กลิ่นอายความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศในห้องรับรองวีไอพี ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศอึดอัดตรงหน้าเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย รวิศยังคงยืนค้างอยู่ในท่าเดิม—ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและถือดี บัดนี้แดงก่ำ รu-สั่นระริกราวกับคนสูญเสียสติสัมปชัญญะ ลมหายใจของเขาติดขัด สะดุดกึกอยู่ที่ลำคอ ราวกับโลกทั้งใบที่เคยหมุนอยู่ใต้ฝ่าเท้า พังทลายลงมากลายเป็นผุยผงในชั่วพริบตาเดียว
"คุณ... พูดว่าอะไรนะ ริน..." เสียงของเขาแหบพร่า เล็ดลอดออกมาจากไรฟันที่ขบเข้าหากันแน่น ราวกับไม่อยากเชื่อสิ่งที่เพิ่งได้ยินจากริมฝีปากอดีตภรรยา
รินรดานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีชา เธอยกถ้วยชาจسตินขึ้นจิบช้าๆ อย่างใจเย็น แววตาคู่สวยที่เคยไหวระริกและเต็มไปด้วยน้ำตาในอดีต บัดนี้กลับนิ่งสนิท เย็นชา และทรงพลังราวกับราชสีห์ที่มองดูเหยื่อผู้หมดทางสู้ ชุดสูทเข้ารูปสีครีมขับเน้นรูปร่างระหงให้ดูสง่างามและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน เธอดึงเอกสารแผ่นสุดท้ายบนโต๊ะเก็บเข้าแฟ้มอย่างประณีต ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ
"ดิฉันคิดว่าดิฉันพูดชัดเจนดีแล้วนะคะ, คุณรวิศ" น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลสด "ความสัมพันธ์ทางกฎหมายของเราจบลงตั้งแต่ใบหย่าแผ่นนั้นแล้ว และความสัมพันธ์ทางใจ... มันก็มอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านไปตั้งแต่ตอนที่คุณเหยียบย่ำมันไม่เหลือชิ้นดีแล้วเช่นกันค่ะ"
รวิศก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยโซ่ตรวน ความจริงข้อสุดท้ายที่เพิ่งกระแทกเข้าใส่กลางใจอย่างจัง—ความจริงที่ว่าเขาเป็นฝ่ายผลักไสเพชรเม็ดงามที่สุดในชีวิตด้วยมือของตัวเอง และไม่มีวันมีสิทธิ์ได้เธอกลับคืนมาอีก—มันหนักหนາเกินกว่าที่ผู้ชายที่เคยอยู่บนจุดสูงสุดอย่างเขาจะรับไหว
"ผม... ผมขอโทษ..." รวิศพึมพำ คำพูดที่เคยยากเย็นแสนเข็ญในอดีต หลุดออกมาจากปากเขาในที่สุด แต่มันช่างไร้ความหมายเหลือเกินในวินาทีนี้ "ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันเลวร้ายแค่ไหน ริน... ให้โอกาสผมได้แก้ตัวเถอะนะ ได้โปรด... ให้ผมได้ชดใช้ให้คุณ..."
รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความเย้ยหยันและสมเพชเจืออยู่เต็มเปี่ยม เธอวางถ้วยชาลงบนจานรองเกิดเสียงกระทบกันเบาๆ แต่มันกลับดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของคนฟัง
"แก้ตัว? ชดใช้?" เธอทวนคำด้วยรอยยิ้มเยาะ "คุณเอาอะไรมาคิดคะ ว่าสิ่งที่พังทลายไปแล้วมันจะประกอบกลับคืนมาได้ด้วยคำว่าขอโทษ? ตอนที่ดิฉันร้องขอความใส่ใจ ตอนที่ดิฉันตั้งท้องลูกของเราแล้วต้องก้มหน้าร้องไห้อยู่คนเดียวในห้องมืดๆ—คุณอยู่ที่ไหนคะคุณรวิศ? คุณกำลังสนุกสนานอยู่กับผู้หญิงอีกคน และมองว่าดิฉันเป็นแค่ภาระน่ารำคาญไม่ใช่เหรอ?"
