“ข้อเสนอของกิลด์พยัคฆ์ทมิฬ… สำหรับฮันเตอร์แรงก์ F อย่างคุณ ดูจะเป็นความกรุณาที่มากเกินพอแล้วกระมังครับ คุณเรย์”
เสียงทุ้มต่ำเจือแววเยาะหยันดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมภายในห้องรับรองแขกวีไอพี ชั้นที่แปดของสมาคมฮันเตอร์
วาล์ค สโตรค หัวหน้ากิลด์ใหญ่ผู้มีฉายา ‘หัตถ์เหล็กไร้พ่าย’ นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้ม สายตาคมกริบกวาดมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความเหยียดหยามที่แม้พยายามซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มการค้า แต่มันก็ยังคงรั่วไหลออกมาตามรอยย่นรอบดวงตา เอกสารสัญญาผูกขาดวัตถุดิบดันเจี้ยนชั้นลึกถูกผลักมาตรงหน้าเรย์ด้วยปลายนิ้วที่สวมแหวนทองคำประดับอัญมณี
เรย์ไม่ได้แตะต้องกระดาษแผ่นนั้นเลยแม้แต่น้อย
เขากลับกำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาด เช็ดคราบซอส ‘เกรวี่เห็ดมังกรแผ่นดิน’ ที่เปื้อนมุมปากอย่างใจเย็น ท่าทีที่ไร้ความเกรงกลัวต่อผู้มีอำนาจอันดับต้นๆ ของเมือง ทำให้เอลิน่า ซึ่งยืนกอดอกพิงผนังอยู่ด้านหลัง ขยับมุมปากยิ้มบางๆ อย่างนึกสนุก ดวงตาคู่คมของจอมเวทสาวมองวาล์คราวกับกำลังมองแมวโง่ที่เดินเข้าปากเสือ
“ความกรุณาหรือครับ…?” เรย์เงยหน้าขึ้น สบตากับหัวหน้ากิลด์วัยกลางคนตรงๆ รอยยิ้มสุภาพประดับอยู่บนใบหน้า แต่แววตากลับว่างเปล่าจนน่ากลัว “ถ้าจำไม่ผิด สัญญาฉบับนี้ระบุว่า ให้ผมส่งมอบ ‘สูตรการแปรรูปเนื้อราชสีห์เพลิง’ และต้องยอมเป็นฮันเตอร์เบ๊รับใช้กิลด์ของคุณเป็นเวลาสิบปีแลกกับเงินสนับสนุนกระจิดร่อน… แบบนี้ ภาษาแถวบ้านผมเขาไม่เรียกว่าความกรุณาหรอกครับท่านหัวหน้า เขาเรียกว่าการปล้นกลางวันแสงคาดต่างหาก”
โต๊ะไม้โอ๊กราคาแพงสั่นสะเทือนขึ้นเล็กน้อย แรงกดดันมานาสีดำทะมึกแผ่ซ่านออกจากร่างของวาล์คทันที ฮันเตอร์แรงก์ A ผู้นี้จงใจปล่อยจิตสังหารเพื่อกดดันให้เด็กหนุ่มตรงหน้าคุกเข่าลงสำนึกผิด แรงโน้มถ่วงรอบตัวเพิ่มสูงขึ้นจนอากาศในห้องเริ่มเบาบาง
สำหรับคนทั่วไป แรงกดดันนี้คงทำให้เข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว แต่เรย์กลับเพียงแค่หายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอายของเครื่องเทศและพริกไทยดำที่ติดอยู่บนตัวเขาดูเหมือนจะช่วยปัดเป่าบรรยากาศอึดอัดนั้นออกไปได้อย่างน่าประหลาด
“ปากกล้าดีนี่… เจ้าหนูแรงก์ F แกคงคิดว่าการที่โค่นวูล์ฟเขี้ยวเงินมาได้ด้วยโชคช่วยไม่กี่ครั้ง จะทำให้แกมีสิทธิ์มาต่อรองกับฉันงั้นรึ?” วาล์คเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ เมินเฉยต่อคำเตือนของสมาคมเรื่องการใช้ความรุนแรงในเขตปลอดภัย เขายื่นมือขวาออกไปคว้าคอเสื้อของเรย์ด้วยความเร็วสูง หมายจะยกตัวอีกฝ่ายขึ้นเพื่อสั่งสอนบทเรียนราคาแพง
*ฟึบ!*
เรย์ไม่แม้แต่จะขยับตัวหลบ ดวงตาสนิทสีนิลมองการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วนั้นราวกับมันเป็นภาพสโลว์โมชัน
ในเสี้ยววินาทีที่ปลายนิ้วหยาบกร้านกำลังจะแตะโดนคอเสื้อ เรย์ก็ดีดนิ้วเบาๆ
*เป๊าะ!*
เสียงนั้นเบามาก แต่กลับสะท้อนก้องในโสตประสาทของวาล์คราวกับเสียงระฆังมรณะ ทันใดนั้นเอง พื้นห้องหินอ่อนใต้ฝ่าเท้าของหัวหน้ากิลด์ก็เรืองแสงสีทองอร่าม อาคมผนึกเขตแดนระดับสูงที่เรย์แอบร่ายเตรียมไว้ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าห้องทำงาน ก็ทำงานอย่างสมบูรณ์แบบ!
