กลิ่นอายความเย็นเยียบของค่ำคืนนั้นยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความรู้สึก ราวกับละอองน้ำค้างที่เกาะกิ่งไม้แห้งแล้งในฤดูหนาว รินรดากระชับอ้อมแขนกอดร่างเล็กของลูกน้อยแน่นขึ้น ขณะที่ดวงตาคู่คมกริบของรวิศยังคงค้างเติ่งอยู่ท่ามกลางความเงียบงันของลานจอดรถหรู เขายืนนิ่งราวกับรูปปั้นสลักหินแกรนิตที่ถูกสายฟ้าฟาดซ้ำเติม หัวใจที่เคยด้านชาและเย่อหยิ่งมาตลอดชีวิตกำลังเต้นระรัวด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยน ความจริงอันน่าตกตะลึงกระแทกเข้าใส่หน้าอกของเขาอย่างจัง—เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนั้น มีดวงตาคู่เดียวกับเขา มีรอยยิ้มพิมพ์ใจแบบเดียวกับที่เขาเคยรังเกียจและมองข้ามมันไปในอดีต
"คุณรวิศคะ... กรุณาถอยด้วยค่ะ รถของฉันกำลังจะออก"
เสียงหวานใสที่เคยสั่นเครือและเอ่ยคำอ้อนวอนเขาด้วยความรักเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้กลับราบเรียบ เย็นชา และไร้ซึ่งเยื่อใยสิ้นเชิง รินรดาเอ่ยพลึงสบตากับอดีตสามีด้วยแววตาที่ว่างเปล่า เธอไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัว ไม่มีความตื่นตระหนกหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความแข็งแกร่งของผู้หญิงที่ผ่านพ้นนรกภูมิมาได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง
รวิศได้สติคืนมา เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวรถคันหรูที่รินรดานั่งอยู่ มือหนาคว้าขอบกระจกประตูก่อนที่มันจะเลื่อนปิดลง ร่องรอยความเย่อหยิ่งถูกบดบังด้วยความร้อนรนที่เขาเองก็ไม่อาจควบคุมได้
"ริน... เดี๋ยว" เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น "เด็กคนนั้น... ลูกของเราใช่ไหม"
รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา ส่งผลให้รวิศรู้สึกราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย
"ลูกของเราเหรอคะ?" รินรดาทวนคำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มที่กรีดลึกลงไปในใจของคนฟัง "คุณลืมไปแล้วหรือคะคุณรวิศ ว่าคุณเคยพูดอะไรไว้บ้างในวันที่เราหย่ากัน? คุณบอกว่าเด็กในท้องฉันเป็นภาระ เป็นก้อนเลือดไร้ค่าที่คุณไม่ต้องการ และไล่ฉันออกจากชีวิตของคุณอย่างกับหมูเหมือนกับหมา วันนี้คุณมีสิทธิ์อะไรมาถามหาคำว่า 'ลูกของเรา' คะ?"
คำพูดแต่ละคำคมกริบดั่งใบมีดที่กรีดลงบนแผลเก่า รวิศหน้าซีดเผือด ริมฝีปากหนาสั่นระริกจนพูดไม่ออก ภาพวันเก่าๆ ย้อนกลับมาหลอกหลอน ในวันที่เขาเซ็นใบหย่าให้เธออย่างไร้เยื่อใย ในวันที่เขาเลือกผู้หญิงอีกคนและโยนทะเบียนสมรสทิ้งราวกับเศษกระดาษ เขาไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่ง... เขาจะต้องมาคุกเข่าอ้อนวอนขอเศษเสี้ยวความเมตตาจากผู้หญิงที่เขาเหยียบย่าองอาจมาตลอด
"ผมขอโทษ..." รวิศเค้นคำพูดนั้นออกมาได้ยากเย็นเหลือเกิน หัวใจของเขาบีบรัดจนเจ็บแปลบ "ริน... ผมรู้ว่าผมเลว ผมทำร้ายคุณไว้มากแค่ไหน แต่ขอโอกาสให้ผมได้แก้ไข... ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ ให้เราได้ทานมื้อค่ำคุยกันสักครั้งเถอะนะ"
รินรดามองชายหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตที่บัดนี้กำลังยืนทอดอาลัยด้วยสายตาที่ไร้ความรู้สึก เธอเอื้อมมือไปเลื่อนกระจกขึ้น ปิดกั้นช่องว่างระหว่างเธอกับเขาอย่างไร้เยื่อใย
"เสียใจด้วยนะคะคุณรวิศ เวลาสำหรับคำขอโทษของคุณมันหมดอายุไปตั้งแต่สามปีที่แล้วแล้วค่ะ และมื้อค่ำของคุณ... เก็บไว้ทานคนเดียวกับความสำนึกผิดไปตลอดชีวิตเถอะค่ะ"
พรึบ!
