กลิ่นคาวสนิมเหล็กและไอความร้อนที่คุกรุ่นจากแผงวงจรระบบมานานนับชั่วโมง ทำให้บรรยากาศในห้องควบคุมใต้ดินแห่งนี้อบอวลไปด้วยความกดดันที่แทบจะบีบขั้วหัวใจ
"คุณกำลังเล่นกับไฟที่พร้อมจะเผาผลาญแม้กระทั่งวิญญาณของคุณเองนะ เรย์"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกของเซราฟีน่าดังขึ้น ท่ามกลางความมืดที่มีเพียงแสงสีฟ้ากะพริบจากหน้าต่างสถานะของระบบ เธอไม่ได้ขยับตัวหนีแม้แต่น้อย แม้ว่าเบื้องหน้าของเธอคือเหวแห่งความตายที่ระบบได้คำนวณและประเมินผลไว้แล้วถึงเก้าสิบเก้าจุดเก้าเปอร์เซ็นต์
ผมกวาดสายตามองหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้า ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อวิเคราะห์ 'ค่าความไม่น่าไว้ใจ' ที่พุ่งทะยานจนเกินขีดจำกัดสีแดง ตัวเลขเหล่านั้นเตือนภัยซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยเสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงที่เจาะทะลุแก้วหู แต่ในฐานะอดีตโปรไฟล์เลอร์... ผมเรียนรู้มานานแล้วว่า สิ่งที่ระบบประเมินมักมองข้าม 'ตัวแปร' ที่สำคัญที่สุดไปอย่างหนึ่ง
นั่นคือ เจตจำนงเสรีของมนุษย์... หรือในกรณีนี้ อาจเป็นปีศาจจำแลงกายอย่างคุณหนูลึกลับผู้นี้
"ผมเหนื่อยที่จะต้องวิ่งไล่ตามกฎเกณฑ์ที่คุณหนูและเจ้า 'ระบบ' บ้าๆ นี่ขีดเส้นไว้เต็มทีแล้วครับ" ผมแค่นسยิ้มที่มุมปาก แม้เหงื่อกาฬจะซึมไหลตามไรผม "อีกอย่าง... การปล่อยให้คุณรับภาระทั้งหมดไว้คนเดียว มันขัดกับหลักการทำงานของผมอย่างแรง"
*[แจ้งเตือนจากระบบ: ตรวจพบความพยายามฝ่าฝืนคำสั่งหลัก (Main Protocol) ระดับความรุนแรง: วิกฤต! หากผู้เล่นเรย์ยังคงยืนยันร่วมมือกับเป้าหมาย 'เซราฟีน่า' สถานะบัญชีผู้ใช้จะถูกรีเซ็ต และความทรงจำทั้งหมดจะถูกลบถาวรภายใน 60 วินาที]*
เสียงแจ้งเตือนสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นกลางอากาศ บังคับให้เรตินาของผมแสบแปลบ ตัวอักษรสีเลือดนับร้อยบรรทัดไหลทะลักลงมาเหมือนสายฝน นับถอยหลังสู่จุดจบที่ไม่มีทางหวนกลับ
นี่คือสิ่งที่ตอนที่แล้วทิ้งไว้... "ยินดีต้อนรับสู่ 'วันสิ้นโลก' ของจริง... ที่คุณไม่มีวันย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้อีกแล้วครับ"
เซราฟีน่าเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มปริศนาที่มักประดับบนใบหน้าสวยงามนั้นเลือนหายไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตคู่นั้นสะท้อนภาพแสงสีแดงจากหน้าต่างระบบที่กำลังกินพื้นที่รอบตัวเรา เธอยื่นมือเรียวบางออกหมายจะผลักผมให้ถอยห่างจากเขตอาคม แต่ผมกลับเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น
สัมผัสเย็นเฉียบราวน้ำแข็งส่งผ่านทะลุถุงมือหนัง แต่แรงบีบของผมไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
"ปล่อยฉัน... คนโง่!" เสียงของเธอเริ่มสั่นพร่าเล็กน้อย ความเยือกเย็นที่เคยมีพังทลายลง "นายไม่เข้าใจหรือไงว่าถ้ากระบวนการรีเซ็ตเริ่มต้นขึ้น นายจะกลายเป็นแค่คนแปลกหน้า... คนที่จำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อของตัวเองด้วยซ้ำ!"
"แล้วไงล่ะครับ?" ผมสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่นพอที่จะกลบเสียงแจ้งเตือนของระบบ "ผมใช้ชีวิตอยู่กับการวิเคราะห์จิตใจคนอื่นมาทั้งชีวิต แกะรอยความลับ ดมกลิ่นคำโกหก... แต่สุดท้ายแล้ว ถ้าผมต้องรอดชีวิตโดยการมองคุณเดินไปสู่ลานประหารคนเดียว แบบนั้นชีวิตที่ถูกรีเซ็ตเป็นร้อยรอบก็ไม่มีค่าอะไรเลย"
55... 54... 53...
