เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก•ตอนที่ 9

ไม่หันหลังกลับ

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
กลิ่นอายของกาแฟคั่วเข้มผสมผสานกับความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศในห้องรับรองส่วนตัวของโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา ช่างชวนให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก รวิศนั่งอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้ม ปลายเล็บของเขารู้สึกได้ถึงความชื้นเหงื่อที่ซึมออกมาจากฝ่ามืออย่างไม่น่าเชื่อ—ผู้ชายที่เคยควบคุมทุกอย่างบนโลกใบนี้ได้ดั่งใจนึก ผู้ชายที่ไม่เคยต้องก้มหัวให้ใคร กลับต้องมานั่งรอคอยคำพิพากษาจากผู้หญิงที่เขาเคยผลไสไล่ส่งราวกับเธอไม่มีหัวใจ นาฬิกาข้อมือราคาแพงบอกเวลาเที่ยงตรงพอดิบพอดี... ประตูห้องรับรองถูกผลักเปิดออกอย่างเงียบเชียบ แต่กลับสร้างแรงกระแทกมหาศาลลงกลางใจของรวิศ รินรดา ก้าวเข้ามาด้วยชุดสูทเข้ารูปสีงาช้างที่ตัดเย็บอย่างประณีต ท่วงท่าของเธอสง่างาม เด็ดเดี่ยว และเต็มไปด้วยรัศมีของความเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีที่ถูกสร้างขึ้นใหม่จากเถ้าถ่านแห่งความเจ็บปวด ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นกันแดดแบรนด์ดังที่เพิ่งถูกถอดออก ทอดมองเขาด้วยความว่างเปล่า... ความว่างเปล่าที่น่ากลัวเสียยิ่งกว่าความเกลียดชัง รวิศลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ ริมฝีปากหนาสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเอื้อabเอ่ยชื่อที่เขาไม่ได้มีสิทธิ์เรียกมาเนิ่นนาน "ริน..." "เชิญนั่งเถอะค่ะคุณรวิศ เรามีเวลาคุยกันไม่มากนักหรอกนะคะ" เสียงหวานใสที่เคยออดออนเขาในอดีต บัดนี้ราบเรียบและเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก รินรดานั่งลงฝั่งตรงข้าม ไขว่ห้างอย่างสง่างาม และวางกระเป๋าหนังใบเล็กไว้บนโต๊ะ รวิศทรุดตัวลงนั่งตามเดิม สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าของอดีตภรรยาที่งดงามขึ้น ยโสขึ้น และเข้มแข็งขึ้นจนเขาแทบจำไม่ได้ ผู้หญิงที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากเขาในคืนวันอันหนาวเหน็บ บัดนี้กลายเป็นนักธุรกิจหญิงและดีไซเนอร์มือฉกาจที่ยืนหยัดอยู่ได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง "เรื่องโทรศัพท์เมื่อคืน..." รวิศเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมความสั่นพร่า "ที่คุณบอกว่า... ลูก..." "ลูกของฉันค่ะ ไม่ใช่ลูกของคุณ" รินรดายกมือขึ้นตัดบททันที ดวงตาคู่นั้นวาววับด้วยประกายไฟแห่งความเจ็บปวดที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความนิ่งงัน "จำไม่ได้แล้วหรือคะคุณรวิศ? เมื่อสองปีก่อน วันที่คุณเซ็นใบหย่าให้ฉันอย่างไร้เยื่อใย วันที่คุณบอกว่าเด็กคนนี้คือภาระและไม่มีวันมีค่าในชีวิตคุณ... คุณลืมคำพูดพวกนั้นไปหมดแล้วหรือคะ?" คำพูดของเธอราชาญด้วยคมมีดที่กรีดลงบนแผลเก่า รวิศหน้าซีดเผือด หัวใจกระหน่ำเต้นด้วยความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ผม... ผมไม่รู้ ริน... ผมไม่รู้ว่าคุณท้องตอนที่เราหย่ากัน ถ้าผมรู้..." "ถ้าคุณรู้ คุณก็จะบังคับให้ฉันเอาเขาออกเหมือนที่เคยพูดไว้ใช่ไหมล่ะคะ?" รินรดาย้อนถามด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก