กลิ่นอายของชาอู่หลงชั้นดีที่ลอยกรุ่นอยู่เหนือโต๊ะทำงานไม้สักทองในห้องรับรองวีไอพี ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย รินรดากวาดสายตามองเอกสารสิทธิ์การถือครองหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ของบริษัทรวิศิษฐ์กรุ๊ปที่วางอยู่เบื้องหน้า กระดาษแผ่นบางที่แลกมาด้วยหยาดน้ำตา ความโดดเดี่ยว และรอยแผลเป็นในจิตใจที่เธอกัดฟันสร้างขึ้นมาใหม่จากเถ้าถ่านแห่งความพังทลาย
ทุกตัวอักษรในเอกสารชุดนั้นคือเครื่องประจักษ์ถึงชัยชนะอันงดงาม ทว่าในวินาทีที่ปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำแตะลงบนสันปากกา ความลังเลสายหนึ่งก็กรีดลึกลงในขั้วหัวใจอย่างเจ็บแปลบ
"คุณเซ็นเถอะครับ... ริน"
เสียงทุ้มต่ำที่เคยเย่อหยิ่งและเต็มไปด้วยความเย็นชา บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครือ รวิศในยามนี้ไม่ได้หลงเหลือมาดนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอให้จมดินอีกต่อไปแล้ว ชายหนุ่มทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นพรมราคาแพง ดวงตาคมกริบที่เคยทอดมองเธอด้วยความรังเกียจและหมางเมิน บัดนี้แดงก่ำ เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสที่เขาพยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดกำลัง
ภาพอดีตซ้อนทับเข้ามาในห้วงคำนึง—วันที่เธอยืนร้องไห้แทบขาดใจอ้อนวอนขอเศษเสี้ยวความรักจากเขา วันที่เธอยอมแม้กระทั่งก้มลงกราบแทบเท้าเพื่อให้เขาเหลียวแล แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงคำพูดเชือดเฉือนและแววตาราวกับเธอเป็นเพียงฝุ่นผงไร้ค่า
"ทำไมคะ..." รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียбеรดแต่สั่นไหวเล็กน้อย ปลายเล็บจิกเข้าหากันแน่นจนฝ่ามือเจ็บร้าว "วันที่รินต้องการให้คุณมองเห็นคุณค่า วันที่คุณมีอำนาจทุกอย่างในมือ... ทำไมคุณถึงเลือกที่จะทำลายมันจนไม่เหลือชิ้นดีล่ะคะ รวิศ"
รวิศสะท้านไปทั้งร่าง คำถามนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลึกลงบนแผลเก่าที่เขาก่อขึ้นเอง ชายหนุ่มขยับกายเข้าใกล้เธออีกนิด ทว่าไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อมมือไปแตะชายกระโปรงของหญิงสาว ทำได้เพียงเงยหน้ามองภรรยาเก่า—ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นของตาย—ด้วยสายตาเวทนาและอ้อนวอน
"ผมมันโง่..." เขายอมรับออกมาอย่างไม่อายปาก เสียงของเขาขาดห้วง "ผมปล่อยเพชรเม็ดงามที่สุดในชีวิตหลุดมือไปเพราะความเย่อหยิ่งและความมืดบอดของตัวเอง ริน... ผมไม่อ้างอะไรทั้งนั้น ผิดก็คือผิด ผมพร้อมจะชดใช้ทุกอย่างด้วยชีวิตของผม ขอแค่... ขอโอกาสให้ผมได้พิสูจน์ตัวเองอีกสักครั้งเถอะนะ"
รินรดานิ่งงัด เธอจ้องมองผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นทั้งโลกทั้งใบของเธอ หัวใจที่เคยด้านชากลับกระตุกวูบอย่างน่าสมเพช ความแค้นที่สั่งสมมานานนับปีเรียกร้องให้เธอจรดปลายปากกาเซ็นชื่อ เพื่อยึดทุกอย่างไปจากเขา ส่งเขาลงไปดิ้นรนในกองทุกข์เช่นเดียวกับที่เธอเคยได้รับ แต่นัยน์ตาคู่นั้น... ความสำนึกผิดที่หลั่งรินออกมาอย่างหมดสภาพของรวิศ กลับสร้างความลังเลที่แสนทรมานขึ้นในอก
นี่คือเส้นแบ่งระหว่างสองเส้นทาง...
