เศษกระจกใสราวกับเกล็ดน้ำแข็งนับพันชิ้นร่วงหล่นกระทบพื้นพรมหนานุ่ม เสียง *เพล้ง* กังวานสะท้อนก้องในความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัว ทว่าเรย์กลับไม่ได้ขยับเขยื้อนถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว สายตาของอดีตโปรไฟล์เลอร์กวาดมองสิ่งแปลกปลอมที่พุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ พร้อมกับดวงตาที่หรี่แคบลงเพื่อประเมินสถานการณ์
เบื้องหน้าของเขาคือเงาร่างหนึ่งที่ม้วนตัวลงแตะพื้นอย่างนุ่มนวลราวกับแมวป่า แรงปะทะจากการพุ่งทะลวงทำให้ม่านกำมะหยี่สีเข้มสะบัดพับตามกระแสลม เศษกระจกสะท้อนแสงจันทร์ยามค่ำคืนระยิบระยับราวกับดวงดาวบนพื้นดิน แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเรย์จริงๆ กลับไม่ใช่ความอัศจรรย์ทางกายภาพนั้น หากแต่เป็นไอพลังงานสีเทาจางๆ ที่ลอยวนอยู่รอบตัวผู้บุกรุก—มันคือสัญญาณเตือนอันคุ้นเคยจากระบบ
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบตัวตนระดับภัยคุกคาม 'เงาพิฆาต' ค่าความไม่น่าไว้ใจพุ่งสูงถึง 92%]
หน้าต่างโปร่งใสสีฟ้าปรากฏขึ้นในคลองสายตาของเรย์โดยอัตโนมัติ แต่นิ้วมือของเขากลับไม่ได้ไขว่คว้าหาอาวุธ เขายังคงยืนไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังตัวเดิม สีหน้าเรียบเฉยราวกำลังชมละครฉากหนึ่ง
"ยินดีต้อนรับสู่ห้องทำงานส่วนตัวของผมครับ... ดูเหมือนคุณจะเลือกวิธีเข้าพบได้ไร้มารยาทไปสักหน่อยนะ" เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานและทรงพลังพอที่จะหยุดการเคลื่อนไหวของเงาร่างนั้นได้ในทันที
เงาร่างที่คุกเข่าอยู่ค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง แสงสลัวจากระเบียงเผยให้เห็นเรือนร่างเพรียวบางภายใต้ชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ด แต่ดวงตาคู่สวยที่เปล่งประกายคมกริบท่ามกลางความมืดกลับมองตรงมาที่เรย์อย่างไม่เกรงกลัว และที่สำคัญที่สุด... มุมปากของเธอกำลังยกยิ้มขึ้นอย่างเย้ายوان
"ปากคอเราะรายสมคำร่ำลือจริงๆ นะคะ... เอ๊ะ หรือผมควรจะเรียกคุณว่า 'นักสืบผู้มองทะลุทุกสิ่ง' ดีล่ะคะ เรย์?"
น้ำเสียงหวานใสที่เอ่ยออกมานั้นไม่ได้มีความตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม น้ำเสียงนั้นกลับเปี่ยมไปด้วยความขบขันและความท้าทายอย่างเปิดเผย มือเรียวบางเอื้อมขึ้นปลดฮู้ดคลุมศีรษะออก เผยให้เห็นเรือนผมสีเงินยาวสลวยที่สะท้อนกับแสงจันทร์ และใบหน้าที่งดงามราวกับงานศิลปะชั้น
เรย์นิ่งเงไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความงามของเธอกลบเกลื่อนสัญชาตญาณอันตรายได้ แต่เป็นเพราะใบหน้านั้นซ้อนทับกับภาพของใครอีกคนในความคิดของเขา
เซราฟีน่า... คุณหนูผู้สูงศักดิ์ อ่อนหวาน และบอบบางที่เขากำลังได้รับมอบหมายให้คุ้มครองและสืบสวนพฤติกรรมลับๆ อยู่ในขณะนี้
แต่หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในชุดนักฆ่าเงา พร้อมกับพลังงานระดับหายนะที่ระบบเพิ่งแจ้งเตือนเมื่อครู่ กลับเป็นคนละคนกับคุณหนูผู้เรียบร้อยอ่อนต่อโลกคนนั้นโดยสิ้นเชิง!