วงแหวนเวทมนตร์รูปทรงเรขาคณิตซับซ้อนผุดขึ้นล้อมรอบร่างของวาล์ค แรงโน้มถ่วงมหาศาลที่เขาเคยใช้ข่มขู่ ถูกสะท้อนกลับด้วยความรุนแรงเพิ่มขึ้นถึงสิบเท่า!
*ครืนนน!*
ร่างหนาของฮันเตอร์แรงก์ A ทรุดฮวบลงกระแทกกับพื้นเสียงดังสนั่น แรงกดดันมหาศาลกดทับจนเก้าอี้โซฟาพังทลายเป็น1เสี่ยง วาล์คเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้า เขาพยายามจะระเบิดมานาเพื่อลุกขึ้นยืน แต่พบว่ามานาในร่างกลับถูกแช่แข็งด้วยกลิ่นอายอุณหภูมิความเย็นจัดที่เอลิน่าปลดปล่อยออกมาเพียงเสี้ยววินาที
“อะ… อะไรกันวะ…!” วาล์คคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวดและตกใจสุดขีด แรงกดดันนี้มันไม่ใช่ระดับของฮันเตอร์แรงก์ F เลยแม้แต่น้อย มันคือแรงกดดันระดับเดียวกับมอนสเตอร์ระดับบอสที่เขาเคยเจอในการเรดดันเจี้ยนระดับ S เสียด้วยซ้ำ!
เรย์ลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาสจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เดินเข้าไปยืนค้ำหัวหัวหน้ากิลด์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ตอนนี้ทำได้เพียงนอนหอบหายใจพะงาบๆ อยู่บนพื้น
“คุณวาล์คครับ คนเราจะยืนหยัดอยู่ในโลกของฮันเตอร์ได้ ไม่ได้วัดกันที่ขนาดของกิลด์ หรือปริมาณเงินในบัญชีหรอกนะครับ” เรย์ก้มลงมองด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเยือกเย็นและลุ่มลึก รอยยิ้มสุภาพบนใบหน้าหายไป เหลือเพียงความจริงจังที่เฉียบคมบาดลึก “แต่มันวัดกันที่ ‘คุณค่า’ ที่คุณสร้างต่างหาก… และน่าเสียดาย ที่ข้อเสนอของคุณเมื่อครู่ มันไร้ค่าเสียยิ่งกว่ากระดาษทิชชูใช้แล้วในร้านอาหารของผมเสียอีก”
“แก… แกเป็นใครกันแน่… ฮันเตอร์แรงก์ F บ้านป่าที่ไหนจะมีวิชาผนึกเขตแดนระดับนี้…!” วาล์คเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความแค้นเคือง
“ผมก็เป็นแค่พ่อค้าธรรมดาๆ คนหนึ่งครับ… ที่บังเอิญเกลียดการถูกเอาเปรียบก็เท่านั้นเอง” เรย์โบกมือเบาๆ ยกเลิกอาคมผนึกเขตแดน วาล์ครีบพยุงร่างอันสะביinสะบากลุกขึ้นยืนด้วยความอัปยศอดสู สายตาที่มองเรย์ในตอนนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด
“จำคำวันนี้ไว้ให้ดี… กิลด์พยัคฆ์ทมิฬจะไม่ปล่อยแกไว้แน่ เรย์!” วาล์คกัดฟันกรอด ขู่ทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนจะสาวเท้าเดินหนีออกจากห้องรับรองไปอย่างไม่คิดชีวิต
เมื่อประตูปิดลง เอลิน่าก็เดินเข้ามาใกล้เรย์ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าลอยมาแตะจมูก เธอปรายตามองเอกสารสัญญาที่ยับยู่ยี่บนพื้น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย
“เล่นแรงไปหน่อยหรือเปล่าคะคุณพ่อค้า? เดี๋ยวตลาดวายหมดพอดี”
“ไม่หรอกครับเอลิน่า… บางครั้ง การตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ก็คือการรักษาวัตถุดิบชั้นดีไม่ให้เน่าเสียไปกับพวกแมลงวันต่างหากล่ะครับ” เรย์หันมาส่งยิ้มอบอุ่นให้เธอ ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเหลือบไปเห็นหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าที่เด้งขึ้นมากลางอากาศอย่างไร้เสียงเตือนล่วงหน้า
[ติ๊ง! ระบบตรวจพบการแสดงอำนาจที่ทรงพลัง: ปฏิเสธข้อเสนอของกิลด์ระดับ A สำเร็จ!]
[เงื่อนไขลับถูกปลดล็อก: ท่านได้รับความสนใจจาก ‘องค์กรเงา’ เบื้องหลังสมาคมฮันเตอร์]
[คำเตือนจากระบบ: เสียงฝีเท้าของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญกำลังมุ่งหน้ามายังชั้นนี้… และเขาไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่มาเพื่อ ‘เก็บกวาด’]
เรย์หุบยิ้มลงทันที เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนแปลกประหลาดที่ส่งตรงมาจากพื้นห้องใต้ดินชั้นที่เก้า—ชั้นที่ถูกประกาศให้เป็นเขตหวงห้ามเด็ดขาดของสมาคม!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสชาติความมันส์ไปด้วยกันในตอนนี้ด้วยนะครับ
เมนูเด็ดฮันเตอร์แรงก์ F: อร่อยจนต้องร้องขอชีวิต•ตอนที่ 9
ปฏิเสธอย่างมีชั้นเชิง
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูเด็ดฮันเตอร์แรงก์ F: อร่อยจนต้องร้องขอชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!