เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก•ตอนที่ 24

วินาทีความเป็นความตาย

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
เสียงโลหะหนักกระทบเนื้อผ้าและผิวเนื้อดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องนิรภัยอับชื้น เป็นเสียงที่สั้น ห้วน และเต็มไปด้วยแรงกระแทกอันตระหนก รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจของเถาถ่านที่เคยด้านชาจนเกือบตายด้านกระตุกวูบอย่างรุนแรง เมื่อร่างสูงใหญ่ของรวิศพุ่งเข้ามารับคมมีดแทนเธอในวินาทีที่เฉียดฉิวที่สุด เลือดสีสดอุ่นจัดซึมผ่านเสื้อเชิ้ตเนื้อดีของเขา หยดลงบนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบทีละหยด... ละครฉากนี้ตบตาไม่ได้ มันไม่ใช่การแสดงเพื่อเรียกร้องความสงสาร แต่มันคือความเป็นและความตายที่เดิมพันด้วยลมหายใจของมนุษย์คนหนึ่ง "คุณ... บ้าไปแล้วหรือไง!" เสียงของรินรดาสั่นพร่า หลุดลอดริมฝีปากที่ซีดเผือด ความโกรธแค้นที่เคยสะสมมาแรมปีพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่เข้าเกาะกุมขั้วหัวใจ เมื่อเห็นร่างที่เคยเย่อหยิ่งหยิ่งผยองทรุดฮวบลงต่อหน้าต่อตา รวิศกัดฟันแน่น ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย ดวงตาคมกริบที่เคยเย็นชาคู่นั้นเวลานี้กลับทอประกายอ่อนโยนอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เขายื่นมือหนาที่เปื้อนคราบเลือดมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปในอากาศ "ผม... ผมไม่อินังขังขอบอะไรทั้งนั้น..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก ลมหายใจของเขาร้อนผ่าวและติดขัด "ขอแค่... ขอแค่คุณปลอดภัย... ริน... ชีวิตผมไม่มีค่าอะไรเลย ถ้าไม่มีคุณ" คำพูดนั้นกรีดลึกลงไปในความรู้สึกของหญิงสาว รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกแน่นอยู่ที่ลำคอ ภาพอดีตที่เขาเคยผลักไส ไล่เธอออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย ย้อนกลับมาตอกย้ำ แต่มันกลับถูกทับถมด้วยภาพปัจจุบัน—ภาพที่เขากำลังเอาเลือดเนื้อและชีวิตของตัวเองมาแลกความปลอดภัยให้เธอ ความรู้สึกผิด ความหวั่นไหว และความอาลัยอาวรณ์ที่พยายามฝังกลบ กำลังกัดกินหัวใจเธอทีละน้อย รินรดาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าเคียงข้างเขา เรียวปากสั่นระริกขณะใช้มืออีกข้างกดแผลที่ต้นแขนของเขาเพื่อห้ามเลือด "อดทนไว้นะคะ... คุณห้ามตายนะ รวิศ!" เธอเผลอเรียกชื่อเขาด้วยความลืมตัว น้ำตาที่พยายามกลั้นมาตลอดพรั่งพรูออกมาอย่างไร้การควบคุม ความเข้มแข็งที่สร้างเกราะกำบังมาเนิ่นนานพังทลายลงในวินาทีนี้ รวิศฝืนยิ้ม มุมปากหยักลึกยกขึ้นเล็กน้อย แม้ความเจ็บปวดจะแผ่ซ่านไปทั่วร่าง สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าเปื้อนน้ำตาของเธอราวกับต้องการจดจำภาพนี้ไว้เป็นสิ่งสุดท้าย "คุณ... ร้องไห้ให้ผมด้วยเหรอ... ดีใจจัง..." บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ความเงียบงันบีบคั้นหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของเขา ความใกล้ชิดที่ไม่ได้เกิดขึ้นมานานนับปีทำให้หัวใจของทั้งคู่เต้นระรัวในจังหวะเดียวกัน ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความเปราะบาง รินรดาก้มลงมองแผลฉกรรจ์นั้นด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วน