ทัณฑ์สวาทอดีตสามีผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 8

กรงขังแห่งความปรารถนา

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
เสียงสัญญาณเตือนดัง "ติ๊ง" แผ่วเบา ก่อนที่ความมืดสนิทจะเข้าโอบล้อมรอบกาย พร้อมกับแรงกระตุกวูบใหญ่ที่ทำให้ร่างระหงของกอหญ้าเซถลาเกือบล้ม หากไม่มีท่อนแขนแข็งแกร่งของใครบางคนคว้าเอวบางเอาไว้เสียก่อน ลิฟต์โดยสารส่วนตัวของเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมืองเกิดระบบขัดข้องกะทันหันในยามวิกาล... และที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือ มันหยุดค้างอยู่ระหว่างชั้นที่สิบแปดและสิบเก้า ความเงียบงันเข้ามาแทนที่เสียงดนตรีคลอเบาๆ ในตอนแรก มีเพียงเสียงลมหายใจที่เริ่มหอบกระชั้นของคนทั้งคู่ในพื้นที่แคบๆ อันจำกัด กอหญ้าขยับตัวถอยหลังอย่างตื่นตระหนก สัมผัสได้ทันทีถึงกลิ่นกายคุ้นเคย—กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่เธเคยซุกซบและเกลียดชังในเวลาเดียวกัน "ปล่อยค่ะ ธีร์ธัช" น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าสั่นน้อยๆ อย่างปิดไม่มิดในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวริบหรี่ "ปล่อยให้เธอไปหาผู้ชายคนอื่นน่ะหรือ... กอหญ้า" เสียงทุ้มต่ำพز протิดรอดไรฟันของอดีตสามีดังขึ้นชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอระหงทำให้ขนกายของเธอลุกชันไปหมด ธีร์ธัชไม่เพียงแต่ไม่ปล่อย แต่เขากลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น จนแผ่นหลังบางแนบชิดกับแผงอกกว้างที่กำลังกระเพื่อมไหวด้วยแรงอารมณ์ กอหญ้ากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอยืดตัวขึ้น พยายามสร้างเกราะกำบังความอ่อนแอที่เคยพังทลายลงในอดีต หญิงสาวหมุนตัวกลับเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่ในเงาหลัว แม้ในยามนี้เขาจะดูไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งจองหองเช่นวันเก่า ทว่าแววตาที่มองเธอกลับเต็มไปด้วยความโหยหาและเร่าร้อนจนน่ากลัว "คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน ธีร์ธัช... เราหย่ากันแล้ว จำไม่ได้หรือคะ" รอยยิ้มเยาะหยันถูกจุดขึ้นที่มุมปากอิ่มสวย ธีร์ธัชแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่เขาสะสมมาเนิ่นนาน มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะแก้มนวล แต่กอหญ้ากลับเบี่ยงหน้าหลบอย่างรวดเร็ว ปฏิกิริยานั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า "ใช่... เราหย่ากันแล้ว" เขาทวนคำด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า "เพราะความโง่เขลาของฉันเอง เพราะความเย็นชาทุเรศๆ ที่ฉันมอบให้เธอ... แต่เธอก็รู้ใช่ไหมกอหญ้า ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา หัวใจของฉันมันไม่เคยเป็นอิสระจากเธอเลยสักวินาทีเดียว" "อย่ามาพูดจาน่าขันหน่อยเลยค่ะ!" กอหญ้าตวาดกลับ เสียงของเธอสั่นเครือด้วยความอัดอั้นตันใจ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้รื้นขึ้นมาคลอหน่วย "วันที่ฉันกราบกรานขอร้องคุณ วันที่ฉันอุ้มท้องลูกของเราแล้วถูกคุณไล่ไสส่งเหมือนหมูเหมือนหมา... คุณอยู่ที่ไหนคะ ธีร์ธัช! คุณบอกว่าฉันน่ารำคาญ คุณบอกว่าผู้หญิงอย่างฉันไม่มีค่าพอแม้แต่จะยืนเคียงข้างคุณ!" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดเปรี้ยงลงกลางใจลิฟต์แคบๆ ธีร์ธัชชะงักงัน ร่างสูงสั่นเทิ้มด้วยความสำนึกผิดที่โถมทับเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ เขาจำได้ดี... จำความใจร้ายของตัวเองได้ทุกกระเบียดนิ้ว "ฉันรู้... ฉันมันเลว" เขาก้าวเข้าไปหาเธออีกก้าว จนกอหญ้าต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังกระจกเย็นเฉียบของลิฟต์ "ฉันสมควรถูกลงทัณฑ์... ฉันสมควรได้รับความเจ็บปวดที่สาสม แต่ได้โปรด... อย่าทำเป็นมองไม่เห็นฉัน อย่าไปยิ้มให้ผู้ชายคนอื่นเหมือนที่เธอทำเมื่อคืนนี้เลย กอหญ้า... ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว" มือน้อยถูกยกขึ้นดันแผงอกกว้างไว้เมื่อเขาก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน กลิ่นอายความเป็นชายและแรงดึงดูดอันมืดมนที่สั่งสมมาร่วมกันเนิ่นนานเริ่มกัดกินความตั้งใจทั้งหมดของเธอ แรงปรารถนาที่ซ่อนเร้นภายใต้ความแค้นกำลังปะทุขึ้นอย่างเงียบงันในพื้นที่อับอากาศนี้ "ถอยไป..." เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ พยายามทำเสียงให้แข็งกร้าวที่สุด "เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว" "งั้นก็พิสูจน์สิ..." ธีร์ธัชกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่เผยอน้อยๆ อย่างท้าทาย มือใหญ่เลื่อนลงมาโอบเอวคอดกิ่วไว้แน่น บังคับให้เธอแนบชิดรับสัมผัสจากสรีระที่ร้อนรุ่มของเขา "พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิว่าความรู้สึกที่เธอเคยมีให้ฉันมันตายไปหมดแล้ว... พิสูจน์สิว่าสัมผัสของฉันมันไม่มีผลกับเธออีกต่อไปแล้ว กอหญ้า" สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากร้อนผ่า่วก็ทาบทับลงมาอย่างไร้ซึ่งการหลบ มันไม่ใช่จูบแห่งการขอร้อง แต่มันคือการประกาศิตและการโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้จนระเบิดออกมา กอหญ้าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะเมื่อความคุ้นเคยอันตรายแล่นริ้วไปทั่วกระดูกสันหลัง ปลายลิ้นร้อนที่รุกรานเข้ามาอย่างเอาแต่ใจทำให้สมองของเธอขาวโพลน มือที่เคยผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตราคาแพงของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว รสจูบทั้งลึกซึ้ง เร่าร้อน และเจือด้วยรสเค็มปร่าของหยาดน้ำตาที่ไหลรินลงมาผสมผสานกัน ธีร์ธัชตักตวงความหวานล้ำที่เขาโหยหามาแรมปี มือหนาลูบไล้แผ่นหลังบางผ่านเนื้อผ้าชุดทำงานอย่างทะนุถนอมแต่เร่าร้อน แรงดึงดูดอันดิบเถื่อนระหว่างอดีตสามีภรรยาฉุดกระชากทั้งคู่ให้ดิ่งจมลงไปในห้วงอารมณ์สวาทที่ไร้ซึ่งทางหลบหนี กอหญ้าส่งเสียงครางแผ่วในลำคอเมื่อความอ่อนแอเข้าครอบงำ สัมผัสของเขา... ร่างกายของเขา... และความโหยหาที่สะท้อนผ่านจูบอันดุดันนี้ กำลังละลายกำแพงทิฐิที่เธอสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากจนหมดสิ้น ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นไฟสวาทที่แผดเผา ลมหายใจที่หอบกระชั้นประสานเป็นเสียงเดียวกันในความมืดมิด ในขณะที่มือเรียวของหญิงสาวกำลังจะเอื้อมไปโอบรอบลำคอแกร่งเพื่อตอบสนองสัมผัสวาบหวามนั้นอย่างลืมตัว จู่ๆ ไฟฉุกเฉินสีส้มภายในลิฟต์ก็กระพริบไหวรุนแรงสองสามครั้ง ก่อนที่แสงไฟสว่างจ้าจะสว่างพรึ่บขึ้นพร้อมกับเสียงดนตรีแบ็คกราウンドที่ดังกลับมาเป็นปกติ ลิฟต์เคลื่อนตัวต่อไปยังชั้นหมายเลขยี่สิบอย่างไร้รอยต่อ และหยุดนิ่งสนิทพร้อมกับเสียงเปิดประตูออนตึง! ธีร์ธัชชะงัก ลมหายใจหอบกระชั้น ใบหน้าคมคายผละออกห่างจากใบหน้าหวานที่แดงก่ำและชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะ แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรออกไป เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูลิฟต์ที่เปิดกว้าง พร้อมกับเสียงทักทายที่ทำเอาเลือดในกายของกอหญ้าเย็นเฉียบลงในพริบตา "คุณแม่คะ! น้องธันวาหิวนมแล้ว ทำไมคุณแม่ขึ้นมาช้าจังเลยล่ะคะ?" ร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสามขวบในชุดนอนลายการ์ตูน ก้าวเข้ามาเกาะชายกระโปรงของกอหญ้า พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองอดีตสามีของเธอด้วยดวงตากลมโตประกายใสแจ๋ว—ดวงตาคู่เดียวกับที่กำลังมองจ้องเขาอยู่ในกระจกเงาเมื่อครู่ไม่มีผิดเพี้ยน! --- *(โปรดติดตามตอนต่อไป...)* รสรินกลิ่นกำมะหยี่
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทอดีตสามีผู้ไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%