ทัณฑ์สวาทอดีตสามีผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 3

สัมผัสหลังม่านเงา

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
เสียงล็อกกลอนประตูด้านหลังดังคลิก... เป็นสัญญาณเตือนภัยที่กอหญ้ารู้ดีกว่าใคร แต่นางสิงห์สาวในชุดสูทผ้าไหมสีชาดกลับไม่แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือน เธอยังคงยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ในห้องพักรับรองพิเศษ ประเมินรอยยิ้มเยдяของตัวเองที่สะท้อนกลับมา รอยยิ้มของผู้หญิงที่เคยถูกเหยียบย่ำจนแหลقสลาย แต่ปัจจุบันกลับลุกขึ้นมาถือไพ่เหนือกว่าในทุกๆ ทาง "คุณล็อคห้องทำไมคะ... คุณธีร์ธัช" เสียงหวานใสที่เจือความเยแຢะและท้าทาย เอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องหันไปมองร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาประชิด รัศมีคุกคามอันคุ้นเคยแผ่ซ่านจนขนลุกชัน แต่ครั้งนี้... มันไม่ใช่ความหวาดกลัวเหมือนในอดีตที่เคยเป็น ธีร์ธัชหยุดยืนอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของแบรนด์น้ำหอมราคาแพงยังคงตรึงตรา แต่แววตาของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลในวันนี้ ไม่ได้มีความเย่อหยิ่งจองหองหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเร่าร้อน หิวกระหาย และความร้าวรานที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้กรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่น "ผมแค่อยากคุยกับอดีตภรรยาของตัวเองให้รู้เรื่อง... โดยไม่มีหูตาของใครมาคอยขัดจังหวะ" เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าเล็ดลอดไรฟัน ขณะที่มือหนารวบเข้าที่เอวคอดกิ่วของเธออย่างไร้การทักท้วง กอหญ้าสะดุ้งเล็กน้อยยามเมื่อฝ่ามืออุ่นจัดนั้นแนบเนื้อผ่านเนื้อผ้าบางเบา แต่เธอกลับเลือกที่จะไม่ผลักไส ปล่อยให้เกมนี้เริ่มต้นขึ้นด้วยเงื่อนไขของเธอเอง "เราไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกันอีกแล้วค่ะ สถานะของเรามันจบลงตั้งแต่หน้าที่หย่าถูกเซ็นชื่อลงไปเมื่อสามปีก่อนแล้ว หรือว่า... ความจำของคุณธีร์ธัชจะมีปัญหา ถึงได้ลืมว่าใครเป็นคนไล่ฉันออกจากบ้านหลังนั้นอย่างไม่ใยดี" คำพูดเชือดเฉือนนั้นบาดลึกเข้าไปในอกแกร่ง ธีร์ธัชขยับเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังบางแนบชิดกับอกกว้าง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงที่ตั้งตรงอย่างถือดี เขาก้มหน้าลงสูดดมกลิ่นกายหอมหวานที่เคยเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวอย่างโหยหา มืออีกข้างเอื้อมขึ้นเกลียวผมสลวย บังคับให้เธอแหงนเงยขึ้นสบตาผ่านเงาสะท้อนในกระจก "ผมจำได้แม่น... จำได้ทุกอย่างว่าผมเคยโง่เง่าแค่ไหนที่ปล่อยเพชรเม็ดงามหลุดมือไป" เสียงของเขาแหบพร่าลงจนเกือบเป็นกระซิบ นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับมานาน "แต่คุณก็รู้ดี... กอหญ้า ว่าต่อให้เราจะหย่ากันทางกฎหมาย ร่างกายของคุณมันก็ยังจำสัมผัสของผมได้ดีไม่แพ้กัน" "คนหน้าไม่อาย..." กอหญ้าพ่นลมหายใจเยาะหยัน แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ยามเมื่อปลายนิ้วแข็งกระด้างของเขาเริ่มลูบไล้ต่ำลงมาจากเอวคอดผ่านสะโพกผายอย่างจาบจ้วง ความทรงจำอันเร่าร้อนในคืนวันเก่าๆ ไหลย้อนกลับมาทับถมจนลมหายใจสะดุด แต่นั่นยิ่งทำให้ไฟแห่งการแก้แค้นลุกโชน เธอยอมรับว่าร่างกายยังคงตอบสนองต่อเขา... แต่มันไม่ใช่เพราะรัก หากแต่เป็นความกระหายที่จะเหยียบย่ำอีโก้ของเขาให้แหลกคาอกต่างหาก หมุนตัวกลับเผชิญหน้า... นั่นคือการตัดสินใจที่รวดเร็วและท้าทาย กอหญ้าหันกลับมาประชิดตัวเขา ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาคมที่ฉายแววความปรารถนาอันดิบเถื่อน ก่อนที่เรียวปากสีชาดจะยกยิ้มยั่วเย้า "อยากลองพิสูจน์ดูไหมคะ... ว่าสามปีที่ผ่านมา ฉันยังเป็นผู้หญิงคนเดิมที่ยอมให้คุณย่ำยีฝ่ายเดียว