เสียงโลหะหนักกระทบเนื้อผ้าและผิวเนื้อดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องนิรภัยอับชื้น เป็นเสียงที่สั้น ห้วน และเต็มไปด้วยแรงกระแทกอันตระหนก รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจของเถาถ่านที่เคยด้านชาจนเกือบตายด้านกระตุกวูบอย่างรุนแรง เมื่อร่างสูงใหญ่ของรวิศพุ่งเข้ามารับคมมีดแทนเธอในวินาทีที่เฉียดฉิวที่สุด
เลือดสีสดอุ่นจัดซึมผ่านเสื้อเชิ้ตเนื้อดีของเขา หยดลงบนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบทีละหยด... ละครฉากนี้ตบตาไม่ได้ มันไม่ใช่การแสดงเพื่อเรียกร้องความสงสาร แต่มันคือความเป็นและความตายที่เดิมพันด้วยลมหายใจของมนุษย์คนหนึ่ง
"คุณ... บ้าไปแล้วหรือไง!" เสียงของรินรดาสั่นพร่า หลุดลอดริมฝีปากที่ซีดเผือด ความโกรธแค้นที่เคยสะสมมาแรมปีพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่เข้าเกาะกุมขั้วหัวใจ เมื่อเห็นร่างที่เคยเย่อหยิ่งหยิ่งผยองทรุดฮวบลงต่อหน้าต่อตา
รวิศกัดฟันแน่น ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย ดวงตาคมกริบที่เคยเย็นชาคู่นั้นเวลานี้กลับทอประกายอ่อนโยนอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เขายื่นมือหนาที่เปื้อนคราบเลือดมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปในอากาศ
"ผม... ผมไม่อินังขังขอบอะไรทั้งนั้น..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก ลมหายใจของเขาร้อนผ่าวและติดขัด "ขอแค่... ขอแค่คุณปลอดภัย... ริน... ชีวิตผมไม่มีค่าอะไรเลย ถ้าไม่มีคุณ"
คำพูดนั้นกรีดลึกลงไปในความรู้สึกของหญิงสาว รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกแน่นอยู่ที่ลำคอ ภาพอดีตที่เขาเคยผลักไส ไล่เธอออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย ย้อนกลับมาตอกย้ำ แต่มันกลับถูกทับถมด้วยภาพปัจจุบัน—ภาพที่เขากำลังเอาเลือดเนื้อและชีวิตของตัวเองมาแลกความปลอดภัยให้เธอ
ความรู้สึกผิด ความหวั่นไหว และความอาลัยอาวรณ์ที่พยายามฝังกลบ กำลังกัดกินหัวใจเธอทีละน้อย รินรดาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าเคียงข้างเขา เรียวปากสั่นระริกขณะใช้มืออีกข้างกดแผลที่ต้นแขนของเขาเพื่อห้ามเลือด
"อดทนไว้นะคะ... คุณห้ามตายนะ รวิศ!" เธอเผลอเรียกชื่อเขาด้วยความลืมตัว น้ำตาที่พยายามกลั้นมาตลอดพรั่งพรูออกมาอย่างไร้การควบคุม ความเข้มแข็งที่สร้างเกราะกำบังมาเนิ่นนานพังทลายลงในวินาทีนี้
รวิศฝืนยิ้ม มุมปากหยักลึกยกขึ้นเล็กน้อย แม้ความเจ็บปวดจะแผ่ซ่านไปทั่วร่าง สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าเปื้อนน้ำตาของเธอราวกับต้องการจดจำภาพนี้ไว้เป็นสิ่งสุดท้าย "คุณ... ร้องไห้ให้ผมด้วยเหรอ... ดีใจจัง..."
