เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก•ตอนที่ 15

ขีดจำกัดของความอดทน

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
กลิ่นอายของกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยกรุ่นเคล้าบรรยากาศหรูหราในห้องทำงานส่วนตัวของห้องเสื้อชื่อดัง ทว่ามันไม่อาจเจือจางความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงสง่าของชายผู้ยืนค้ำโต๊ะทำงานตัวใหญ่ได้เลย รวิศขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นเป็นริ้ว ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้กลับมีร่องรอยของความร้าวรานและความกระวนกระวายใจฉายชัด ราวกับคนใกล้คลั่งเมื่อตระหนักว่าสิ่งที่ตนเคยเหยียบย่ำอย่างไร้ค่า แท้จริงแล้วคือเพชรเม็ดงามที่ไม่มีวันหาคืนได้อีก "คุณจะใจร้ายเกินไปแล้วนะริน" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจเอ่ยขึ้นด้วยความสั่นพร่าเล็กน้อย ยามเมื่อเขาจ้องมองหญิงสาวผู้เป็นอดีตภรรยา ซึ่งนั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะด้วยท่าทีสงบนิ่งราวกับสายน้ำที่ลึกล้ำจนหยั่งไม่ถึง รินรดาเงยหน้าขึ้นจากร่างแบบเครื่องประดับชิ้นเอก แววตาคู่สวยที่เคยไหววูบและมีแต่ร่องรอยน้ำตาในอดีต บัดนี้กลับเปล่งประกายความมั่นเด็ดเดี่ยวและเยือกเย็น เธอไม่ได้มีความสะทกสะท้านต่อแรงกดดันจากชายผู้เคยเป็นสามีแม้แต่น้อย "ใจร้ายหรือคะคุณรวิศ?" รินรดาทวนคำด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คำนี้มันช่างตลกเสียจริงสำหรับคนที่เคยบอกว่าฉันเป็นแค่ภาระ เป็นก้อนเนื้อไร้ค่าที่เกาะคุณกินไปวันๆ... พอวันที่ฉันเลือกจะเดินออกมาจากขุมนรกที่คุณสร้างไว้ให้ กลับกลายเป็นว่าฉันใจร้ายอย่างนั้นหรือคะ?" "ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น..." รวิศก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน มือหนาทั้งสองข้างเกาะขอบโต๊ะไว้แน่น ราวกับต้องการหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจที่กำลังพังทลาย "ตอนนั้นผม... ผมตาบอดเอง ผมไม่รู้ว่าคุณสำคัญกับผมมากแค่ไหน จนกระทั่งวันที่คุณหายไป... บ้านหลังนั้นมันว่างเปล่า เตียงนอนมันหนาวเหน็บ ริน... กลับมาเถอะนะ ให้โอกาสผมได้แก้ตัว ได้ทำหน้าที่สามีที่ดี... สักครั้งเดียวก็ยังดี" คำพูดอ้อนวอนที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดและรอยร้าวรานจากปากของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล หากเป็นเมื่อก่อน รินรดาคงโผเข้ากอดและยอมยกโทษให้ทุกอย่างอย่างโง่เขลา แต่วันนี้... เถ้าถ่านที่เคยถูกเผาทำลายได้หลอมรวมเธอกลายเป็นเหล็กกล้าที่ผ่านการตีแปรสภาพมาอย่างดีแล้ว หญิงสาวหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาจนรวิศรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรง "โอกาสเหรอคะ?" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไม่เกรงกลัว "คุณเอาสิทธิ์อะไรมาขอโอกาสจากฉัน ผู้ชายที่เคยบอกว่าความรักระหว่างเรามันเป็นแค่เรื่องน่ารำคาญ ผู้ชายที่ปล่อยให้ฉันต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวและความสูญเสียในค่ำคืนที่มืดมิดที่สุด... คุณคิดว่าน้ำตาสองสามหยดกับคำพูดอ้อนวอนพวกนี้ จะลบภาพความเลวร้ายที่คุณทำกับฉันได้หมดอย่างนั้นเหรอ?" "รินรดา!" รวิศคำรามต่ำในลำคอด้วยความเจ็บปวดที่ตีรวนขึ้นมาจุกอก ความอดทนที่ใกล้ขาดผึ่งทำให้เขาพุ่งอ้อมโต๊ะเข้ามาประชิดตัวเธอในระยะประชิด มือหนาเอื้อมหมายจะคว้าข้อแขนเรียวเล็กมากุมไว้เช่นเคย แต่รินรดากลับไวกว่า เธอสะบัดแขนออกอย่างไม่ใยดี พร้อมทั้งถอยหลังหนีห่างจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางหนังสือด้านหลัง "อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" เสียงหวานตวาดกร้าว แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์อย่างปิดไม่มิด "จำใส่สมองของคุณเอาไว้เลยนะรวิศ ต่อให้คุณจะคุกเข่าอ้อนวอนอยู่ตรงนี้จนตาย หรือเอาทรัพย์สินทั้งหมดที่มีมาวางกองแทบเท้าฉัน มันก็ไม่มีวันซื้อความรู้สึกที่ตายไปแล้วของฉันกลับคืนมาได้หรอก!" คำพูดที่เฉียบคมราวกับใบมีดกรีดลงบนหัวใจของชายหนุ่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวิศรู้สึกหายใจไม่ออก หน้าอกข้างซ้ายปวดหนึบราวกับถูกบีบด้วยคีมเหล็ก ร่างสูงใหญ่ชะงักงัน ดวงตาแดงก่ำมองหญิงสาวที่ยืนกอดอกเชิดหน้าท้าทาย เธอในตอนนี้ช่างงดงาม ทรงพลัง และอยู่สูงเกินกว่าที่คนอย่างเขาจะเอื้อมถึงเสียแล้ว "คุณเกลียดผมมากขนาดนั้นเลยเหรอ..." เขาเค้นเสียงถามออกมาได้อย่างยากลำบาก ความเย่อหยิ่งทระนานถูกทำลายป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี "ความเกลียดมันยังน้อยไปสำหรับคนที่ทำลายชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งได้ลงคอ" รินรดาเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนริมฝีปากสีระเรื่อ "สิ่งที่ฉันรู้สึกต่อคุณตอนนี้... มันไม่ใช่ความเกลียดชัง แต่มันคือความว่างเปล่าต่างหากล่ะคะคุณรวิศ... คุณมันก็แค่คนแปลกหน้าคนหนึ่ง ที่บังเอิญผ่านมาสร้างรอยแผลเป็นให้ฉัน แล้วก็สมควรจะหายออกไปจากชีวิตฉันได้เสียที" สิ้นคำพูดอันเชือดเฉือนนั้น บรรยากาศภายในห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าอึดอัด รวิศยืนนิ่งสนิท ราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ความจริงที่กระแทกเข้าใส่หน้าทำให้เขารู้ซึ้งถึงคำว่า 'กรรมตามสนอง' อย่างแท้จริง มันคือความเจ็บปวดเจียนตายที่ไม่มีวันได้รับการเยียวยา ทว่า ในวินาทีที่ความสิ้นหวังกำลังกัดกินหัวใจของอดีตสามีผู้เย่อหยิ่ง เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วขึ้นสามครั้ง ก่อนที่ประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยผู้ช่วยสาวหน้าตาตื่น "คุณรินคะ! ขอโทษที่ต้องขัดจังหวะค่ะ... แต่ว่ามีเรื่องด่วนจริงๆ" ผู้ช่วยสาวหอบหายใจถี่กระชั้น ก่อนจะเหลือบมองรวิศด้วยความลังเลเล็กน้อย "คือ... มีผู้ชายคนหนึ่งพาเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ มาที่หน้าร้านค่ะ เขาบอกว่า... เขาเป็นคนสำคัญของคุณ และเด็กคนนั้น... เด็กคนนั้นหน้าตาเหมือนกับ... เหมือนกับคุณรวิศราวกับถอดแบบกันมาเลยค่ะ!" ร่างของรวิศแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริดในขณะที่รินรดาหน้าถอดสี รอยยิ้มเยือกเย็นเมื่อครู่หายวับไปกับตา แทนที่ด้วยความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้ไม่มิด ขอบคุณรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดอันวิจิตรนี้นะคะ แล้วมาลุ้นบทสรุปและจุดพลิกผันสะใจในตอนหน้าด้วยกันค่ะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%