“ริน... เด็กคนนี้... ใครกัน?”
รวิศเค้นเสียงถาม มือที่ถือรูปถ่ายใบเล็กสั่นเทาจนเกือบทำมันร่วงหล่นลงบนพื้นพรมราคาแพงในห้องทำงานส่วนตัวของเขา ดวงตาคมกริบที่เคยเย่อหยิ่งและมองทุกอย่างเป็นเพียงตัวเลขทางธุรกิจ บัดนี้กลับฉายแววสั่นคลอนอย่างรุนแรง เขากวาดสายตามองใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กน้อยในรูปที่ดูเหมือนถอดพิมพ์ออกมาจากตัวเขาไม่มีผิดเพี้ยน
รินรดาไม่ได้ตอบในทันที เธอเพียงแค่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาสีครีมฝั่งตรงข้าม ใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นเรียบเฉย ทว่าแววตากลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เธอค่อยๆ จิบชาในแก้วกระเบื้องเคลือบราคาแพงด้วยท่วงท่าที่ดูเหนือกว่า ก่อนจะวางมันลงช้าๆ จนเกิดเสียง ‘กริ๊ก’ ที่ฟังดูบาดลึกในความเงียบ
“มันสำคัญด้วยหรือคะรวิศ ในเมื่อสำหรับคุณ เด็กคนนี้ก็เป็นได้แค่ ‘คนอื่น’ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคุณมาตั้งแต่ต้น”
“อย่ากวนประสาทผม ริน! นี่มันลูกผมใช่ไหม... คุณแอบเก็บเขาไว้ที่ไหน ทำไมผมถึงไม่เคยรู้!” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นคำรามด้วยความสับสนและตื่นตระหนก ความทรนงที่เคยมีพังทลายลงในวินาทีที่เขารู้สึกว่าตนเองกำลังสูญเสีย ‘อำนาจ’ เหนือชีวิตของอดีตภรรยาไปอย่างถาวร
รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขและเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย “คุณไม่มีสิทธิ์เรียกเขาว่าลูกค่ะ ในวันที่ฉันต้องสู้ชีวิตลำพัง ในวันที่ฉันถูกคุณทอดทิ้งให้จมอยู่กับความอ้างว้าง คุณอยู่ที่ไหน? คุณกำลังกอดรัดอยู่กับผู้หญิงคนใหม่ที่วางแผนปอกลอกสมบัติของคุณไม่ใช่หรือคะ?”
บรรยากาศในห้องทำงานที่เคยดูโอ่อ่ากลับกลายเป็นความกดดันมหาศาล เสียงฝีเท้าหนักๆ ของเลขานุการส่วนตัวและผู้ช่วยระดับสูงของรวิศดังขึ้นที่หน้าประตู ก่อนที่บานประตูไม้สักจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต
“คุณรวิศคะ! แย่แล้วค่ะ! ฝ่ายตรวจสอบภายในส่งรายงานด่วนที่สุดเรื่องช่องโหว่ในโครงการใหม่...” เลขาสาวรีบก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ทว่าเมื่อเห็นรินรดานั่งอยู่ตรงนั้น เธอก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสายตาดูแคลน “คุณรินรดา... ดิฉันว่าคุณควรออกไปได้แล้วนะคะ เรื่องที่นี่ไม่ใช่เรื่องของคนนอก”
รวิศที่กำลังสับสนกลับโพล่งออกมา “หุบปาก! แล้วก้าวออกไปให้หมด!”
ทว่าคนตรงหน้ากลับไม่ยอมถอย เลขาคนนั้นขยับยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย เธอวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะรวิศอย่างแรง “ดิฉันเกรงว่าจะทำตามคำสั่งนั้นไม่ได้ค่ะ เพราะตอนนี้บริษัทกำลังถูกตรวจสอบจากกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องการยักยอกเงินกองทุนที่คุณ... อนุมัติให้ผู้หญิงคนนั้นไปปรนเปรอความสุขส่วนตัว”
รวิศเบิกตากว้าง ความโกรธเกรี้ยวเข้าครอบงำ “เธอว่าอะไรนะ! ใครสั่งให้เธอพูดจาแบบนี้!”