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ความเงียบงันบีบคั้นหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของเขา ความใกล้ชิดที่ไม่ได้เกิดขึ้นมานานนับปีทำให้หัวใจของทั้งคู่เต้นระรัวในจังหวะเดียวกัน ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความเปราะบาง รินรดาก้มลงมองแผลฉกรรจ์นั้นด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วน สัมผัสจากมือหนาที่ยังคงกุมข้อมือเธอไว้แน่นส่งผ่านความอบอุ่นร้อนรุ่มเข้ามาในกระแสเลือด
สัญชาตญาณดิบแห่งความเสน่หาและความโหยหาที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความเกลียดชัง กำลังปะทุขึ้นอย่างเงียบงัน รวิศรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ดึงร่างบางเข้าไปแนบชิด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง กลิ่นอายความเป็นชายและความเจ็บปวดหลอมรวมกันเป็นเสน่ห์อันตรายที่ชวนให้หลงใหล
"ริน..." เสียงกระซิบพร่าเลือนดังชิดริมฝีปากของเธอ รวิศเงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความสำนึกผิด ความปรารถนา และความรักลึกซึ้งที่เพิ่งได้รับการปลดปล่อย
รินรดาตัวชาวาม สมองขาวโพลนเมื่อริมฝีปากร้อนจัดของเขาประทับลงมาบนกลีบปากของเธออย่างเนิบนาบ ทว่าหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความโหยหา มันไม่ใช่จูบแห่งการบังคับฝืนใจเช่นในอดีต แต่เป็นจูบแห่งการวิงวอน การไถ่บาป และการยอมจำนนต่อหัวใจตัวเองอย่างแท้จริง
ความวาบหวามแล่นริ้วไปทั่วร่าง ความต้านทานทั้งหมดมลายหายไปในพริบตา รินรดาเผลอเผยริมฝีปากออกรับรสจูบอันเร่าร้อนและลึกซึ้งนั้นอย่างไม่รู้ตัว มือเรียวที่เคยผลักไไส กลับเปลี่ยนเป็นยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ดึงรั้งเขาให้เข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้น ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความมืดมิดของห้องนิรภัย สัมผัสจากปลายนิ้วที่ลูบไล้ไปตามสรีระบอบบางปลุกเร้าเพลิงอารมณ์ให้โหมกระพือ ท่ามกลางความเป็นความตาย ร่างกายของทั้งคู่ต่างโหยหากันและกันราวกับต้องการยืนยันว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่เพื่อกันและกัน
ความสุขสมทางอารมณ์ที่เอ่อล้นทำให้หัวใจของหญิงสาวสั่นสะเทือน เธอกำลังพ่ายแพ้... พ่ายแพ้ต่อความเสียสละและความรักที่เธอกลปฏิเสธมาตลอด
ทว่า... ในวินาทีที่อารมณ์รักและแรงปรารถนากำลังหลอมรวมพวกเขากלาย เป็นหนึ่งเดียว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นกะทันหันจากทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงประตูนิรภัยอีกบานที่ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง
แสงไฟสว่างจ้าแยงตาจนรินรดากับรวิศต้องผละออกจากกันอย่างตกใจ ร่างสูงสง่าของผู้มาใหม่ก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้า พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปากที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงในทันที
ดวงตาคู่นั้นกวาดมองสภาพที่แนบชิดและคราบเลือดบนพื้น ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างพอใจ
"คิดไม่ถึงเลยนะว่า... สามีภรรยาที่หย่าขาดกันไปแล้ว จะมาแสดงความรักกันในสถานการณ์ที่ใกล้ตายแบบนี้..." เสียงทุ้มต่ำของชายปริศนาเอ่ยขึ้น พร้อมกับชูวัตถุบางอย่างในมือขึ้นให้ทั้งคู่เห็นชัดๆ "แล้วถ้าเอกสารชิ้นนี้... ตกลงไปในมือของสื่อมวลชน ชีวิตใหม่ที่คุณอุตส่าห์สร้างขึ้นมา... จะพังทลายลงในกี่วินาทีกันนะ... คุณดีไซเนอร์คนสวย?"
ละอองดาวเดือนเก้าขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในเส้นทางความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ
เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก•ตอนที่ 24
วินาทีความเป็นความตาย
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!