เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก•ตอนที่ 27

เปลวเพลิงแห่งการปล่อยวาง

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
เศษแก้วบนพื้นพรมราคาแพงไม่ได้บาดลึกเท่ากับเศษซากความทรงจำที่รasรดาเคยทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อสร้างมันขึ้นมา รวิศคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเธอ ร่างสูงใหญ่ที่เคยทระนงตนว่าเป็นเจ้าชีวิตของคนอื่น บัดนี้กลับสั่นเทาด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสิ้นหวัง มือหนาที่เคยผลักไสเธอกล้าเอื้อมมาแตะชายกระโปรง แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศ ราวกับกลัวว่าปลายนิ้วคู่นั้นจะทำให้มลทินแปดเปื้อนหญิงสาวผู้กำเนิดใหม่จากเถ้าถ่าน "ริน... ได้โปรด มองหน้าฉันอีกสักครั้งเถอะนะ" เสียงทุ้มที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้แหบพร่าจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม รวิศเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยร่องรอยของความพินาศสันตะโร เขาสูญเสียทุกอย่างไปแล้ว ทั้งบริษัทที่เกือบพังทลาย ศักดิ์ศรีที่เคยค้ำคอ และที่สำคัญที่สุด... หัวใจของผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำอย่างไร้ความปรานี รินรดาก้มมองอดีตสามีด้วยแววตาที่ว่างเปล่าอย่างไร้ก้นบึ้ง ไม่มีร่องรอยของความโกรธแค้น ไม่มีความเจ็บปวดร้าวราน และที่สำคัญยิ่งกว่าคือ... ไม่มีเยื่อใยหลงเหลืออยู่เลย ความรู้สึกทั้งหมดที่เคยมีต่อผู้ชายคนนี้ ถูกแผดเผาจนกลายเป็นเถ้าธุลีไปหมดสิ้นแล้ว "คุณกำลังทำอะไรอยู่หรือคะ รวิศ" สุ้มเสียงของเธอนิ่งสนิท เยียบเย็นเสียยิ่งกว่าสายลมในฤดูหนาว "ลุกขึ้นเถอะค่ะ การมาก้มกราบผู้หญิงที่คุณเคยบอกว่าเป็นแค่ภาระ ไร้ค่า และน่ารังเกียจ มันไม่ได้ช่วยให้อดีตที่เน่าเฟะของคุณสะอาดขึ้นมาได้หรอกนะคะ" คำพูดแต่ละคำเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของชายหนุ่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวิศเจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก เขารู้ดีว่านี่คือผลกรรมที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง ความเย็นชาและความจองหองในอดีต ได้ย้อนกลับมากลืนกินอนาคตของเขาจนไม่เหลือชิ้นดี "ฉันรู้... ฉันรู้ดีว่าฉันมันเลวทรามแค่ไหน ริน" รวิศกัดฟันแน่น หยดน้ำตาไหลรินอาบแก้มสากอย่างไม่อายฟ้าดิน "แต่โปรดให้โอกาสฉันได้ไถ่บาป ได้ไหม... ให้ฉันได้พิสูจน์ว่าผู้ชายคนนี้สำนึกผิดแล้วจริงๆ แม้จะต้องใช้เวลาทั้งชีวิตก็ตาม" รินรดาย่อตัวลงเล็กน้อย ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุด ทว่าไร้หัวใจที่สุดในเวลาเดียวกัน "คุณคิดว่าความเจ็บปวดเจียนตายที่ฉันเคยได้รับ มันลบเลือนหายไปได้ด้วยคำขอโทษพร่ำเพรื่ออย่างนั้นหรือคะ?" