูกเปิดเผยออกมาท่ามกลางซากปรักหักพังแห่งนี้แล้ว...
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
ด้วยรักและรอยแผล
ละอองดาวเดือนเก้า
เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก•ตอนที่ 23
จุดแตกหัก
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!