ประโยคเย้ยหยันของภาคินยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ราวกับคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนบาดแผลเก่าที่ยังไม่ทันสมานตัวของรวิศ ดวงตาคมกริบของผู้ชายที่เคยเย่อหยิ่งที่สุดในวงการธุรกิจ บัดนี้กลับแดงก่ำ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงสั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่อยู่ เมื่อความจริงอันโหดร้ายประจักษ์ชัดว่า เขาไม่ได้สูญเสียแค่ "ภรรยา" ที่เขาเคยละเลย แต่เขากำลังสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง—รวมถึงศักดิ์ศรีครั้งสุดท้ายให้แก่ผู้ชายที่เขาเกลียดชังที่สุด
รินรดายืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า ปลายนิ้วเรียวสวยภายใต้ถุงมือผ้าลูกไม้สีดำแตะลงบนแก้วแชมเปญเบาๆ แววตาของเธอนิ่งสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยของความอาลัยอาวรณ์ หรือแม้แต่ความสะใจที่ควรจะมี หญิงสาวในวันนี้ไม่ใช่รินรดาคนเดิมที่เอาแต่นั่งรอคอยความเมตตาในคฤหาสน์หลังใหญ่โตอีกต่อไปแล้ว เธอดำดิ่งผ่านเปลวเพลิงแห่งความเจ็บปวด และลุกขึ้นมาใหม่ด้วยเปลือกหุ้มที่แข็งแกร่งดั่งเพชรน้ำงาม
"คุณริน..." เสียงของรวิศแหบพร่าจนแทบไม่เหลือเค้าโครงของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล เขา้าวเข้าไปใกล้เธอสองก้าว ทว่ากลับถูกสายตาคมปลาบของภาคินขวางกั้นไว้ด้วยการขยับตัวมารับบังร่างอรชรเอาไว้ครึ่งหนึ่ง
"ถอยไป... ภาคิน" รวิศคำรามในลำคอ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ตีรวนขึ้นมาจนหายใจแทบไม่ออก "นี่เรื่องระหว่างผมกับภรรยาเก่าของผม คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง"
"ภรรยาเก่า?" รินรดาเป็นฝ่ายทวนคำนั้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่อาบยาพิษ เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่ทำเอารวิศใจกระตุกวูบ "คุณเพิ่งจำได้หรอกเหรอคะว่าฉันเคยเป็นภรรยาของคุณ? ตอนที่คุณเซ็นใบหยดให้ฉันอย่างไร้เยื่อใย หรือตอนที่คุณปล่อยให้ข่าวเสียหายของฉันกัดกินชื่อเสียงไปทีละน้อย... คุณเคยจำคำนี้ได้บ้างไหม?"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง ผู้ร่วมงานในงานเลี้ยงระดับไฮ엔ดต่างพากันถอยร่นเว้นระยะห่าง เพื่อไม่ให้ลูกหลงจากการปะทะคารมครั้งนี้ตกลงมาใส่ตัว แต่ไม่มีใครยอมละสายตาไปจากฉากดราม่าราคาแพงตรงหน้าเลยแม้แต่คนเดียว
รวิศรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่กลางฝูงชน ความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธมันเทียบไม่ได้เลยกับการตระหนักรู้ว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้... ล้วนเป็นผลลัพธ์จากความโง่เขลาและความเย็นชาของตัวเขาเองทั้งสิ้น
"ผมรู้ว่าผมทำผิด... ริน" รวิศกัดฟันกรอด ยอมละทิ้งทิฐิทั้งหมดที่มีเพื่อเอ่ยคำร้องขอที่น่าสมเพชที่สุดในชีวิต "คุณอยากให้ผมชดใช้ด้วยอะไร บอกผมมาสิ เงินทั้งหมดที่ผมมี? หุ้นครึ่งหนึ่งของบริษัท? หรือให้ผมคุกเข่าลงตรงนี้... ให้คนทั้งงานได้เห็นความสมเพชของผม คุณทำได้หมดเลย ขอแค่... ให้โอกาสผมได้แก้ตัว"
ภาพของรวิศผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจเธออย่างไร้ความปรานี บัดนี้กำลังยืนรอคอยความเมตตาจากเธอด้วยแววตาที่เว้าวอนและแตกสลาย มันช่างเป็นภาพที่น่าขัน... และน่าสมเพชในเวลาเดียวกัน
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก 1 ครั้งเพื่อดึงกลิ่นอายความทรงจำอันเน่าเฟะในอดีตให้ออกไปจากปอด เธอก้าวเท้าเข้าไปหารวิศทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักแน่น ดึงดูดทุกสายตาให้หยุดอยู่ที่เธอ
"คุณอยากชดใช้จริงๆ งั้นเหรอคะ รวิศ?" เธอยื่นหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ๆ จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายคุ้นเคยที่เธอเคยเกลียดชัง "ถ้าอย่างนั้น... ฉันมีเงื่อนไขเดียว"
รวิศรีบพยักหน้ารับทันทีโดยไม่ต้องคิด "ว่ามาเลยครับ ผมยอมรับทุกเงื่อนไข ขอแค่คุณสั่งมา"
"เงื่อนไขของฉันมันไม่ได้ใช้เงินซื้อหรอกค่ะ..." รินรดายิ้มหวานหยด ทว่าแววตากลับว่างเปล่าไร้ก้นบึ้ง "คืนนี้... มาที่เพนต์เฮาส์ส่วนตัวของฉันสิคะ มาตัวเปล่าๆ ไม่ต้องเอาอะไรมาเลยแม้แต่ศักดิ์ศรี แล้วฉันจะบอกคุณเอง... ว่าความเจ็บปวดแบบที่ฉันเคยได้รับมาตลอดสามปี มันมีรสชาติและหน้าตาเป็นอย่างไร"
คำเชิญชวนที่มาพร้อมกับน้ำเสียงเย้ายوانแต่แฝงไว้ด้วยคมมีด ทำเอารวิศนิ่งงันไปชั่วขณะ
แม้จะรู้ว่านี่อาจเป็นหลุมพรางแห่งการแก้แค้นที่อันตรายที่สุดในชีวิต แต่หัวใจที่โหยหาและสำนึกผิดจนบ้าคลั่งของเขากลับปฏิเสธที่จะถอยหลังกลับ
"ตกลง... ผมจะไป" รวิศตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แม้จะรู้ว่าปลายทางคือความพินาศก็ตาม
---
ความมืดมิดของรัตติกาลโอบล้อมเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมืองใหญ่ แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟดีไซน์พิเศษช่วยขับบรรยากาศภายในห้องให้ดูเย้ายวนและกดดันในเวลาเดียวกัน ประตูห้องเปิดออกโดยไม่มีการล็อก รวิศก้าวเข้ามาด้วยความรู้สึกราวกับกำลังเดินเข้าสู่ลานประหาร
ร่างอรชรของรินรดายืนรออยู่ริมระเบียงกระจกใส เธอกำลังสวมชุดนอนผ้าไหมสีดำสนิทที่ทิ้งตัวแนบเนื้อจนเผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าวับแวมภายใต้แสงจันทร์ เรือนผมยาวสลวยปล่อยสยายเคลียแผ่นหลังเนียนนุ่ม
เสียงปิดประตูห้องเบาๆ ทำให้รินรดารู้ว่าเขามาถึงแล้ว เธอยังคงไม่หันกลับไปมอง จนกระทั่งรู้สึกได้ถึงไออุ่นและลมหายใจที่คุ้นเคยหยุดยืนอยู่เบื้องหลัง
"คุณมาตามนัดจริงๆ ด้วยสินะคะ..." น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลจนน่าขนลุก
รวิศไม่ตอบคำถาม มือหนายื่นออกไปโอบกอดเอวบางจากด้านหลังโดยสัญชาตญาณ ทว่าทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับเนื้อผ้าไหม รินรดากลับหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า พร้อมกับใช้ปลายนิ้วเรียวสวยกดลงบนแผงอกกว้างของเขาอย่างแรง
"อย่าเพิ่งใจร้อนสิคะ... คุณรวิศ" เธอยิ้มเยาะ "เรายังมาไม่ถึงบทลงโทษเลยนะ"
ดวงตาคมกريบของรวิศลุกโชนด้วยเพลิงปรารถนาและความเจ็บปวดที่ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก มือใหญ่รวบเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่นจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนผิวกายสั่นสะท้าน
