กลิ่นคาวสนิมเหล็กและไอความร้อนจากเวทมนตร์ธาตุไฟที่ถูกบีอัดจนถึงขีดสุด คละคลุ้งอบอวลอยู่รอบตัวจนแทบจะทำให้ระบบหายใจของผมหยุดทำงาน เสียงหอบหายใจของผมดังสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงันของหอคอยคอยด์โบราณ พื้นหินอ่อนสีดำสนิทเบื้องล่างแตกละเอียดเป็นรอยร้าวโยงใยราวกับใยแมงมุม ทุกย่างก้าวที่ผมขยับเข้าใกล้จุดศูนย์กลางของลานประลองบนยอดหอคอย คือการเดิมพันด้วยลมหายใจที่เหลืออยู่
"คุณนี่มันดื้อรั้นเสียจริงนะครับ เรย์..."
น้ำเสียงหวานใสที่เคยประดับรอยยิ้มอันแสนอ่อนโยนในยามปกติ บัดนี้กลับราบเรียบ เย็นชา และเปี่ยมไปด้วยแรงกดดันมหาศาลจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว เซราฟีน่าก้าวเท้าช้าๆ ผ่านม่านแสงสีม่วงเข้มที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของเธอ ดวงตาคู่สวยที่เคยสะท้อนความซุกซน บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับอัญมณีต้องสาป ค่าความไม่น่าไว้ใจที่ลอยเด่นอยู่เหนือศีรษะของเธอนั้นพุ่งทะยานทะลุเพดานระบบแจ้งเตือนไปไกลลิบลิ่ว—มันคือตัวเลขระดับ [หายนะล้างโลก: 99.9%] ที่ผมไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นในชีวิตนี้
ในฐานะอดีตโปรไฟล์เลอร์ ผมถูกฝึกมาให้วิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์จากรอยยิ้ม การกะพริบตา หรือแม้กระทั่งจังหวะการเต้นของชีพจร แต่วิทยาการทางจิตวิทยาใดเล่าจะใช้ได้ผลกับสิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือสามัญสำนึกเช่นนี้?
ผมกระชับดาบเวทในมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะกล้ามเนื้อทุกมัดกำลังกรีดร้องจากการใช้พลังงานเกินขีดจำกัด ผมกวาดสายตามองสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างรวดเร็ว หอคอยแห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นคุกกักเก็บพลังงานโบราณ เสาหินยักษ์ทั้งแปดต้นที่ล้อมรอบลานประลองกำลังสั่นสะเทือน หากผมทำลายจุดเชื่อมต่อของเสาเหล่านั้นได้ด้วยการคำนวณมุมตกกระทบของเวทมนตร์ ผมอาจจะพอสร้างช่องว่างในการเจรจาขึ้นมาได้บ้าง
"ผมคงจะเป็นพวกไม่รักตัวกลัวตายเท่าไหร่นะครับ คุณหนูเซราฟีน่า..." ผมฝืนยิ้มมุมปาก แม้รสชาติเค็มปร่าของเลือดจะเอ่อล้นอยู่ในช่องปาก "แต่ถ้าปล่อยให้บอสลับอย่างคุณระเบิดหอคอยนี้ทิ้งตามอำเภอใจ งานเอกสารกองโตที่ผมต้องเคลียร์ต่อจากนี้คงทำให้ผมปวดหัวยิ่งกว่าการสู้กับคุณเสียอีก"
เซราฟีน่าชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสสีแดงฉานกะพริบลงครั้งหนึ่ง ร่องรอยความลังเลเสี้ยววินาทีปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันงดงามนั้น ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทำให้แผ่นหลังของผมเย็นวาบ
"ปากกล้าเสียจริงนะคะ... ทั้งๆ ที่อีกไม่ถึงสามวินาทีข้างหน้า หัวใจของคุณก็จะหยุดเต้นอยู่แล้วแท้ๆ"
สิ้นเสียงหวาน ประทับเท้าเบาๆ ของเธอก็หายวับไปจากสายตา!
