เสียงปังของประตูห้องทำงานที่ปิดกระแทกอย่างแรง ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของธีร์ธัช ราวกับเสียงคำรามจากขุมนรกที่ย้ำเตือนความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต
กระดาษแผ่นบางเบาราวกับขนนก แต่กลับมีน้ำหนักดุจก้อนหินนับพันตันที่กดทับลงบนกลางอก ชายหนุ่มยืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น ร่างสูงใหญ่ที่เคยองอาจและกุมอำนาจเหนือทุกคนในโลกธุรกิจ บัดนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ ปลายนิ้วที่เคยจรดปากกาเซ็นสัญญามูลค่ามหาศาล เย็นเฉียบจนไร้ความรู้สึก ขณะกวาดสายตามองข้อความสั้นๆ ที่กอหญ้าทิ้งไว้เป็นประโยคสุดท้าย
*‘คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของฉัน... ธีร์ธัช’*
คำประกาศิตนั้นกรีดลึกลงไปในเนื้อเยื่อหัวใจ ดึงเอาความทรงจำสีเลือดในอดีตย้อนกลับมาตอกย้ำ ภาพวันที่เขาเคยปัดป้องความใส่ใจของเธอ ภาพวันที่เขาผลักไสหญิงสาวผู้ภักดีออกไปอย่างไร้เยื่อใย และหยาดน้ำตาแห่งความสิ้นหวังในคืนวันที่เธอจำต้องเซ็นใบหย่า... ทุกอย่างไหลทะลักเข้ามาพร้อมกับความจริงอันน่ารังเกียจที่ว่า ในวันนี้ เขากลายเป็นเพียง "คนแปลกหน้า" ที่น่าสมเพชในสายตาของเธอ
"โธ่เว้ย!"
หมัดหนาซัดเข้ากับผนังห้องกระจกจนเกิดเสียงดังสนั่น ความเจ็บปวดที่ฝ่ามือเทียบไม่ได้เลยกับความร้าวรานข้างในอก ธีร์ธัชหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาคมกริบแดงก่ำเต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจ เขาไม่ยอมแพ้หรอก... ไม่มีทาง! ในเมื่อกอหญ้าเลือกที่จะใช้ความเย็นชาและกำแพงสูงลิบมาต่อ องศาความบ้าคลั่งในตัวเขาเองก็พร้อมจะพังทลายทุกอย่างเพื่อดึงเธอกลับสู่อ้อมอกอีกครั้ง
แต่ทว่า ความขัดแย้งไม่ได้หยุดอยู่แค่เพียงสนามธุรกิจหรือห้องทำงานส่วนตัวอีกต่อไป เมื่อวงล้อมแห่งความริษยาและเกมอำนาจเริ่มขยายขอบเขตลุกลามเข้ามาถึง "ชีวิตส่วนตัว" ของหญิงสาวอย่างเงียบเชียบและอันตราย
ยามค่ำคืน ณ ภัตตาคารหรูระดับมิชลินสตาร์ใจกลางเมือง แสงไฟนีออนสลัวทอประกายระยิบระยับสะท้อนบนแก้วไวน์ราคาแพง กอหญ้านั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีสง่างาม ชุดเดรสผ้าไหมสีดำสนิทขับเน้นผิวเนียนละเอียดและสัดส่วนเย้ายวนชวนฝัน รัศมีของความเป็นผู้บริหารสาวผู้ทรงอิทธิพลแผ่ซ่านออกมาจนผู้คนรอบข้างต้องเหลียวมองด้วยความยำเกรง
ทว่า ความสงบสุขมักเป็นเพียงภาพลวงตา
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังใกล้เข้ามา พร้อมกับร่างของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะอาหาร กิริยาส่อแววคุกคามอย่างไม่คิดจะปิดบัง
"อุ๊ย... อยู่คนเดียวจริงๆ ด้วยสินะคะ คุณกอหญ้า หรือว่ากำลังรอให้ใครบางคนมาสงสารอยู่กันแน่?"
เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยเอ่ยทักทายขึ้น พร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่เคลือบด้วยความอิจฉาริษยา มณิการ์ อดีตคู่ควงทางสังคมของธีร์ธัชในยุคที่เขายังไม่แยแสภรรยาตัวเอง ก้าวเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดสองคนในชุดสูทสีดำที่ยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ
กอหญ้ามิได้สะดุ้งสะเทือน หญิงสาวเพียงแต่ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้าๆ อย่างใจเย็น ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเย้ยหยันระคนสมเพช ปรายตามองผู้มาเยือนราวกับอีกฝ่ายเป็นเพียงฝุ่นละอองใต้รองเท้า
"ถ้าสมองของคุณยังมีเซลล์เหลือพอที่จะจดจำมารยาทเบื้องต้นได้ คุณน่าจะรู้ว่าการเดินเข้ามาเห่าหอนในพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่น โดยไม่ได้รับเชิญ มันบ่งบอกถึงชาติตระกูลได้ดีแค่ไหนนะคะ... คุณมณิการ์"
คำพูดนิ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกอณู ทำให้หน้าของมณิการ์เผือดสีลงทันทีด้วยความโกรธจัด
"ปากดีให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะนะยะ! คิดว่าตัวเองเก่งกาจมาจากไหนกันเชียว ถึงได้กล้าเขี่ยคุณธีร์ธัชทิ้งอย่างไม่ใยดี? แกก็แค่ผู้หญิงหน้าเงินที่เกาะกระแสสามีเก่าสร้างชื่อเสียงขึ้นมาเท่านั้นแหละ!" มณิการ์กัดฟันกรอด แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย "อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ว่าเบื้องหลังบริษัทของคุณมันกำลังสั่นคลอนแค่ไหน... ถ้าไม่อยากให้อดีตอันน่าอัปยศของคุณถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ละก็ ถอยออกไปจากชีวิตของธีร์ธัชซะ!"
กอหญ้าวางแก้วไวน์ลงกระทบกับโต๊ะเบาๆ เสียงนั้นก้องกังวานในความเงียบ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจดจ้องลึกลงไปในดวงตาของอีกฝ่ายด้วยพลังกดดันที่เหนือกว่าอย่างเทียบไม่ติด
"ถ้าคิดว่าตัวเองมีดีพอที่จะขู่ฉัน ก็ลองทำดูสิคะ..." เสียงหวานกระซิบแผ่วเบา ทว่าเยือกเย็นเสียจนมณิการ์ถึงกับผงถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "แต่อย่าหาว่าฉันไม่เตือน... ว่าคนที่เล่นกับไฟอย่างคุณ อาจจะไม่ได้แค่ไหม้เกรียม แต่จะมอดไหม้จนไม่เหลือซากแม้แต่กระดูกเลยทีเดียว"
บรรยากาศรอบโต๊ะตึงเครียดจนแทบระเบิด มณิการ์หน้าซีดเผือดด้วยความกลัวที่แล่นริ้วขึ้นมาจับขั้วหัวใจ ผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่กอหญ้าคนเดิมที่อ่อนแอและยอมให้รังแกอีกต่อไปแล้ว รัศมีอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวหญิงสาวมันทรงพลังเกินกว่าที่เธอจะต่อกรด้วย
ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะได้ลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงทุ้มต่ำอันทรงอำนาจที่คุ้นเคยดีก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความอึดอัด
"ถ้ายังไม่อยากให้ตระกูลของคุณต้องล้มละลายภายในสามวินาทีนี้... ก็ไสหัวไปให้พ้นหน้าภรรยาเก่าของผมซะ!"
