"คุณแม่มารับน้องธันวาหรือยังครับ? น้องบอกว่าคุณพ่อมารับที่โรงเรียนแล้วจริงเหรอครับ?"
เสียงทุ้มต่ำของครูประจำชั้นที่ดังลอดออกมาจากโทรศัพท์มือถือในมือของกอหญ้า ราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางใจในยามวิกาล ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นสู่กระดูกสันหลัง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบหน้าอันนิ่งสงบเบิกกว้างขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนที่สัญชาตญาณของการเป็นมารดาจะกรีดร้องเตือนภัยอย่างบ้าคลั่ง
ในเมื่อเธอ... ผู้เป็นมารดา นั่งทำงานอยู่บนห้องชุดหรูใจกลางเมือง และปฏิเสธการไปรับบุตรชายด้วยตัวเองเพราะติดประชุมสำคัญ โดยมอบหมายให้คนขับรถส่วนตัวไปรับแทน แล้ว "คุณพ่อ" ที่ว่านั้น... เป็นใครกัน?
ภาพใบหน้าของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นอดีตสามีผู้เย่อหยิ่งและไร้ซึ่งความปรานีผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง ธีร์ธัช... ผู้ชายคนที่เคยผลักไสเธอลงจากเตียงนอนด้วยความรังเกียจ ผู้ชายคนที่ประกาศกร้าวว่าสายเลือดระหว่างเธอกับเขาคือความผิดพลาด บัดนี้... เขากล้าดียังไงถึงบังอาจก้าวล้ำเข้ามาแตะต้องดวงใจดวงน้อยของเธอ!
รถยนต์คันหรูพุ่งทะยานฝ่าสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสายในค่ำคืนนี้ บรรยากาศภายในห้องโดยสารอบอวลไปด้วยความตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก กอหญ้ากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นความโกรธเกรี้ยวที่กำลังแผดเผาร่างกาย เธอไม่ใช่กอหญ้าคนเดิมที่อ่อนแอและยอมจำนนให้เขาเหยียบย่ำหัวใจอีกต่อไปแล้ว สี่ปีที่ผ่านมาสอนให้เธอกลายเป็นหญิงสาวผู้ทรงพลัง เผชิญหน้ากับพายุร้ายด้วยรอยยิ้ม และพร้อมจะกรีดแทงหัวใจของคนที่เคยทำร้ายเธอให้เจ็บปวดเจียนตายเช่นกัน
เมื่อมาถึงเพนต์เฮาส์ส่วนตัวของธีร์ธัช สถานที่ที่เคยเป็นกรงขังแห่งความชอกช้ำระกำใจ ประตูบานใหญ่ก็เปิดออกโดยไม่ต้องเคาะ กอหญ้าก้าวเท้าเข้าไปด้วยท่าทีสง่างามดั่งพญาหงส์ ชุดสูทเข้ารูปสีเพลิงขับเน้นเรือนร่างเย้ายวนและน่าค้นหาให้โดดเด่น ทว่าแววตาคู่คมกลับเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งการพิพากษา
"คุณกล้ามากนะธีร์ธัช..." เสียงหวานใสเอ่ยขึ้น ทว่าเยือกเย็นเสียจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "เอาลูกฉันมาอยู่ที่นี่ทำไม?"
ภายในห้องนั่งเล่นกว้างขวาง ร่างสูงสง่าของธีร์ธัชในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ถูกพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอกกำลังนั่งอยู่บนโซฟาหนังแท้
ข้างกายเขามีเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบกำลังนอนหลับพริ้มด้วยความเหนื่อยอ่อนบนตักแกร่ง มือหนาของอดีตสามีผู้เยือกเย็นและไม่เคยแคร์ใครคนนั้น กำลังลูบศีรษะเล็กของเด็กชายอย่างแผ่วเบา... ด้วยสัมผัสที่อ่อนโยนจนน่าประหลาด
ภาพนั้นทำให้กอหญ้าชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว
ธีร์ธัชเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตภรรยา แววตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความหยายหยามและเย็นชาในอดีต บัดนี้กลับฉายแววความร้าวราน ความสำนึกผิด และความเปราะบางอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ชายหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครกำลังนั่งคุกเข่าลงครึ่งหนึ่งต่อหน้าความจริงอันโหดร้ายที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง
"กอหญ้า..." เสียงทุ้มแหบพร่าหลุดลอดริมฝีปากหยักที่สั่นเทาน้อยๆ "ผม... ผมเพิ่งรู้"
"รู้เรื่องอะไร?" กอหญ้ายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยโดยไม่ยอมให้ร่วงหล่น "รู้ว่าเด็กคนนี้คือลูกของคุณอย่างนั้นเหรอ? แล้วไงล่ะธีร์ธัช? คุณคิดว่าความรู้สึกสงสารหรือการสำนึกผิดชั่ววูบของคุณ จะลบเลือนความเจ็บปวดที่ฉันเคยได้รับเมื่อสี่ปีก่อนได้งั้นเหรอ?"