*เร็วมาก!*
สมองส่วนหน้าของผมประมวลผลด้วยความเร็วสูงสุด สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัย สีหน้าและองศาการหักเหของเงาสะท้อนบนพื้นหินบอกวิถีการโจมตีได้เสี้ยววินาที ผมทิ้งน้ำหนักตัวไปด้านข้างทันทีพร้อมกับยกดาบขึ้นรับแรงกระแทกมหาศาลที่พุ่งเข้าใส่ราวกับอุกกาบาต
*ตูーム!*
แรงปะทะส่งผลให้ร่างของผมไถลไปกับพื้นหินนับสิบเมตร ฝุ่นควันตลบอบอวล แขนซ้ายของผมชาหนึบจนแทบไร้ความรู้สึก พลังเวทของเซราฟีน่าไม่ได้มีแค่ความรุนแรง แต่มันแฝงไปด้วยจิตสังหารที่ผ่านการกลั่นกรองมาอย่างสมบูรณ์แบบ เธอกำลังทดสอบผม... หรือพูดให้ถูกคือ เธอกำลังต้อนผมให้จนมุมด้วยกระบวนท่าที่คำนวณไว้ล่วงหน้าแล้วเช่นกัน
"อ่านการเคลื่อนไหวของฉันออกสินะคะ..." เซราฟีน่าปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งที่เบื้องหน้า ห่างออกไปเพียงแค่เอื้อมมือ ปลายคฑาในมือเรียวชี้ตรงมาที่หน้าผากของผม พลังงานสีม่วงเข้มอัดแน่นอยู่ที่ปลายคฑาพร้อมปลิดชีพ "แต่การคาดเดาพฤติกรรมกับความเป็นจริง มันมีเส้นบางๆ กั้นอยู่เสมอ... และคุณก็กำลังจะข้ามเส้นผิดฝั่ง"
ผมยันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เลือดสดๆ ไหลรินจากขมับอาบแก้มข้างซ้าย แต่สายตาของผมยังคงนิ่งสนิท ผมไม่ได้มองไปที่คฑาในมือเธอ แต่มองลึกลงไปในดวงตาสีแดงคู่นั้น... ดวงตาที่กำลังซ่อนความโดดเดี่ยวอันยาวนานนับร้อยปีเอาไว้ใต้หน้ากากของความเกรี้ยวกราด
นี่คือจุดอ่อนที่ระบบไม่เคยแสดงให้เห็น... และเป็นสิ่งเดียวที่โปรไฟล์เลอร์อย่างผมมองเห็นมันได้อย่างชัดเจน
"คุณไม่ได้อยากทำลายที่นี่หรอกครับ... เซราฟีน่า" ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคง ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
มือที่กำลังจะปลดปล่อยพลังเวทระลอกสุดท้ายของหญิงสาวชะงักค้างกลางอากาศ ดวงตาสสีแดงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างกายของเธอนิ่งงันไปชั่วอึดใจ
"คุณพูดว่าอะไรนะ..." น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย ความเยือกเย็นเมื่อครู่เริ่มมีรอยร้าว
"ผมบอกว่า... คุณกำลังกลัวต่างหากล่ะครับ" ผมก้าวเท้าเข้าไปหาเธอทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัวความตาย แม้ปลายคฑาจะจ่ออยู่ตรงระหว่างคิ้ว "คุณกลัวว่าถ้าพลังนี้ตื่น ภัยหายนะที่คุณแบกรับไว้คนเดียวจะทำร้ายคนที่คุณแคร์... และคุณก็กลัวว่า จะไม่มีใครมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของคุณ นอกเหนือจากคำว่า 'บอสลับ' หรือ 'ภัยพิบัติ' ที่ระบบแปะป้ายให้"
บรรยากาศรอบยอดหอคอยพลันเงียบสงัดลงชั่วขณะ เสียงลมพัดหวีดหวิวผ่านซากเสาหินราวกับเสียงถอนหายใจ
เซราฟีน่าลดคฑาลงช้าๆ ใบหน้าที่เคยราบเรียบไร้อารมณ์บัดนี้สั่นเทา ดวงตาที่เคยเป็นสีแดงฉานค่อยๆ กลับคืนสู่ประกายสีนิลตามธรรมชาติ ร่างกายของเธอทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นหินอย่างหมดแรง ป้องกันตัวเองด้วยม่านพลังที่สลายหายไปในอากาศ
ผมพ่นลมหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก ทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าข้างๆ เธออย่างระมัดระวัง ความเจ็บปวดจากบาดแผลประดังประเดเข้ามาพร้อมกันจนหน้ามืด แต่ผมก็ยังฝืนส่งยิ้มอ่อนโยนให้เธอเช่นเดียวกับทุกครั้ง
"เห็นไหมล่ะครับ... ผมบอกแล้วว่าอย่าทำตัวเป็นบอสลับให้ผมเหนื่อยใจเลย"
เซราฟีน่าช้อนตาขึ้นมองผม น้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสาร ก่อนที่ริมฝีปากบางจะเม้มแน่นแล้วเอ่ยเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ไร้ซึ่งพิษภัยใดๆ
"คุณนี่มัน... น่ารำคาญที่สุดเลยนะคะ เรย์..."
ติ๊ง!
[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงสถานะของเป้าหมาย 'เซราฟีน่า']
[ระดับความไม่น่าไว้ใจลดลงฮวบฮวบสู่ 0.0%]
[ปลดล็อกภารกิจลับระดับ SSS: พันธสัญญาแห่งนิรันดร์ — เงื่อนไข: โปรดตัดสินใจตอบรับคำขอร้องของบอสลับภายใน 5 วินาที ก่อนที่...]
จู่ๆ เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ตัดขาดหายไปอย่างไร้สาเหตุ ท้องฟ้าเหนือหอคอยที่เคยปลอดโปร่งกลับมืดครึ้มลงทันทีด้วยกลุ่มเมฆสีดำทมิฬที่หมุนวนเป็นเกลียวคลื่น แรงสั่นสะเทือนมหาศาลจากใต้พื้นพิภพพุ่งทะยานขึ้นมาจนหอคอยทั้งหลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง
ไม่ใช่ฝีมือของเซราฟีน่า... แต่มีบางสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่ากำลังก้าวข้ามมิติเข้ามา ณ ดินแดนแห่งนี้ และเงาดำมหึมาที่ทาบทับลงมาจากเบื้องบน ก็กำลังเอ่ยนามของผมออกมาด้วยเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังก้องไปทั่วทั้งจิตวิญญาณ
---
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไขปริศนากับผมมาจนถึงบทนี้นะครับ
คุณหนูครับ อย่าทำตัวเป็นบอสลับให้ผมเหนื่อยใจ•ตอนที่ 25
ศึกตัดสินเหนือยอดหอคอย
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าทำตัวเป็นบอสลับให้ผมเหนื่อยใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!