ตัวเลขถอยหลังสีแดงเลือดสาดส่องลงบนใบหน้าของเราทั้งคู่ ความกดดันมหาศาลแผ่ขยายจนอากาศรอบตัวหนาแน่นราวกับเจลลี่ ทุกวินาทีที่ผ่านไปคือการเผาผลาญเซลล์ประสาทในสมองของผม ระบบกำลังพยายามลบตัวตนของผมออกจากฐานข้อมูลอย่างเลือดเย็น
เซราฟีน่าเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด สายตาที่เธอมองมาที่ผมในตอนนี้ไม่มีคราบของผู้มีอิทธิพลหรือบอสลับที่อยู่เบื้องหลังกระดานหมากรุกอีกต่อไป เหลือเพียงหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังหวาดกลัว... หวาดกลัวที่จะต้องสูญเสียสิ่งยึดเหนี่ยวสุดท้ายไป
"นายมัน... บ้าที่สุด..." เธอกระซิบเสียงสั่น ก่อนที่มุมปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเศร้าสร้อยแต่ทรงพลังอย่างประหลาด "ในเมื่อนายเลือกทางนี้เอง... ก็อย่าหาว่าฉันเอาเปรียบก็แล้วกันนะ เรย์"
พริบตานั้นเอง พลังงานสีดำสนิทที่ถูกสะกดไว้ใต้ชั้นผิวหนังของเซราฟีน่าก็ระเบิดทะลักออกมา รัศมีสีทมิฬแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง กลืนกินแสงไฟสีฟ้าของระบบจนหมดสิ้น ห้องควบคุมทั้งห้องสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหว หน้าต่างสถานะสีแดงที่กำลังนับถอยหลังเกิดอาการชะงักงันและกระตุกอย่างรุนแรง
*[ข้อผิดพลาดร้ายแรง! ตรวจพบการแทรกแซงโค้ดจากแหล่งกำเนิดภายนอก... ไม่สามารถระบุตัวตนพลังงานได้...]*
เสียงระบบเริ่มขาดๆ หายๆ ราวกับวิทยุที่คลื่นสัญญาณถูกรบกวน
ผมกระชับมือที่จับข้อมือเธอให้แน่นขึ้น รับรู้ถึงกระแสพลังงานมหาศาลที่ไหลย้อนเข้ามาในร่างผ่านจุดสัมผัส มันไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นความรู้สึกเหมือนวิญญาณกำลังถูกดึงดูดเข้าสู่มิติอื่น มิติที่กฎเกณฑ์ของระบบสวรรค์หรือโลกใบนี้เอื้อมไม่ถึง
"เรากำลังจะไปไหนครับ?" ผมถามท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้องของโครงสร้างตึกที่กำลังถล่มลงมา
"ไปในที่ที่พวกมัน... 'ผู้สร้าง' ไปไม่ถึงยังไงล่ะคะ" เซราฟีน่าหันมาสบตาผม นัยน์ตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีนิลล้ำลึกที่กลืนกินแสงสว่างทั้งหมด เธอยกมืออีกข้างขึ้นวาดกลางอากาศ สร้างรอยแยกของมิติดำสนิทที่ส่งกลิ่นอายโบราณและอันตรายยิ่งกว่าสิ่งใด "นายจับมือฉันไว้ให้แน่นๆ นะเรย์... เพราะหลังจากนี้ ไม่มีทางให้ถอยกลับอีกแล้ว"
ผมไม่ได้ตอบคำถามด้วยคำพูด แต่ใช้การพยักหน้าและแรงบีบที่มั่นคงแทนคำตอบทั้งหมด
ในฐานะโปรไฟล์เลอร์ ผมใช้เวลาค่อนชีวิตในการคาดเดาความน่าจะเป็นและหาทางหนีทีไล่ที่ปลอดภัยที่สุด แต่ในวินาทีนี้... การกระโดดลงไปในความมืดที่ไม่รู้จุดจบเคียงข้างบอสลับผู้เป็นภัยหายนะ กลับเป็นทางเลือกที่ถูกต้องที่สุดเท่าที่สมองและหัวใจของผมเคยประมวลผลมา
สติของผมวูบดับลงพร้อมกับเสียงกรีดร้องครั้งสุดท้ายของระบบที่ถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ และแรงดึงดูดมหาศาลที่ดูดร่างของเราทั้งคู่ดิ่งลึกลงไปในความมืดมิดอันไร้ก้นบึง...
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนามาด้วยกันจนถึงบทนี้นะครับ
คุณหนูครับ อย่าทำตัวเป็นบอสลับให้ผมเหนื่อยใจ•ตอนที่ 24
สู้เพื่อคนสำคัญ
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าทำตัวเป็นบอสลับให้ผมเหนื่อยใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!