"ผมไม่ได้ขอให้คุณยกโทษให้ผมง่ายๆ" ธีร์ธัชลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าหาหญิงสาวทีละน้อย ร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยแรงอารมณ์ที่อัดแน่นอยู่ภายใน ดวงตาคู่คมแดงก่ำด้วยพิษความเสียใจที่กัดกินหัวใจมานานแสนนาน "แต่ให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่พ่อ... ได้โปรด กอหญ้า ผมขอร้อง"
ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง กลิ่นกายหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของกอหญ้าผสมผสานกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสของธีร์ธัช มันปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนและความโหยหาที่เขาพยายามกด
ข่มไว้มาตลอดหลายปีให้ตื่นขึ้นมาอย่างรุนแรง
มือหนาเอื้อมออกไปคว้าเอวบางเข้าหาตัวโดยสัญชาตญาณ กอหญ้าสะดุ้งเฮือก ทว่าความโกรธและความเย้ายวนที่ผสมปนเปกันอยู่ในแววตาทำให้เธอไม่ยอมถอยหนี
"ปล่อยฉันนะธีร์ธัช!" เธอเอ่ยเสียงลอดไรฟัน พร้อมกับใช้มือเรียวผลักไวดอกอกแกร่ง ทว่าอ้อมแขนของเขากลับรัดแน่นราวกับคีมเหล็ก หลอมละลายความแข็งกร้าวของเธอด้วยความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของเขา
"ผมคิดถึงคุณ..." เสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนกอหญ้าขนลุกซู่ "ผมทรมานแทบคลั่งในทุกๆ วันที่ไม่มีคุณอยู่ข้างกาย กอหญ้า... ได้โปรด ลงโทษผมเถอะ จะทำอะไรกับผมก็ได้ แต่อย่าพรากลูกและอย่าผลักไสผมไปจากชีวิตคุณอีกเลย"
ความใกล้ชิดที่แนบแน่นทำให้หัวใจของทั้งคู่เต้นระรัวราวกับกลองศึก เคมีอันร้อนแรงและแรงดึงดูดระหว่างอดีตสามีภรรยาที่ตัดกันไม่ขาด พุ่งทะยานขึ้นถึงขีด
สุด ธีร์ธัชก้มลงประกบเรียวปากลงบนกลีบปากนุ่มของอดีตภรรยาด้วยความโหยหาและหิวกระหาย ความนุ่มนวลผสานกับความเร่าร้อนที่ถูกกักเก็บไว้เนิ่นนานระเบิดออกมาในสัมผัสเดียว
กอหญ้าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองส่วนหนึ่งกรีดร้องให้ขัดขืน ทว่าร่างกายและหัวใจทรยศกลับตอบสนองสัมผัสอันคุ้นเคยและเร้าอารมณ์นั้นอย่างลืมตัว รสจูบที่ทั้งดุดัน บีบคั้น และเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิด ทำให้กำแพงความเย็นชาที่เธอบรรจงสร้างขึ้นมาพังทลายลงในพริบตา มือเรียวที่เคยทุบตีอกแกร่ง ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นจิกเกร็งลงบนไหล่กว้างอย่างไร้เรี่ยวแรง
ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความวาบหวามและคราบน้ำตาแห่งอดีต ธีร์ธัชช้อนร่างบางขึ้นแนบอกโดยไม่ยอมปล่อยให้ริมฝีปากหลุดออกจากกัน ความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยแรงขับเคลื่อนทางอารมณ์และสัญชาตญาณกำลังจะปะทุขึ้นอีกครั้งในค่ำคืนนี้... ค่ำคืนที่ความลับทุกอย่างกำลังจะถูกเปิดเผย
ทว่า ในขณะที่เปลวไฟแห่งความเสน่หาและความโหยหากำลังโหมกระหน่ำเผาผลาญร่างของคนทั้งคู่ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของเลขาคนสนิทที่ผลักประตูเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก ถือซองเอกสารสีน้ำตาลในมือสั่นเทา
"ท่านประธานครับ... ผลตรวจ DNA ด่วนที่สุดที่ท่านสั่งให้ตรวจซ้ำ... ออกมาแล้วครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนสำหรับการติดตามและสนับสนุน "รสรินกลิ่นกำมะหยี่" เสมอมานะคะ
ทัณฑ์สวาทอดีตสามีผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 20
ความอ่อนแอของนักรบ
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทอดีตสามีผู้ไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!