เส้นทางแรกคือการล้างแค้นให้จบสิ้น สะสางบัญชีแค้นด้วยการทำลายเขาให้พินาศ แล้วเดินจากไปอย่างผู้ชนะที่หัวใจว่างเปล่าไร้ซึ่งความผูกพันใดๆ อีก
ส่วนเส้นทางที่สอง... คือการให้อภัย ปลดปล่อยความแค้นที่ถ่วงรั้งวิญญาณของตัวเอง แม้จะรู้ดีว่าการก้าวเดินร่วมกับรอดพ้นจากอดีตอันเจ็บปวดนั้น มันช่างยากเย็นและเสี่ยงต่อการถูกทำร้ายซ้ำสองเสียเหลือเกิน
"ถ้าฉันเซ็นเอกสารนี้... คุณก็จะสูญเสียทุกอย่างที่คุณสร้างมา" รินรดาแค่นยิ้มหยัน หยาดน้ำตาคลอหน่วยในดวงตากลมโตอย่างเปราะบาง "คุณจะกลายเป็นแค่ผู้ชายตัวเปล่าที่ไม่มีอะไรเลยแม้กระทั่งศักดิ์ศรี คุณยังจะยอมรับมันไหมล่ะคะ"
"ผมยอมรับ..." รวิศตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด ดวงตาคู่นั้นสื่อความจริงจังจนน่าใจหาย "ขอแค่คุณยังอยู่... ต่อให้ผมต้องสูญเสียทุกอย่างบนโลกใบนี้ ผมก็ยอม"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องรับรองกว้างใหญ่อย่างน่าอึดอัด ลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงถึงขีดสุด รินรดากำปากกาในมือแน่น นิ้วมือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเธอเลื่อนมันเข้าใกล้ช่องลายเซ็น บรรยากาศรอบตัวบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ
ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ทำลายสมาธิทั้งหมดลงอย่างเฉียบพลัน
ก่อนที่รินรดาจะทันได้เอ่ยอนุญาต ประตูห้องวีไอพีก็ถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของเลขาฯ ส่วนตัว สีหน้าของหญิงสาวผู้ช่วยตื่นตระหนกจนเห็นได้ชัด เธอกวาดสายตามองทั้งสองคนก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงขาดห้วง
"คุณรินคะ... แย่แล้วค่ะ มี... มีแขกไม่ได้รับเชิญมาที่สำนักงาน และตอนนี้เขา... เขาพานายหน้าอสังหาริมทรัพย์พร้อมกับเอกสารโฉนดที่ดินผืนสุดท้ายที่คุณแม่ของคุณเคยจำนองไว้... บุกเข้ามาที่ห้องโถงใหญ่แล้วค่ะ!"
รินรดาชะงัก ปากกาในมือร่วงหล่นกระทบโต๊ะเสียงดังสนั่น รวิศเองก็ขมวดคิ้วแน่นด้วยความตกใจ หญิงสาวหันขวับไปมองหน้าเลขาฯ ทันที ความรู้สึกสังหรณ์ใจประหลาดแล่นริ้วขึ้นมากลางสันหลัง
"ใครกันคะที่กล้าบุกเข้ามาที่นี่..."
"เขาบอกว่าเขาคือเจ้าหนี้รายใหม่... และผู้ชายคนนั้นกำลังถือเอกสารสำคัญที่จะเปลี่ยนเกมทั้งหมดของคุณค่ะ คุณริน!"
...
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและคราบน้ำตามาด้วยกันนะคะ หวังว่าตอนฉบับนี้จะตรรึงหัวใจของรี้ดเดอร์ทุกท่านไว้ได้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
— ละอองดาวเดือนเก้า
เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก•ตอนที่ 26
ทางแยกของความรู้สึก
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!