ร่างสูงใหญ่ของธีร์ธัชก้าวออกมาจากมุมมืดของภัตตาคาร แววตาของเขาเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกคนที่กล้าเข้ามาทำร้ายผู้หญิงตรงหน้าให้เป็นชิ้นๆ
มณิการ์สะดุ้งสุดตัวด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นสายตาที่ธีร์ธัชใช้มองเธอนั้นราวกับต้องการจะส่งเธอลงไปชดใช้กรรมในนรกจริงๆ หล่อนรีบถอยกรูดแล้ววิ่งหนีหายลับไปจากบริเวณนั้นอย่างไม่คิดชีวิต
กอหญ้าหันกลับมามองชายหนุ่มด้วยแววตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความซาบซึ้งใดๆ เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มหยัน "ใครอนุญาตให้คุณมายุ่งเรื่องของฉันคะ? ธีร์ธัช"
"ผมไม่ได้มาเพื่อขออนุญาต..." ธีร์ธัชก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอ ร่างสูงใหญ่กักขังเธอไว้ระหว่างโต๊ะอาหารกับอ้อมแขนกำยำ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดลงบนซอกคอระหง กลิ่นอายบุรุษเพศที่คุ้นเคยผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวเธออย่างรุนแรง "ผมมาเพื่อปกป้องของของผม... และทวงสิทธิ์ทั้งหมดที่ควรจะเป็นของผมคืน"
"ปล่อยนะ! คุณไม่มีสิทธิ์..."
"ผมมีสิทธิ์!" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบข้างใบหู พร้อมกับริมฝีปากหนาที่ฉวยโอกาสกดจູບลงบนลาดไหล่เนียนผ่านเนื้อผ้าอย่างอุกอาจ กอหญ้าครางฮือในลำคอด้วยความตกใจ ร่างกายสะท้านเยือกกับสัมผัสวาบหวามที่โหยหามานานแต่พยายามปฏิเสธมาตลอด เคมีอันร้อนแรงระหว่างคนทั้งคู่ระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม สัมผัสแนบชิดทำให้หัวใจที่ด้านชาเริ่มเต้นรัวระรัวอย่างตื่นตระหนก
ในขณะที่ธีร์ธัชกำลังจะก้มลงบดขยุมริมฝีปากอิ่มด้วยความโหยหาและเร่าร้อน เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะความวาบหวามนั้นอย่างไม่รู้กาลเทศะ
ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดโดยไม่คิดจะสนใจมัน แต่เสียงเรียกเข้ายังคงดังต่อเนื่องจนกอหญ้าต้องใช้แรงผลักอกเขาออกเบาๆ ด้วยความไม่พอใจ
ธีร์ธัชสบถอย่างหัวเสีย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยสีหน้าถมึงทึงและกดรับสายด้วยน้ำเสียงกระด้าง "มีอะไรก็ว่ามา! ถ้าไม่สำคัญพอล่ะก็..."
*(คุณธีร์ธัชคะ... แย่แล้วค่ะ! มีพัสดุด่วนส่งตรงถึงโต๊ะทำงานของคุณ เป็นซองเอกสารลับ... ข้างในระบุชื่อผู้รับชัดเจน และมีผลตรวจ DNA ของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง พร้อมกับรูปถ่ายที่... ที่คุณต้องรีบมาดูด้วยตาตัวเองค่ะ!)*
คำพูดจากปลายสายทำให้ธีร์ธัชชะงักกึก ลมหายใจสะดุดก้อนใหญ่ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา เมื่อหันกลับมามองหน้ากอหญ้าที่ยืนนิ่งสนิท พร้อมรอยยิ้มปริศนาที่ผุดขึ้นบนเรียวปากสวย... รอยยิ้มที่ซ่อนความลับอันน่าสะพรึงกลัวเอาไว้ทั้งหมด
--------------------------------------------------
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันลุ่มลึกนี้ด้วยกันนะคะ - *รสรินกลิ่นกำมะหยี่*
ทัณฑ์สวาทอดีตสามีผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 15
จุดเปลี่ยนผ่าน
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทอดีตสามีผู้ไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!