กระจกรถเลื่อนปิดสนิทตัดขาดรวิศออกจากโลกของเธออย่างถาวร ก่อนที่รถยนต์คันหรูจะพุ่งทะยานออกไปในความมืด ทิ้งให้รวิศยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางลมหนาวที่พัดโชยมา ความโดดเดี่ยวและสำนึกบาปถาโถมเข้าใส่จนเขากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ผ่านไปสามวัน รวิศยังคงหมกมุ่นอยู่กับการตามติดชีวิตของรินรดา เขาส่งข้อความและโทรศัพท์หาเธอเป็นร้อยๆ สาย แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความว่างเปล่าและการบล็อกทุกช่องทางติดต่อ ความตึงเครียดในใจทำให้เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุด—เขาจองห้องอาหารส่วนตัวระดับไฮ엔ด์ที่รินรดาต้องมาร่วมประชุมธุรกิจจิวเวลรี่กับลูกค้ารายใหญ่ เพื่อดักรอและบีบบังคับให้เธอต้องยอมคุยกับเขาต่อหน้าสาธารณชน
บรรยากาศภายในห้องอาหารหรูหราอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความหรูหราและเสียงดนตรีคลาสสิกคลอเบาๆ รินรดากำลังนั่งสนทนากับพาร์ทเนอร์ชาวต่างชาติด้วยรอยยิ้มมั่นใจและสง่างาม เธอนั่งอยู่ในชุดเดรสเข้ารูปสีแดงเพลิงที่ขับผิวขาวผ่องและรูปร่างเพรียวระหัด ชวนให้ละสายตาไม่ได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว
ทว่า ความสงบสุขก็ต้องสะดุดลง เมื่อบานประตูห้องอาหารถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ร่างสูงสง่าของรวิศก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับลุกโชนไปด้วยความดุดัน เขาเดินตรงดิ่งมายังโต๊ะที่รินรดานั่งอยู่ ท่ามกลางความตกตะลึงของแขกผู้มีเกียรติและพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ
"ขอโทษนะครับที่ต้องรบกวนเวลาอันมีค่า แต่ผมมีเรื่อง 'ส่วนตัว' ที่ต้องเคลียร์กับภรรยา... อ้อ ไม่สิ อดีตภรรยาของผม ให้มันจบเสียทีในวันนี้"
รวิศเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจ รินรดาชะงักมือที่กำลังถือแก้วไวน์ เธอกลั้นหายใจชั่วขณะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยแววตาที่เยียบเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็ง
"คุณรวิศคะ ที่นี่คือสถานที่ทำงานและเวลางานของฉัน กรุณาให้เกียรติสถานที่ด้วยค่ะ ถ้าคุณไม่มีมารยาทพอที่จะเข้าใจคำว่า 'พื้นที่ส่วนตัว' ฉันคงต้องให้พนักงานเชิญคุณออกไป"
รวิศไม่สนใจคำพูดผลักไสของเธอ เขาดึงเก้าอี้ตัวตรงข้ามแล้วหย่อนตัวลงนั่งอย่างถือวิสาสะ สายตาคมกราบกวาดมองใบหน้าสวยเฉี่ยวที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์เย้ายวนใจเกินกว่าผู้หญิงคนเดิมที่เขาเคยรู้จัก ความรู้สึกโหยหาและปรารถนาตีรวนขึ้นมาในอกจนแทบคลั่ง รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากของเขา
"รินคิดว่าปฏิเสธผมแล้วผมจะยอมแพ้งั้นเหรอ?" รวิศโน้มตัวเข้าไปใกล้ โน้มใบกระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน "คุณจะเกลียดผม จะเหยียบย่ำผมแค่ไหนก็ได้... แต่จำไว้ว่าลูกเป็นสายเลือดของผม และผมไม่มีทางปล่อยให้ลูกเติบโตโดยไม่มีพ่อเด็ดขาด ถ้าคุณไม่ยอมมาทานมื้อค่ำกับผมดีๆ วันนี้... อย่าหาว่าผมใจร้ายที่จะใช้ 'กฎหมาย' เข้ามาแย่งลูกคืนจากคุณ"
คำขู่ที่แฝงไปด้วยความอำมหิตทำให้ดวงตากลมโตของรินรดาวาวโรจน์ขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความหวาดกลัวที่เคยซ่อนไว้ถูกแทนที่ด้วยไฟแค้นที่ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
รินรดานิ่งงันไปชั่วอึดใจ สมองของเธอกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางรับมือกับซาตานร้ายที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบกริบลงจนน่าอึดอัด พาร์ทเนอร์ชาวต่างชาติมองหน้าทั้งสองสลับกันไปมาด้วยความงุนงง รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์เดือดดาลในอก ก่อนจะค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกช้าๆ พร้อมกับยกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างท้าทาย
"คิดว่าใช้วิธีนี้แล้วฉันจะกลัวคุณเหรอคะคุณรวิศ?" รินรดาเอ่ยเสียงกระซิบลอดไรฟัน แววตาสวยคมฉายแววเยືือกเย็นและอันตรายยิ่งกว่าเดิม "อยากได้ลูกนักใช่ไหมคะ... งั้นคืนนี้ สองทุ่มตรง ที่เพนท์เฮาส์ส่วนตัวของฉัน เรามาตกลงเรื่องนี้กันให้จบแบบ 'ผู้ใหญ่' ที่เข้าใจเกมกันดีกว่าค่ะ"
รวิศชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยยิ้มปริศนาที่มุมปากของเธอ หัวใจของเขากระตุกวูบด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ราวกับว่าเขากำลังเดินเข้าไปในหลุมพรางที่เธอบรรจงขุดดักรอไว้อย่างสมบูรณ์แบบ... และในวินาทีที่เขากำลังจะเอ่ยปากถามย้ำ รินรดาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สะบัดหน้าหนีอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้เขานั่งเคว้งคว้างจมอยู่กับความระทึกใจที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความพินาศที่เธอกำลังจะประทานให้
*(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)*
— ละอองดาวเดือนเก้า —
เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก•ตอนที่ 7
ความเย็นชาที่ตอบโต้
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!