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่มั่นคง "คุณบอกว่าอยากไถ่บาป แต่คุณรู้ไหมคะว่า ตลอดเวลาที่คุณใช้ชีวิตอย่างสุขสบายบนความทุกข์ของฉัน ฉันต้องตายทั้งกลมไปกี่ครั้ง? รวิศคะ... ความแค้นในใจของฉัน มันไม่ได้ถูกเผาผลาญด้วยเพลิงแค้นอีกต่อไปแล้วค่ะ" รวิศชะงัก เงยหน้ามองเธอด้วยความไม่เข้าใจ หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม "มันมอดไหม้ลงไปหมดแล้ว..." รินรดาเอ่ยต่อ น้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังพูดถึงเรื่องดินฟ้าอากาศ "เหลือไว้เพียงความว่างเปล่า... ความว่างเปล่าที่ไม่มีแม้กระทั่งความเกลียดชังหลงเหลือให้คุณอีก คุณเป็นแค่คนแปลกหน้าคนหนึ่ง... คนแปลกหน้าที่บังเอิญผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่มีความหมายใดๆ ในชีวิตของฉันอีกต่อไปแล้วค่ะ" คำว่า 'ความว่างเปล่า' และ 'คนแปลกหน้า' กรีดลึกยิ่งกว่าคำด่าทอใดๆ บนโลกใบนี้ รวิศรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่าลงกลางกระบาล ร่างกายชาดิกจนขยับไม่ได้ เขารู้ซึ้งในวินาทีนี้เองว่า การถูกเกลียดชังยังมีความหวัง เพราะอย่างน้อยมันก็แปลว่ายังมีความรู้สึก แต่วินาทีที่อีกฝ่ายมองมาด้วยความว่างเปล่า ไร้เยื่อใย และไม่แยแส นั่นคือจุดจบที่แท้จริง... จุดจบที่เขาไม่มีวันดึงเธอกลับมาได้อีกชั่วกาลนาน "ไม่... ริน ไม่นะ!" รวิศพยายามคว้ามือเธอไว้ แต่รินรดากลับถอยหลังหลบอย่างรังเกียจ ราวกับสัมผัสของเขาเป็นสิ่งสกปรกที่ไม่อาจแตะต้องตัวเธอได้อีก "ลาก่อนนะคะ รวิศ" หญิงสาวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เรียบง่ายด้วยท่าทางสง่างาม เด็ดขาด และเปี่ยมด้วยพลังของผู้หญิงที่เกิดใหม่ "ขอให้คุณใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับความว่างเปล่า เหมือนอย่างที่ฉันเคยได้รับก็แล้วกันค่ะ" เธอหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองอีกเลย ทิ้งให้รวิศคุกเข่าอยู่ท่ามกลางเศษแก้วและความพินาศของตนเอง ลมหายใจของชายหนุ่มติดขัด ความมืดมนเข้าครอบ ทว่า ในขณะที่รวิศกำลังจะจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งแห่งความสิ้นหวัง เสียงฝีเท้าเบาๆ ของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา พร้อมกับเสียงใสดังใสที่ทำให้โลกทั้งใบของอดีตนักธุรกิจหนุ่มหยุดหมุนชะงัก "คุณลุงขา... ร้องไห้ทำไมหรือคะ? แม่จ๋าบอกว่าคนเก่งจะไม่ร้องไห้นะคะ" รวิศสะดุ้งสุดตัว หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงด้วยความตกใจและคาดไม่ถึง เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงนั้น และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกึก ร่างเล็กป้อมของเด็กหญิงวัยราวๆ สามขวบยืนเอียงคอมองเขาด้วยแววตาใสซื่อบริสุทธิ์ ดวงตากลมโตคู่นั้น... จมูกโด่งรั้นนั่น... และริมฝีปากหยักนั้น มันถอดแบบมาจากตัวเขาเองในวัยเด็กราวกับพิมพ์เดียวกัน! ไม่เพียงเท่านั้น... บนโต๊ะรับแขกข้างตัวเด็กน้อย มีเอกสารฉบับหนึ่งที่หลุดร่วงออกจากกระเป๋าเอกสารของรินรดาที่เพิ่งเดินลับหายไป กระดาษแผ่นนั้นเผยให้เห็นหัวข้อตัวอักษรชัดเจนแจ่มแจ้ง... *“รายงานผลการตรวจ DNA พิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือด”* รวิศเบิกตากว้างจนแทบถลน ลมหายใจติดขัด หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เมื่อความจริงข้อใหญ่ที่ถูกปิดตายมาตลอด กำลังกระแทกเข้าใส่หน้าเขาอย่างจัง! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับรินรดานะคะ — ละอองดาวเดือนเก้า
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%