“คนสั่งไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกค่ะ ก็คนที่คุณไว้ใจที่สุดไงคะ” รินรดาแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม เธอค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะเดินอ้อมไปที่โต๊ะทำงานของรวิศ “ดูเหมือนว่าหมาข้างถนนที่คุณเก็บมาเลี้ยงไว้ข้างกาย กำลังจะกัดเจ้าของตัวเองให้ตายเพราะความตะกละนะคะรวิศ”
รวิศหันขวับไปมองเลขาของตนที่ยืนกอดอกด้วยท่าทีที่ไม่ยำเกรงอีกต่อไป สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าคือภาพสะท้อนของความล้มเหลวในฐานะผู้นำที่เขาสั่งสมมา ความไว้ใจที่เขาเคยมอบให้กลายเป็นคมมีดที่กำลังเชือดเฉือนลำคอของเขาเองอย่างเลือดเย็น คนที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเบี้ยล่าง กำลังรุมทึ้งอาณาจักรของเขาด้วยความสะใจ
“ฉันเตือนคุณแล้วนะคะ ว่าชีวิตที่ไม่มี ‘ฉัน’ คอยประคับประคอง มันก็แค่ปราสาททรายที่รอวันพังทลาย” รินรดาโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูอดีตสามี กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอทำให้หัวใจของรวิศเต้นผิดจังหวะ—มันคือกลิ่นของความเจ็บปวดที่เขาเป็นคนสร้าง และตอนนี้มันกำลังย้อนกลับมาหาเขาอย่างสาสม
รินรดาหยิบรูปถ่ายในมือของเขาไปเก็บใส่กระเป๋าถืออย่างนิ่งเฉย “ลูกของฉัน... จะไม่มีวันต้องมารับรู้ว่าเขามีพ่อที่ไร้น้ำยาและถูกคนรอบข้างหักหลังได้ง่ายดายแบบคุณ ลาก่อนนะคะรวิศ หวังว่าวันพรุ่งนี้... คุณจะยังเหลือที่ซุกหัวนอน”
เธอเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามอง รวิศทรุดตัวลงบนเก้าอี้หนังราคาแพง ความเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลังเมื่อเขาเห็นมือถือของตนสั่นไม่หยุด สายเรียกเข้าคือ ‘ผู้หญิงอีกคน’ ที่เขาเคยคิดว่ารักนักรักหนา... แต่ตอนนี้หน้าจอแสดงข้อความสั้นๆ ที่ส่งมาให้เห็นเด่นชัด
*“เอกสารโอนหุ้นทั้งหมดอยู่ในมือฉันแล้ว ขอบคุณนะที่โง่ให้หลอกมาตั้งนาน”*
ความมืดมิดของความพินาศกำลังคืบคลานเข้าหาเขาทุกขณะ... ทว่าในจังหวะที่รวิศกำลังจะคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านรายละเอียดที่แท้จริงนั้น ประตูก็ถูกผลักเข้ามาอีกครั้งโดยทนายความส่วนตัวที่มีสีหน้าซีดเผือด
“คุณรวิศครับ... ผลตรวจ DNA ของเด็กคนนั้น... ที่คุณเคยแอบส่งไปตรวจ... มันออกมาแล้วครับ และผลปรากฏว่า...”
ทนายความหยุดชะงักไปเพียงครู่เดียว ก่อนจะวางเอกสารแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะ พร้อมกับรูปภาพที่ถูกแอบถ่ายในมุมมืด ซึ่งเป็นภาพที่ทำให้รวิศต้องตัวชาวาบ... ภาพของรินรดากำลังยืนอยู่กับผู้ชายอีกคน—ผู้ชายที่เป็นศัตรูทางธุรกิจที่น่ากลัวที่สุดของเขา และเด็กในรูปนั้น... กำลังเรียกร้องหาผู้ชายคนนั้นด้วยความรักใคร่!
ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเส้นทางแห่งความเจ็บปวดนี้ด้วยหัวใจนะคะ
เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก•ตอนที่ 11
รอยร้าวที่ยากจะประสาน
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!