"ถ้านี่คือการลงโทษ... ผมก็ยินดีจะรับมัน แม้ว่ามันจะทำให้ผมแหลقสลายเป็นจุณก็ตาม" รวิศกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม
ก่อนที่ริมฝีปากร้อนผ่าวจะทาบทับลงมาอย่างไร้การลังเล รสจูบในค่ำคืนนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยความอ่อนโยนหรือความรัก หากแต่มันคือการทวงคืน การครอบครอง และการปลดปล่อยพันธนาการแห่งความเจ็บปวดที่สะสมมาเนิ่นนาน รินรดารับรสจูบนั้นด้วยความดุดดันไม่แพ้กัน เธอกัดริมฝีปากเขาเบาๆ จนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ รสชาติที่ย้ำเตือนว่าผู้ชายคนนี้เคยทำร้ายเธอเจ็บปวดแค่ไหน
เสื้อผ้าทีละชิ้นร่วงหล่นลงบนพื้นพรมราคาแพง สัมผัสจากปลายนิ้วที่ลูบไล้ไปตามผิวเนื้อเนียนนุ่มเต็มไปด้วยความโหยหาและสำนึกผิด รวิศปรนเปรอเธอด้วยความเร่าร้อนราวกับคนใกล้ตาย ขณะที่รินรดาตอบรับทุกสัมผัสด้วยความตั้งใจที่จะพาเขาดิ่งจมลงไปในห้วงอารมณ์ที่เธอเป็นผู้กำหนดเกมทั้งหมด
เสียงหอบหายใจระคนเสียงครางแผ่วเบาดังก้องไปทั่วห้องนอนกว้าง ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน แรงแค้น และความโหยหาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความมืดมิด ร่างกายที่แนบสนิทและการเคลื่อนไหวที่ดุดันแต่ลึกซึ้ง ดึงดูดทั้งสองให้หลุดลอยไปในห้วงเวลาแห่งความสุขสมที่ไร้ทางหวนกลับ
จนกระทั่งยามดึกสงัด...
รวิศนอนหอบหายใจอยู่บนเตียงกว้าง ร่างกายเต็มไปด้วยร่องรอยเล็บข่วนและหยาดเหงื่อ ขณะที่รินรดาลุกขึ้นยืนหยิบเสื้อคลุมมาสวมทับอย่างเงียบเชียบ เธอเดินไปหยิบแฟ้มเอกสารสีดำสนิทที่วางไว้บนโต๊ะทำงานริมห้อง แล้วเดินกลับมาโยนมันลงบนเตียงตรงหน้าเขา
"เซ็นซะสิคะ... นี่คือราคาที่คุณต้องจ่ายสำหรับการไถ่บาป"
รวิศขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เขาหยิบเอกสารขึ้นมาเปิดอ่านผ่านแสงสลัว ทว่าทันทีที่กวาดสายตาผ่านบรรทัดแรก หัวใจของเขาก็หล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม มือหนาที่ถือกระดาษสั่นเทารุนแรงยิ่งกว่าเดิม
ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นภาพถ่ายเอกสารทางการแพทย์ และสำเนาสูติบัตรใบหนึ่งที่ซ่อนอยู่หน้าสุดท้าย—เด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบที่มีใบละม้ายคล้ายคลึงกับเขาเหมือนแกะ... และชื่อบิดาในนั้นถูกเว้นว่างเอาไว้
"นี่มัน... หมายความว่ายังไง?" รวิศเงยหน้าขึ้นมองอดีตภรรยาด้วยความสั่นเครือ น้ำตาของผู้ชายที่แข็งกระด้างมาตลอดชีวิตไหลรินอาบแก้ม "ริน... เด็กคนนี้..."
รินรดายิ้มเยาะหยัน ดวงตาคู่สวยประกายแสงแห่งชัยชนะที่เจ็บปวดที่สุด
"ใช่ค่ะ... เขาคือลูกของคุณ แต่ต่อจากนี้ไป... เขาจะไม่มีวันได้รู้จักผู้ชายใจร้ายอย่างคุณเด็ดขาด เพราะชื่อในช่องพ่อของเขา... ถูกจดทะเบียนไว้ภายใต้ชื่อของคนอื่นเรียบร้อยแล้วค่ะ"
รวิศช็อกค้าง ลมหายใจสะดุดกึก ราวกับโลกทั้งใบพังทลายลงมาตรงหน้าเมื่อความจริงข้อสุดท้ายกระแทกเข้าใส่กลางใจอย่างจัง
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับละอองดาวเดือนเก้าค่ะ
เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก•ตอนที่ 18
ราคาที่ต้องจ่าย
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!