เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก•ตอนที่ 2

ภาพจำที่เลือนหาย

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
"คุณกำลังขวางทางเดินของดิฉันนะคะ คุณรวิศ" น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งที่เกาะตัวบนผิวกระจก รินรดายืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าอดีตสามี ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววตัดพ้ออ้อนวอนในอดีต บัดนี้กลับว่างเปล่าและนิ่งสงบดุจผืนน้ำที่ไร้คลื่นลม เธอไม่ได้ถอยหนี ไม่ได้หลบสายตา แต่ยืนหยัดมั่นคงในชุดสูทสีงาช้างคัตติ้งเนี้ยบที่ขับเน้นภาพลักษณ์หญิงสาวผู้ประสบความสำเร็จ รวิศที่ยังคงอยู่ในสภาวะช็อกค้างพยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย เขามองใบหน้าของเธอ สลับกับเงาของเด็กชายตัวน้อยที่เพิ่งเดินลับหายไปหลังมุมตึกทางเข้าโรงเรียนนานาชาติ หัวใจของเขาสั่นไหวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ความรู้สึกผิดที่เขาเคยกดทับไว้ใต้ความจองหองเริ่มปริแตกออกราวกับเขื่อนที่กำลังจะพังทลาย "ริน... เด็กคนนั้น..." รวิศพยายามเค้นเสียงที่แหบพร่า ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องใบหน้าของเธอราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง "เขาเป็นใคร ทำไมถึง..." "นั่นไม่ใช่ธุระกงการอะไรของคุณค่ะ" รินรดาแทรกขึ้นทันควัน มุมปากของเธอคลี่ยิ้มบางๆ ซึ่งมันไม่มีความอบอุ่นเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย "เราตกลงกันชัดเจนแล้วตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน ตอนที่คุณเซ็นใบหย่าด้วยความรังเกียจ ว่าชีวิตของเราสองคนนับจากนี้... คือเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบ" รวิศก้าวเข้าไปหาเธอหนึ่งก้าวด้วยสัญชาตญาณของการโหยหาความคุ้นเคย มือหนาหมายจะคว้าต้นแขนของเธอเหมือนที่เคยทำทุกครั้งเวลาที่เขาต้องการจะควบคุมสถานการณ์ แต่รินรดากลับถอยหลังหนึ่งก้าวด้วยท่วงท่าที่สง่างามและเด็ดขาด มือของเขาจึงคว้าได้เพียงความว่างเปล่า "อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่กดดันถึงขั้วหัวใจ "การที่คุณมายืนทำท่าทางตกใจราวกับคนเสียสติแบบนี้ มันไม่ได้ทำให้ความทรงจำที่น่าสมเพชในอดีตของฉันมันจางหายไปหรอกนะคะ ในทางกลับกัน... มันยิ่งย้ำเตือนว่าฉันตัดสินใจถูกแค่ไหนที่เดินออกมาจากชีวิตของคุณ" "ริน... ผมขอโทษ" คำขอโทษที่ฟังดูไร้น้ำหนักที่สุดในชีวิตหลุดออกมาจากปากชายหนุ่มผู้ที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร รวิศกัดฟันแน่น "ผมไม่รู้... ผมไม่เคยรู้เลยว่าชีวิตของคุณหลังจากนั้นจะเป็นยังไง" รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เปี่ยมไปด้วยความสมเพชจนคนฟังรู้สึกเจ็บปวดไปถึงกระดูกดำ "คุณไม่ต้องรู้หรอกค่ะ เพราะตลอดเวลาสามปีที่ผ่านมา ชีวิตของดิฉันดีขึ้นอย่างมหาศาล โดยที่ไม่ต้องมีเงาของ 