เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก•ตอนที่ 12

อ้อมกอดที่เย็นเยียบ

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“บอกความจริงมา... เด็กคนนั้นเป็นใคร!” เสียงคำรามต่ำที่สั่นพร่าด้วยแรงโทสะดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวของรวิศ เอกสารบนโต๊ะกระจัดกระจายราวกับเพิ่งผ่านพายุคลั่ง รวิศพุ่งเข้าประชิดตัวรินรดาที่เพิ่งก้าวเข้ามาเพื่อเคลียร์เรื่องงานออกแบบ เขาดันร่างระหงจนแผ่นหลังชิดกับบานประตูไม้เนื้อแข็ง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เขาเคยโปรดปรานยามที่มันระเหยอยู่บนผิวแก้มเธอ บัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นอายที่กรีดแทงใจเขาจนเลือดซิบ รินรดาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก แม้ดวงตาคมกริบของเขาจะจ้องมองเธอราวกับจะคว้านเอาความลับจากก้นบึ้งของหัวใจ เธอนิ่งเงียบ... ความนิ่งที่แสนเย็นชาและบาดลึกยิ่งกว่าคำด่าทอใดๆ “ปล่อยค่ะ คุณรวิศ” น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าราบเรียบจนน่าใจหาย “ฉันถามว่าใคร!” เขาตะคอกซ้ำ มือหนาบีบต้นแขนเธอแน่นขึ้นจนรอยนิ้วมือปรากฏเด่นชัดบนผิวขาวจัด “ผู้ชายคนนั้น... ศัตรูตัวฉกาจของฉัน! แล้วเด็กคนนั้นที่กอดมันแน่นนักแน่นหนา คือลูกของเธออย่างนั้นเหรอ? บอกฉันมาสิรินรดา! บอกว่ามันไม่จริง!” รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอด้านชาและว่างเปล่าเสียจนรวิศรู้สึกเหมือนกำลังจ้องมองลงไปในหุบเหวที่ไร้ก้นบึ้ง เธอไม่ได้ปฏิเสธ เธอเพียงแค่ยกยิ้มที่มุมปาก... ยิ้มที่ดูสมเพชเขาอย่างที่สุด “มันสำคัญด้วยหรือคะ ในเมื่อคุณเองก็เคยบอกว่า... ตราบใดที่ยังเป็นฉัน สิ่งที่เกิดมาก็คงมีค่าไม่ต่างจากเศษขยะ” คำพูดนั้นเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลเดิมที่ไม่มีวันหาย รวิศชะงัก ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอ ความแค้นในตอนแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความโหยหาที่กัดกินจิตใจจนเขาแทบบ้า เขาโหยหาเธอ... โหยหาในแบบที่ศักดิ์ศรีของชายชาติทหารและนักธุรกิจชั้นนำไม่อาจยอมรับได้ “ฉันพูดเพราะฉันโกรธ! ฉันเสียสติเพราะความหึงหวง ไม่ใช่เพราะฉันเกลียดเธอ!” รวิศกระชากร่างบางเข้ามาแนบชิดจนไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน หัวใจของเขาสั่นไหวเมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวเธอที่เขาโหยหามาตลอดสามปี “ริน... กลับมาเป็นเหมือนเดิมเถอะนะ ฉันจะทำทุกอย่าง จะให้ชดเชยด้วยอะไรก็ได้” “แม้กระทั่งตำแหน่งผู้หญิงข้างกาย... ที่คุณเคยโยนทิ้งราวกับไม่มีค่า?” เธอสวนกลับทันควัน พลางใช้มือผลักอกแกร่งออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี แต่รวิศกลับไม่ยอมขยับ เขาเลื่อนมือลงมาโอบรั้งเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่น ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นอย่างลืมตัว “อื้อ! รวิศ... ปล่อย!” รินรดาดิ้นรน ความรู้สึกรังเกียจพุ่งพล่านในใจ แต่น่าประหลาดที่ร่างกายของเธอกลับทรยศ สัมผัสที่คุ้นเคยปลุกเร้าสัญชาตญาณบางอย่างที่เธอพยายามกดทับไว้ให้ตื่นขึ้น “ไม่ปล่อย... วันนี้ฉันจะไม่ปล่อยเธอไปไหนอีก” รวิศพึมพำชิดผิวอ่อนนุ่ม เขาเริ่มละเลงจูบไปตามลำคอระหง กลิ่นอายความเป็นชายที่เต็มไปด้วยแรงกำหนัดและโหยหาทำให้รินรดาใจสั่น แม้สมองจะสั่งให้ผลักไส แต่ความทรงจำเก่าๆ ที่เคยรักเขาอย่างหมดใจก็สั่นคลอนหัวใจของเธอ รวิศอุ้มเธอขึ้นวางบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารสำคัญ ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมา ร่างกายของเขาสอดแทรกเข้าไประหว่างเรียวขาของเธออย่างจาบจ้วง มือหนาลูบไล้ไปตามเส้นโค้งเว้าของสรีระที่เขารู้จักดีกว่าใคร รินรดาหอบหายใจถี่ด้วยความโกรธปนความวาบหวาม “คุณมันสารเลว... คิดจะใช้วิธีเดิมๆ เพื่อบังคับฉันงั้นหรือ” “ไม่ใช่การบังคับ... แต่มันคือการเตือนความจำ ว่าเธอเป็นของใคร” เขากระซิบเสียงพร่า ก่อนจะประกบริมฝีปากลงมาปิดกั้นคำพูดทั้งหมด รสจูบที่เปี่ยมด้วยความดิบเถื่อนและเรียกร้องของเขาราวกับพายุที่โหมกระหน่ำ รินรดาพยายามต้านทาน แต่ลิ้นร้อนที่รุกล้ำเข้ามากลับกวาดต้อนความรู้สึกนึกคิดของเธอจนเตลิดเปิดเปิง สัมผัสจากฝ่ามือหยาบที่เลื่อนไปกอบกุมความนุ่มหยุ่นภายใต้ชุดเดรสผ้าไหมราคาแพง ทำให้ร่างของเธออ่อนระทวย เขาซุกไซ้กายเข้าหาเธออย่างหิวกระหาย ความเย็นเยียบที่เคยปกคลุมความสัมพันธ์ของทั้งคู่มลายหายไป เหลือเพียงอุณหภูมิที่ร้อนฉ่าของกามารมณ์ รวิศพรมจูบไปทั่วแผ่นหลังและไหล่เนียนของเธอ มือหนึ่งคลึงเคล้นยอดอกผ่านเนื้อผ้าจนเธอต้องเชิดหน้าขึ้นครางแผ่ว ความรู้สึกที่ถูกกดทับมานานนับปีทะลักออกมาดั่งเขื่อนแตก เขาไม่ได้เพียงแค่ต้องการครอบครองร่างกาย... แต่เขากำลังพยายามควานหาเศษเสี้ยวของความรักที่เขาเคยทำลายทิ้งไปในอดีต ทว่าในจังหวะที่มือของเขากำลังจะปลดเปลื้องปราการสุดท้ายของเธอออก เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของเลขาส่วนตัวที่แทรกผ่านเข้ามา “คุณรวิศครับ... ผลตรวจ DNA ของเด็กน้อยคนนั้น... ออกมาแล้วครับ” ทุกอย่างหยุดชะงัก รวิศผละออกจากร่างบางในทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตระหนก รินรดารีบจัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยของตนเองด้วยมือที่สั่นเทา เธอจ้องมองชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็งในขั้วโลก รวิศหันกลับไปมองซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกวางไว้บนโต๊ะข้างๆ ซึ่งมีจดหมายประทับตราจากห้องแล็บชื่อดัง เขาเอื้อมมือออกไปหยิบมันด้วยความลังเล หัวใจเต้นรัวราวกับกลองรบ ในขณะที่รินรดาก้าวถอยหลังออกไปจนถึงประตู ก่อนจะหันมามองเขาด้วยรอยยิ้มสมเพช “เปิดดูสิคะ...” เธอเอ่ยเสียงเรียบ “แล้วคุณจะรู้ว่า... อ้อมกอดที่เย็นเยียบของคุณ มันสายเกินไปเสียแล้วที่จะได้รับความอบอุ่นคืนมา” รวิศฉีกซองเอกสารออกทันที สายตาของเขาไล่ตามตัวอักษรที่ปรากฏอยู่บนแผ่นกระดาษ... ความเป็นพ่อ... ความเป็นจริง... และโลกทั้งใบของเขากำลังจะพังทลายลงในวินาทีนี้! หวังว่าตอนที่สิบสองนี้จะถูกใจรี้ดที่รักของละอองดาวเดือนเก้าทุกท่านนะคะ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%