รอยยิ้มที่กรีดแทงหัวใจของอดีตสามีจนยับเยิน "อย่ามาทำเป็นพูดจาโหยหาความรับผิดชอบในตอนนี้เลยค่ะ มันน่าสมเพชเกินกว่าที่ผู้หญิงอย่างฉันจะรู้สึกเห็นใจ" "ริน ผมขอร้อง..." รวิศเอื้อมมือหนาไปหมายจะกุมมือบางที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่รินรดากลับชักมือหลบราวกับสัมผัสของเขาเป็นสิ่งสกปรกที่เธอรังเกียจ "อย่าแตะต้องตัวฉันค่ะ" เธอเตือนด้วยน้ำเสียงต่ำแต่นิ่งสนิท "สถานะระหว่างเราในตอนนี้ มันชัดเจนยิ่งกว่าอะไหล่ชิ้นไหนๆ... เราเป็น 'คนแปลกหน้า' ต่อกันค่ะคุณรวิศ คนแปลกหน้าที่บังเอิญมีอดีตร่วมกันแค่นั้น" ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่อก รวิศรู้สึกราวกับถูกค้อนทุบเข้าที่กลางแสกหน้า เขาหายใจติดขัด ดวงตาคมเข้มแดงก่ำด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งสำนึกผิด อาลัยอาวรณ์ และความโหยหาที่กัดกินวิญญาณ "ผมขอโอกาส... ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ ให้ผมได้ชดใช้ความผิดบาปที่เคยทำไว้กับคุณและลูก..." "การชดใช้ที่ดีที่สุดของคุณในตอนนี้ คือการไสหัวออกไปจากชีวิตของฉันและลูกค่ะ!" รินรดาประกาศกร้าว น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิทแต่ทรงพลังจนรวิศต้องชะงัก เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หยิบกระเป๋าขึ้นมาถือเตรียมจะเดินจากไป "คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมองหน้าลูกชายของฉันด้วยซ้ำ จำเอาไว้!" ขณะที่รินรดากำลังจะหมุนตัวเดินหันหลังออกจากห้องรับรองนั้นเอง ประตูห้องก็เปิดผางออกอีกครั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยมเด็กสีฟ้าสดใสวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มแป้นแล้น เจ้าตัวน้อยหยุดยืนอยู่ตรงกลางห้อง ช้อนดวงตากลมโตเป็นประกายใสแจ๋วขึ้นมองผู้ชายแปลกหน้าที่ยืนอยู่ตรงหน้า ก่อนจะเอียงคอมองอย่างสงสัย รวิศแข็งค้างราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคอเมื่อก้มลงมองเด็กชายวัยสองขวบที่ยืนอยู่ตรงหน้า... ดวงตากลมโตคู่นั้น จมูกโด่งรั้นคู่นั้น และรูปหน้าที่ถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขาออกมาอย่างไร้ที่ติ ราวกับเขากำลังส่องกระจกดูตัวเองในวัยเด็ก รินรดาสบถเบาๆ ในลำคอ เธอรีบพุ่งเข้าไปอุ้มร่างเล็กของลูกชายขึ้นแนบอกทันที ใบหน้าหวานตึงเครียดขึ้นมาถนัดใจเมื่อเห็นสายตาของรวิศที่จ้องมองเด็กน้อยด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด "ออกไปซะ รวิศ..." รินรดากระซิบเสียงลอดไรฟัน ขณะกอดลูกชายไว้แน่นจนสั่นเทา "อย่าแม้แต่จะคิดเข้าใกล้ลูกฉันเด็ดขาด" แต่ทว่า รวิศก้าวเท้าเข้าไปหาพวกเขาทั้งสองคนทีละก้าวอย่างไม่รู้ตัว หัวใจของเขาราวกับถูกกระชากออกจากอก น้ำตาของผู้ชายที่หยิ่งทะนงที่สุดในวงการธุรกิจรื้นขึ้นที่ขอบตา เสียงทุบตอก้องกังวานอยู่ในหู เมื่อเด็กชายตัวน้อยในอ้อมแขนของอดีตภรรยาเอื้อมมือเล็กๆ ออกมาแตะที่ปลายนิ้วของเขาพร้อมกับส่งเสียงใสแจ๋วออกมาว่า "ป๊ะป๋า...?" รินรดาหน้าถอดสีทันที ขณะที่รวิศชะงักงันราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน... ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดอันวิจิตรนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%