'คนแปลกหน้า' อย่างคุณเข้ามาเกาะเกี่ยว" "แต่เด็กคนนั้น..." รวิศยังคงดึงดัน สายตาของเขามองผ่านไหล่ของเธอไปยังบริเวณที่เด็กชายหายไป หัวใจของเขาเต้นรัวเป็นจังหวะที่ไม่คุ้นเคย ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ถูกแช่แข็งไว้กำลังถูกไฟร้อนแรงแห่งความหวาดกลัวเผาไหม้ "เขาอายุเท่าไหร่ ริน ตอบผมมาเดี๋ยวนี้!" "รบกวนถอยไปค่ะ ดิฉันมีธุระที่ต้องจัดการอีกมาก" รินรดาขยับแว่นกันแดดขึ้นเล็กน้อย พลางปรับโทนเสียงให้ดูเป็นทางการราวกับกำลังคุยกับลูกค้าที่ไม่พึงประสงค์ "แล้วก็กรุณาอย่าพยายามสืบเสาะหาเรื่องส่วนตัวของดิฉันอีก เพราะถ้าหากดิฉันรู้ว่ามีความพยายามใดๆ ที่จะก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของครอบครัวดิฉัน... ฉันไม่ลังเลที่จะใช้กฎหมายจัดการคุณแน่นอนค่ะ" หญิงสาวเดินเบี่ยงตัวผ่านร่างสูงใหญ่ไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตาแล รวิศยืนนิ่งเป็นหิน ปล่อยให้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคยผ่านจมูกไป ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าที่บาดลึกในใจ เมื่อรินรดาเดินไปถึงที่จอดรถส่วนตัว เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา สั่นเทาเล็กน้อยในจังหวะที่ปลดล็อกหน้าจอ ก่อนจะกดเข้าสู่แอปพลิเคชันกล้องวงจรปิดในห้องนั่งเล่นที่บ้าน ภาพของเด็กชายตัวน้อยที่กำลังวาดรูปอยู่บนพรมปรากฏขึ้นในจอกระจก ดวงตาของเด็กชายคู่นั้น... มันคือกระจกเงาที่สะท้อนภาพของรวิศในวัยเยาว์อย่างไม่มีผิดเพี้ยน เธอทิ้งตัวลงนั่งบนเบาะรถหนังราคาแพง ลมหายใจที่กักเก็บไว้ถูกผ่อนออกมาอย่างหนักหน่วง มือเรียวสั่นเทาขณะเอื้อมไปลูบหน้าจอโทรศัพท์ตรงจุดที่เป็นใบหน้าของลูกชาย 'แม่จะไม่ยอมให้เขาทำลายความสุขของเราอีกแล้ว... แม่สัญญา' แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะสตาร์ทรถ เสียงเคาะกระจกเบาๆ ก็ดังขึ้นจากด้านข้าง รินรดาชะงัก เธอค่อยๆ เลื่อนกระจกลงช้าๆ แต่สิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่รวิศ... หากแต่เป็นซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกยื่นเข้ามาโดยคนแปลกหน้าในชุดสูทสีดำสนิท "คุณรินรดาครับ... มีคนฝากซองนี้มาให้คุณ" รินรดาขมวดคิ้วอย่างสงสัย เธอรับซองนั้นมาโดยสัญชาตญาณความหวาดระแวง ก่อนจะเปิดออกดู เมื่อสายตาปะทะกับเอกสารภายใน... โลกทั้งใบของเธอก็หยุดหมุนอีกครั้ง เพราะสิ่งที่อยู่ในซองนั้น ไม่ใช่เอกสารงาน แต่มันคือรายงานการตรวจสอบ DNA ที่เขาระบุชื่อรวิศไว้อย่างชัดเจน พร้อมกับรอยเลือดสดๆ ที่เพิ่งแห้งกรังติดอยู่บนมุมกระดาษ! ใครบางคนรู้ความลับนี้แล้ว... และใครคนนั้นกำลังเริ่มเกมที่เธอไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเส้นทางแห่งความเจ็บปวดและความเข้มแข็งของรินรดานะคะ หากชอบบทนี้อย่าลืมส่งกำลังใจให้ละอองดาวเดือนเก้าด้วยนะคะค่ะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%