เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก•ตอนที่ 22

ความมืดมิดที่เข้าครอบงำ

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
เอกสารสัญญากองโตบนโต๊ะทำงานหรูหราไม่ได้ให้ความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยแก่รวิศแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน... กลิ่นอายของความพินาศกำลังคืบคลานเข้ามาในห้องประชุมใหญ่ราวกับเงาของมัจจุราชที่รอเวลาขย้ำเหยื่อ ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและมั่นอกมั่นใจในยศถาบรรดาศักดิ์ บัดนี้กำลังเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผมหนา ทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องทำงานส่วนตัวกำลังทำงานอย่างเต็มกำลัง ทว่าแผ่นหลังของประธานกรรมการบริหารหนุ่มกลับเปียกชุ่มไปด้วยความเย็นเยียบของความจริงที่เพิ่งกระจ่าง "คุณหมายความว่ายังไง... เอกสารโอนสิทธิ์การถือครองหุ้นล็อตใหญ่เมื่อคืนนี้ ทำไมถึงไปปรากฏชื่อของบริษัทโกลบอล อินเวสต์เมนต์?" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและกดขี่ผู้อื่นมาตลอดชีวิต บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย รวิศพยายามจ้องมองหน้ามือขวาคนสนิทที่ยืนก้มหน้าหลบสายตาอยู่เบื้องหน้า หัวใจของเขาเต้นรัวกระหน่ำราวกับมีกลองเพลิงมาตีซัดอยู่ในอก "ผม... ผมตรวจสอบดูอย่างละเอียดแล้วครับคุณรวิศ..." น้ำเสียงของเลขาหนุ่มตะกุกตะกัก "ทุกอย่างถูกดำเนินการผ่านลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ที่มีรหัสผ่านระดับสูงสุด ซึ่งมีเพียงท่านประธานและ... และคุณธนาเท่านั้นที่เข้าถึงได้" *ธนา!* ชื่อนั้นกระแทกเข้ากลางใจของรวิศราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบซ้ำ เปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยวพวยพุ่งขึ้นแผดเผาจนนัยน์ตาแดงก่ำ ธนาคือเพื่อนสนิทที่เติบโตมาด้วยกัน เป็นคนที่เขายื่นมือเข้าช่วยเหลือและไว้ใจมอบหมายให้ดูแลแผนกควบรวมกิจการในช่วงเวลาที่บริษัทกำลังวิกฤต เป็นคนที่เขาไม่เคยระแวงสงสัยแม้แต่น้อย... แต่กลับกลายเป็นงูพิษที่ซบอยู่ใต้ร่มผ้า คอยฉกกัดเขาในวันที่เขากำลังอ่อนแอที่สุด รวิศหัวเราะออกมาเบื้องต่ำ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาตนเอง ความเย่อหยิ่งจองหองที่เขาเคยใช้เหยียบย่ำรินรดาในอดิตกาล... บัดนี้มันกำลังย้อนกลับมาตบหน้าเขาฉาดใหญ่จนชาหนบ ความรู้สึกสำนึกเสียใจที่กัดกินวิญญาณของเขามาโดยตลอด ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเป็นร้อยเท่าพันทวี เมื่อเขาตระหนักได้ว่า *'กรรมตามสนอง'* ไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อ ในวันที่เขาขับไล่ผู้หญิงที่รักเขาด้วยใจจริงออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย เขามัวแต่หลงระเริงอยู่กับอำนาจจอมปลอม คิดว่าตัวเองคือผู้กุมชะตากโลกใบนี้ แต่แท้จริงแล้ว... เขาก็เป็นแค่ไอ้โง่คนหนึ่งที่ถูกหลอกใช้และกำลังจะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปอย่างไร้ค่า "ท่านประธานครับ... ทางคณะกรรมการบริหารเรียกประชุมด่วนในอีกสิบนาทีนี้ครับ พวกเขากดดันเรื่องการถือหุ้นใหญ่ที่เปลี่ยนแปลงไป และ... และมีข่าวลือสะพัดออกไปแล้วว่าเรากำลังจะล้มละลาย" เสียงรายงานสถานการณ์จากเลขาคนเดิมยิ่งซ้ำเติมความมืดมิดให้โถมทับลงมา รวิศรู้สึกราวกับห้องทำงานขนาดใหญ่กำลังหดแคบลงจนหายใจไม่ออก ภาพของรินรดาในวันที่เธออุ้มท้องโตเดินออกจากคฤหาสน์ตระกูลศิริไพศาลด้วยแววตานิ่งสนิทไร้ซึ่งหยาดน้ำตา ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดราวกับภาพหลอน *รินรดา... คุณคงกำลังมองดูความพินาศของผมอยู่ใช่ไหม?* ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพงอย่างไร้เรี่ยวแรง มือหนายกขึ้นกุมขมับที่เต้นตุบๆ ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลังและสำนึกบาปผสมปนเปกันจนแทบกระอักเลือด เขาสูญเสียทุกอย่างแล้ว... ทั้งภรรยาที่แสนดี ทั้งครอบครัวที่อบอุ่น และบัดนี้ แม้แต่อำนาจและอาณาจักรทางธุรกิจที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อ ก็กำลังจะถูกกระชากออกไปต่อหน้าต่อตา แต่ทว่า... ในความมืดมิดที่ไร้ทางออกนั้น ประตูห้องทำงานกลับถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท รวิศเงยหน้าขึ้นด้วยความหวັງลมๆ แล้งๆ ว่าอาจจะมีปาฏิหาริย์ หรือมีใครสักคนเข้ามาช่วยกอบกู้สถานการณ์ แต่ทว่า... ร่างสูงสง่าในชุดสูทตัดเย็บชั้นดีที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก กลับทำให้เลือดในกายของเขากลายเป็นน้ำแข็ง "ภาคิน..." รวิศเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความเกลียดชังที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด ชายหนุ่มผู้กุมหัวใจของรินรดาในปัจจุบัน ปรากฏกายขึ้นด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับผู้ชนะที่เดินมาตรวจตราสนามรบ ภาคินปรายตามองเอกสารบนโต๊ะด้วยความสมเพช ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโดยไม่1500ได้รับเชิญ "ตกใจมากสินะครับคุณรวิศ" ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "การสูญเสียทุกอย่างในเวลาชั่วข้ามคืน... มันรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็นเลยใช่ไหมล่ะครับ? ความรู้สึกเดียวกับที่รินรดารา... อดีตภรรยาที่คุณเคยเหยียบย่ำหัวใจ เธอก็เคยได้รับมันมาแล้วเช่นกัน" รวิศลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความโกรธจัด ดวงตาสองข้างแดงก่ำเส้นเลือดปูดโปน "แก... แกอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ทั้งหมดใช่ไหมภาคิน! แกซื้อตัวธนา!" ภาคินหัวเราะในลำคอเบาๆ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "ผมไม่ต้องลงทุนทำอะไรมากหรอกครับ คนโง่ที่เชื่อใจคนผิดอย่างคุณ... จุดจบแบบนี้มันก็สมควรแก่เหตุแล้วไม่ใช่หรือ? แต่น่าเสียดายนะ... ที่อำนาจทั้งหมดที่คุณเคยมี บัดนี้มันกำลังจะกลายเป็นของผม และเหนือสิ่งอื่นใด..." ภาคินหยุดพูดนิดหนึ่งเพื่อเว้นจังหวะ ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้า สายตาคมกราบกรานจ้องมองรวิศราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "...ครอบครัวที่อบอุ่นและมีความสุขของรินรดาและเด็กชายต้นกล้า... บัดนี้พวกเขามีผมคอยปกป้องดูแลอย่างดีแล้ว ส่วนคุณ... ก็จดจำความพินาศครั้งนี้ไว้ให้ขึ้นใจเถอะครับ เพราะนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของนรกบนดินที่คุณสร้างขึ้นมาเองทั้งสิ้น" รวิศยืนนิ่งสนิท ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อม ชื่อของ "เด็กชายต้นกล้า" และภาพรอยยิ้มของรินรดาที่ซ้อนทับเข้ามาในสมอง ทำให้หัวใจของเขาแตกสลายไม่มีชิ้นดี และในวินาทีที่รวิศกำลังจะพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อของคู่ปรับ ประตูห้องประชุมใหญ่ด้านนอกก็เปิดผาง พร้อมกับเสียงประกาศกร้าวจากคณะกรรมการบริหารที่ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาทอย่างเหี้ยมเกรียม — "เชิญคุณรวิศออกจากห้องประชุมครับ... เพราะนับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป คุณไม่ใช่ประธานของที่นี่อีกต่อไปแล้ว!" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและร่วมเป็นกำลังใจให้รินรดานะคะ ***
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%