สัมผัสจากมือหนาที่ยังคงกุมข้อมือเธอไว้แน่นส่งผ่านความอบอุ่นร้อนรุ่มเข้ามาในกระแสเลือด สัญชาตญาณดิบแห่งความเสน่หาและความโหยหาที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความเกลียดชัง กำลังปะทุขึ้นอย่างเงียบงัน รวิศรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ดึงร่างบางเข้าไปแนบชิด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง กลิ่นอายความเป็นชายและความเจ็บปวดหลอมรวมกันเป็นเสน่ห์อันตรายที่ชวนให้หลงใหล "ริน..." เสียงกระซิบพร่าเลือนดังชิดริมฝีปากของเธอ รวิศเงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความสำนึกผิด ความปรารถนา และความรักลึกซึ้งที่เพิ่งได้รับการปลดปล่อย รินรดาตัวชาวาม สมองขาวโพลนเมื่อริมฝีปากร้อนจัดของเขาประทับลงมาบนกลีบปากของเธออย่างเนิบนาบ ทว่าหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความโหยหา มันไม่ใช่จูบแห่งการบังคับฝืนใจเช่นในอดีต แต่เป็นจูบแห่งการวิงวอน การไถ่บาป และการยอมจำนนต่อหัวใจตัวเองอย่างแท้จริง ความวาบหวามแล่นริ้วไปทั่วร่าง ความต้านทานทั้งหมดมลายหายไปในพริบตา รินรดาเผลอเผยริมฝีปากออกรับรสจูบอันเร่าร้อนและลึกซึ้งนั้นอย่างไม่รู้ตัว มือเรียวที่เคยผลักไไส กลับเปลี่ยนเป็นยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ดึงรั้งเขาให้เข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้น ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความมืดมิดของห้องนิรภัย สัมผัสจากปลายนิ้วที่ลูบไล้ไปตามสรีระบอบบางปลุกเร้าเพลิงอารมณ์ให้โหมกระพือ ท่ามกลางความเป็นความตาย ร่างกายของทั้งคู่ต่างโหยหากันและกันราวกับต้องการยืนยันว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่เพื่อกันและกัน ความสุขสมทางอารมณ์ที่เอ่อล้นทำให้หัวใจของหญิงสาวสั่นสะเทือน เธอกำลังพ่ายแพ้... พ่ายแพ้ต่อความเสียสละและความรักที่เธอกลปฏิเสธมาตลอด ทว่า... ในวินาทีที่อารมณ์รักและแรงปรารถนากำลังหลอมรวมพวกเขากלาย เป็นหนึ่งเดียว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นกะทันหันจากทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงประตูนิรภัยอีกบานที่ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง แสงไฟสว่างจ้าแยงตาจนรินรดากับรวิศต้องผละออกจากกันอย่างตกใจ ร่างสูงสง่าของผู้มาใหม่ก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้า พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปากที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงในทันที ดวงตาคู่นั้นกวาดมองสภาพที่แนบชิดและคราบเลือดบนพื้น ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างพอใจ "คิดไม่ถึงเลยนะว่า... สามีภรรยาที่หย่าขาดกันไปแล้ว จะมาแสดงความรักกันในสถานการณ์ที่ใกล้ตายแบบนี้..." เสียงทุ้มต่ำของชายปริศนาเอ่ยขึ้น พร้อมกับชูวัตถุบางอย่างในมือขึ้นให้ทั้งคู่เห็นชัดๆ "แล้วถ้าเอกสารชิ้นนี้... ตกลงไปในมือของสื่อมวลชน ชีวิตใหม่ที่คุณอุตส่าห์สร้างขึ้นมา... จะพังทลายลงในกี่วินาทีกันนะ... คุณดีไซเนอร์คนสวย?" ละอองดาวเดือนเก้าขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในเส้นทางความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%