คำพูดแต่ละคำเปรียบเสมือนเข็มนับพันเล่มที่พุ่งเข้าปักอกรวิศจนพรุน ร่างสูงทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเธอโดยไม่สนใจศักดิ์ศรีหรือมามาดนักธุรกิจหมื่นล้านที่เคยมีอีกต่อไป มือหนาสั่นเทายื่นออกไปหมายจะแตะชายผ้ากระโปรงของเธอ แต่รินรดากลับขยับตัวหลบอย่างไม่ใยดี ปล่อยให้มือของเขาคว้างอยู่กลางอากาศ
"ผมสำนึกแล้ว..." หยาดน้ำลูกผู้ชายไหลรินลงมาจากดวงตาคมคายอย่างไร้การควบคุม รวิศเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยสายตาที่เว้าวอนและแตกสลายที่สุดในชีวิต "ผมยอมรับความพ่ายแพ้... ผมยอมจำนนต่อทุกอย่างที่คุณต้องการแล้ว รินดา ได้โปรด... เมตตาผมสักครั้งเถอะนะ"
ภาพของอดีตสามีผู้เย่อหยิ่ง จองหอง และเย็นชาจนน่ากลัวในวันวาน บัดนี้กำลังคุกเข่าร้องไห้อ้อนวอนขอความเห็นใจอยู่แทบเท้า—นี่คือภาพที่รินรดาเคยจินตนาการถึงในคืนวันที่เธอเจ็บปวดเจียนตาย แต่วันนี้ เมื่อมันเกิดขึ้นจริง หัวใจของเธอกลับว่างเปล่า ไร้ซึ่งความสะใจ ไร้ซึ่งความอาลัย มีเพียงความด้านชาและอิสรภาพที่สมบูรณ์แบบ
เธอก้มลงมองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าราวกับมองดูคนแปลกหน้าคนหนึ่ง
"คุณยอมรับความพ่ายแพ้ช้าไปหน่อยนะคะ, คุณรวิศ" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่มั่น ะกุมหัวใจคนฟังให้จมดิ่ง "เกมนี้มันจบลงตั้งแต่วันที่คุณเลือกจะเดินหันหลังให้ดิฉันแล้วค่ะ... ลุกขึ้นเถอะนะคะ การมานั่งคุกเข่าร้องไห้ตรงนี้ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น และที่สำคัญ... มันน่าสมเพชเกินกว่าที่อดีตภรรยาอย่างดิฉันจะอยากมองเห็น"
เธอปรายตามองเขาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย และเตรียมก้าวเดินออกไปจากห้องรับรองแห่งนี้เพื่อมุ่งหน้าสู่ชีวิตใหม่ที่เจิดจรัสของเธอ
ทว่า... ในวินาทีที่รินรดากำลังจะหมุนตัวเดินผ่านประตู เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเธอก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
เธอหยิบมันขึ้นมาดูหน้าจอ ปลายสายคือพี่เลี้ยงที่ดูแล "น้องธันวา" ลูกชายวัยสามขวบของเธออยู่ที่คฤหาสน์
"คุณรินคะ!แย่แล้วค่ะ!" เสียงปลายสายร้อนรนจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "อยู่ๆ ก็มีแขกไม่ได้รับเชิญคนหนึ่งบุกเข้ามาที่บ้านค่ะ เขาบอกว่า... เขาคือคุณพ่อของคุณธันวา และเขาจะไม่ยอมไปไหนจนกว่าจะได้เจอหน้าลูกชายค่ะ!"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ร่างกายชาดิบไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดหลายปีพังทลายลงในพริบตา... และเมื่อเธอกวาดสายตากลับไปมองรวิศที่ยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้น เขากำลังเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความสงสัยระคนช็อกค้าง!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
"ละอองดาวเดือนเก้า" ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดอันวิจิตรนี้ด้วยกันนะคะ
เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก•ตอนที่ 19
การสำนึกที่สายเกินไป
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!