หรือเป็นคนที่พร้อมจะแผดเผาคุณให้เป็นจุลกันแน่" สิ้นคำท้าทายนั้น ธีร์ธัชก็ไม่หลงเหลือความอดทนใดๆ อีกต่อไป ริมฝีปากหนาร้อนระอุพุ่งเข้าประกบกลีบปากนุ่มหยุ่นอย่างไร้ความปรานี จูบที่เริ่มต้นด้วยความโหยหาและหิวกระหาย ทวีความรุนแรงและลึกซึ้งขึ้นจนกลายเป็นสงครามประสาทที่ไม่มีใครยอมใคร มือใหญ่รั้งท้ายทอยเธอไว้ไม่ให้หนีไปไหน ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปาก รสจูบที่ทั้งดุดันและเย้ายวนทำเอาเข่าของกอหญ้าแทบทรุด หากไม่ได้แขนแข็งแรงที่โอบรัดเอวเธอไว้แน่นจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังแข่งกับจังหวะหัวใจที่เต้นโครมคราม ธีร์ธัชกวาดต้อนความหอมหวานจากเรียวปากเธออย่างเอาแต่ใจ มือซุกซนเริ่มปลดกระดุมเสื้อสูทของเธอออกทีละเม็ดอย่างเร่งร้อน ผิวเนียนนุ่มสีน้ำนมที่ปรากฏแก่สายตาทำให้สติของนักธุรกิจหนุ่มขาดผึ่ง เขาลากไล้ริมฝีปากร้อนผ่าวจากซอกคอหอมกรุ่นลงมาถึงไหปลาร้าขัดผิว จนหญิงสาวต้องเปล่งเสียงครางฮือในลำคอด้วยความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย "อื้อ... คุณธีร์..." กอหญ้าจิกเล็บลงบนลาดไหล่กว้างของเขาผ่านเนื้อผ้า เพื่อระบายความเสียวซ่านที่กัดกินหัวใจ สัมผัสที่คุ้นเคยแต่เร่าร้อนกว่าเดิมเป็นร้อยเท่ากำลังหลอมละลายเกราะป้องกันของเธอ ความโกรธแค้นในอดีตถูกแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงสวาทที่โหมกระหน่ำ ทั้งคู่ต่างผลักไสและดึงดูดเข้าหากันราวกับแม่เหล็กต่างขั้วที่ห้ามใจไม่ไหว ร่างบางถูกดันจนแผ่นหลังแนบสนิทไปกับบานประตูห้องพัก ความเย็นของเนื้อไม้ตัดกับความร้อนระอุของผิวเนื้อที่สัมผัสกันจนเกิดปฏิกิริยาแปลกประหลาด ธีร์ธัชไม่รอช้าที่จะครอบครองสิ่งที่เขาโหยหามาตลอดสามปี มือหนาลูบไล้เรียวขาเนียนภายใต้กระโปรงทรงสอบที่ถูกร่นขึ้นสูง สัมผัสวาบหวามที่ไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ ทำเอาทัศนวิสัยของกอหญ้าพร่าเลือน ลมหายใจขาดห้วงยามเมื่อนิ้วแกร่งแทรกซึมเข้าสู่ความอ่อนนุ่มภายใน ความสุขสมทางอารมณ์ที่โหยหาพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างรวดเร็วท่ามกลางความเงียบงันของห้องพัก นี่ไม่ใช่แค่เซ็กส์... แต่มันคือทัณฑ์สวาทที่ทั้งคู่ต่างต้องการลงทัณฑ์และชดใช้ให้แก่กันและกันอย่างสาสม ร่างกายแนบสนิท ลมหายใจผสานเป็นหนึ่งเดียว ท่ามกลางเสียงหอบสะท้านที่ดังก้องอยู่ในพื้นที่ปิดตายแห่งนี้ ทว่า... ในขณะที่บทเพลงรักกำลังบรรเลงไปถึงจุดที่เร่าร้อนและลึกซึ้งที่สุด เสียงเคาะประตูดังปึงปังจากด้านนอกก็ขัดจังหวะขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบที่ตะโกนเรียกเข้ามาทำเอาทั้งคู่แข็งค้างราวนั่งอยู่บนกองไฟ "มัมมี่ฮะ! คุณป้าบอกว่าคุณแม่อยู่ในนี้... เปิดประตูให้คิมหันต์หน่อยฮะ!" ร่างของกอหญ้าชาดดิบไปทั้งร่าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ขณะที่ธีร์ธัชชะงักงันค้างเติ่งอยู่บนเรือนร่างเธอ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองใบหน้าตื่นตระหนกของอดีตภรรยา ก่อนที่สมองจะประมวลผลคำว่า 'คิมหันต์' และอายุอานามของเด็กชายที่ตรงกับช่วงเวลาที่เธอหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยพอดี! ด้วยความตกใจ ธีร์ธัชรีบคว้าสูทมาคลุมกายให้เธอและพุ่งตัวไปเปิดแง้มประตูช้าๆ เพื่อดูหน้าเด็กน้อย และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็ทำให้เลือดในกายของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลหยุดไหล... ใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายวัยสามขวบที่มีดวงตากลมโตและเค้าโครงหน้าถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจกกำลังยืนจ้องมองเขาตาแป๋ว! ---------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทอดีตสามีผู้ไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%