"เซราฟีน่า... หรือว่าผมควรเรียกว่า 'บอสลับ' ที่คอยชักใยเบื้องหลังเรื่องยุ่งเหยิงทั้งหมดกันแน่ครับ?" เรย์เอ่ยถาม พลางโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สายตาคมกริบวิเคราะห์ทุกรายละเอียดบนสีหน้าของหญิงสาว
เซราฟีน่าหัวسเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวسเราะนั้นไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งกรุ๊งกริ๊ง แต่มันกลับทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนหนתเหน็บ เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้เรย์ทีละน้อยอย่างไร้เสียง ราวกับวิญญาณที่ไร้น้ำหนัก
"คุณฉลาดมากเรย์... ฉลาดจนบางครั้งฉันก็รู้สึกหมั่นไส้คุณขึ้นมานิดหน่อยแล้วสิคะ" เธอก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงาน ห่างจากเรย์เพียงไม่กี่ก้าว ดวงตาสีไพลินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ค้นหาความหวาดกลัว หรืออย่างน้อยที่สุดก็ความประหลาดใจ แต่เธอกลับพบเพียงความว่างเปล่าที่นิ่งสนิท
เรย์ลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงของเขาทำให้ต้องก้มมองหญิงสาวเล็กน้อย เขายื่นมือออกไปข้างหน้า ปลายนิ้วเกือบจะแตะโดนเส้นผมสีเงินที่ไหวตามแรงลม แต่แล้วเขาก็ชะงักมือไว้แค่นั้น
"คุณกำลังทดสอบผมอยู่ใช่ไหมครับ?" เรย์ตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น "คุณจงใจทิ้งร่องรอยความผิดปกติ เพื่อให้ผมไล่ตามคุณมาถึงจุดนี้ คุณไม่ได้ถูกผมสืบสวน... แต่คุณต่างหากกำลังใช้ผมเป็นเครื่องมือในการทดลองบางอย่าง"
เซราฟีน่าชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากของเธอจางหายไปแทนที่ด้วยแววตาที่ลึกซึ้งขึ้น เธอยื่นมือเรียวบางของเธอออกมาบ้าง ปลายนิ้วเย็นเฉียบแตะลงบนปกเสื้อสูทของเรย์เบาๆ ราวกับขนนกสัมผัส ทว่าแฝงไว้ด้วยแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้ลมหายใจสะดุด
"แล้วถ้าใช่ล่ะคะเรย์..." เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงถอนหายใจดังขึ้นข้างใบหูของเขา "คุณคิดว่าใครกันแน่... ที่กำลังเป็นฝ่ายถูกล่อลวง?"
ในวินาทีนั้น เรย์รู้สึกได้ถึง 'ค่าความไม่น่าไว้ใจ' ของระบบที่พุ่งทะยานจนกราฟแทบจะระเบิด หน้าต่างสีแดงฉานแจ้งเตือนอันตรายระดับวิกฤตปรากฏขึ้นซ้อนทับกันนับสิบชั้น แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของอดีตโปรไฟล์เลอร์เต้นผิดจังหวะ กลับไม่ใช่คำเตือนของระบบ
แต่เป็นกลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าที่ลอยวนอยู่ปลายจมูก และสัมผัสอุ่นร้อนจากร่างกายของหญิงสาวที่แนบชิดเข้ามาอย่างไร้ระยะห่าง ท่ามกลางซากเศษกระจกที่แตกกระจาย
เรย์หรี่ตาลงเล็กน้อย เขาไม่ได้ถอยหนี แต่กลับเอื้อมมือโอบเอวบางของเธอไว้ด้วยความรวดเร็ว ดึงร่างของเซราฟีน่าเข้ามาประชิดตัวจนแทบไม่มีช่องว่าง ใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงแค่ลมหายใจกั้น
"ถ้าเกมนี้คือการล่อลวง..." เรย์กระซิบตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่แฝงความเจ้าเล่ห์เอาไว้เต็มเปี่ยม "คุณต้องระวังตัวให้ดีนะครับ... เพราะผมไม่ใช่คนที่เล่นตามกฎซะด้วยสิ"
เซราฟีน่าเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง เธอนิ่งค้างไปชั่วอึดใจกับความกล้าหาญที่เกินคาดเดานี้ ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองกำลังตึงเครียดและชวนใจเต้นระทึกจนถึงขีดสุดนั้นเอง...
*ก๊อกๆๆ*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งที่หน้าห้องทำงานอย่างเป็นทางการ ตามด้วยเสียงหวานใสคุ้นเคยที่เอ่ยเรียกเข้ามาจากด้านนอก
"คุณเรย์คะ! ดิฉันเองค่ะ เซราฟีน่า... พอดีดิฉันได้ยินเสียงเหมือนกระจกแตกมาจากข้างในห้องของคุณ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ?"
เรย์และเซราฟีน่าแข็งค้างไปพร้อมกัน ดวงตาสีไพลินของหญิงสาวในอ้อมแขนเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ริมฝีปากบางจะยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่อันตรายที่สุดเท่าที่เรย์เคยเห็นมา
"อ้าว..." เซราฟีน่ากระซิบกระซาบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ "แล้วทีนี้... คุณจะอธิบายกับ 'ตัวจริง' ที่ยืนอยู่หน้าห้องอย่างไรดีล่ะคะ คุณโปรไฟล์เลอร์?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์อันซับซ้อนนี้ด้วยกันนะครับ!
คุณหนูครับ อย่าทำตัวเป็นบอสลับให้ผมเหนื่อยใจ•ตอนที่ 10
ใครกันแน่ที่ถูกล่อลวง
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าทำตัวเป็นบอสลับให้ผมเหนื่อยใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!