เมนูเด็ดฮันเตอร์แรงก์ F: อร่อยจนต้องร้องขอชีวิต•ตอนที่ 11

กับดักในดันเจี้ยนร้าง

ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
เสียงโลหะบดเสียดสีกันดัง “กริ๊ก” มันไม่ใช่เสียงที่ดังสนั่นหวั่นไหว แต่เป็นเสียงเล็กๆ ที่ทำให้ลมหายใจของเรย์สะดุดกึกในลำคอ ทันทีที่รองเท้าบูทหนังของเขาเหยียบลงบนแผ่นศิลาลาดลายสลักรูปเฟืองจักรโบราณ ณ ใจกลางซากปรักหักพังของดันเจี้ยนชั้นที่สี่ ความเงียบสงบที่เคยปกคลุมห้องโถงกว้างก็ถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ “ถอยหลัง!” เรย์คำรามลั่น พร้อมกับคว้าข้อแขนของเอลิน่าที่กำลังก้าวตามหลังมาดึงเข้ามาหาตัวด้วยแรงทั้งหมดที่มี แรงกระชากนั้นกะทันหันจนร่างระหงของจอมเวทสาวเซถลามาปะทะเข้ากับแผ่นอกของเขา กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรเวทมนตร์และดอกไม้อัคคีที่ติดตัวเธอมาตลอดปะปนเข้ากับกลิ่นอับชื้นของหินผา *ครืนนนม—!* เบื้องหลังส้นรองเท้าของพวกเขาเมื่อครู่ กำแพงศิลาหนาทึบขนาดมหึมาพุ่งทะยานลงมาจากเพดานด้วยความเร็วสูง ฝุ่นผงและเศษหินร่วงกราวลงมาดั่งหิมะในฤดูหนาว ปิดตายทางเข้าออกเดียวอย่างสมบูรณ์แบบ เสียงทึบหนักของการกระแทกพื้นทำให้พื้นดินใต้เท้าสั่นสะเทือนสะท้านไปถึงกระดูก ความมืดเข้าครอบงำอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงแสงเรืองรองสีฟ้าอ่อนจากคريสตัลเวทมนตร์สำรองที่เอลิน่าร่ายขึ้นบนปลายนิ้ว “กับดักกลົນไกโบราณระดับสูง...” เอลิน่าเอ่ยเสียงเรียบ ลมหายใจของเธออุ่นร้อนรดอยู่บริเวณต้นคอของเรย์ เนื่องจากระยะห่างที่ใกล้ชิดกันจนเกินไปในพื้นที่จำกัด แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะวิกฤตเพียงใด แต่ดวงตาสีมรกตคู่สวยของเธอกลับไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความฉרוดเฉลียวและความกังวลที่ฉายชัดอยู่ภายใน “ไม่ใช่เวทมนตร์โจมตี แต่เป็นการสกัดกั้นเส้นทาง... พวกเราถูกขังไว้แล้วครับ เรย์” “ผมเห็นแล้วครับ” เรย์ผ่อนลมหายใจยาวเพื่อเรียกสติ สัมผัสความอบอุ่นจากร่างของหญิงสาวทำให้เขาต้องรีบดึงสายตากลับมาสู่ความเป็นจริง เขายกคบเพลิงเวทมนตร์ขึ้นสำรวจรอบด้าน ห้องนี้เป็นห้องปิดตายทรงแปดเหลี่ยม ผนังรอบด้านเป็นศิลาแกร่งที่ปราศจากรอยต่อ มีเพียงลวดลายสลักรูปสัตว์อสูรโบราณที่อ้าปากค้างราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง ในฐานะฮันเตอร์แรงก์ F ที่มีระบบผู้กล้าคอยช่วยเหลือ เรย์ผ่านความเป็นความตายมาหลายครั้ง แต่ทุกครั้งเขามักจะใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบหรือสภาพแวดล้อมรอบตัวในการพลิกสถานการณ์ ทว่าครั้งนี้... ห้องโล่งเตียนที่ไม่มีแม้แต่มอนสเตอร์หรือพืชสมุนไพร กลับเป็นโจทย์ที่ยากที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในโสดประสาทของเรย์ หน้าจอสีฟ้าใสปรากฏขึ้นกลางอากาศท่ามกลางความมืดมัว [ระบบแจ้งเตือนภารกิจฉุกเฉิน!] [เงื่อนไข: ติดอยู่ในห้องปิดตายแห่งการทดسอบ "เขาวงกตศิลาโบราณ"] [เวลาที่เหลือ: 02:00:00 ชั่วโมง] [บทลงโทษหากล้มเหลว: ออกซิเจนในห้องจะลดลงจนหมดสิ้น และกลายเป็นปุ๋ยให้แก่รากไม้ดันเจี้ยน] [เงื่อนไขการปลดล็อก: ค้นหา "หัวใจกลไก" และใช้วัตถุดิบที่เหมาะสมในการกระตุ้นกลไกเปิดประตู] เรย์อ่านข้อความนั้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องอย่างละเอียดถี่ถ้วน เขาสังเกตเห็นร่องลึกบนพื้นศิลาที่เชื่อมต่อจากรูปสลักสัตว์อสูรแต่ละตัวมารวมกันตรงจุดที่เขายืนอยู่พอดี “ไม่ใช่แค่ห้องปิดตายธรรมดา...” เรย์พึมพำกับตัวเองขณะคุกเข่าลงใช้ปลายนิ้วสัมผัสร่องหินนั้น “มีของเหลวบางอย่างไหลเวียนอยู่ข้างใต้... น้ำมัน? หรือว่าสารละลายเวทมนตร์?” “กลิ่นนี่มัน...” เอลิน่าขมวดคิ้วเรียวสวย เธอทรุดตัวลงนั่งยองๆ ข้างเขา ปลายนิ้วเรียวแตะที่พื้นศิลาแล้วหลับตาลงเพื่อแผ่สัมผัสมานาออกไปตรวจสอบ “ไม่ใช่แค่น้ำมันธรรมดาครับ เรย์ มันคือ ‘น้ำมันจากต่อมพิษของแมงมุมเงาโบราณ’ ผสมกับสารสกัดจากรากไม้ศิลา หากจุดไฟในห้องนี้ มันจะระเบิดและเผาผลาญออกซิเจนจนหมดภายในพริบตาเดียว แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้... ไอระเหยจากสารนี้ก็จะทำให้เราหมดสติไปเองภายในสองชั่วโมง” ทางตันอย่างแท้จริง การใช้ไฟคือความตาย การไม่ทำอะไรเลยก็คือความตาย บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนทั้งสอง เรย์เงยหน้าขึ้นมองเพดานสูงที่มีช่องระบายอากาศขนาดเล็กเท่ากำปั้นอยู่สี่มุม ช่องเหล่านั้นอยู่สูงเกินกว่าจะปีนขึ้นไปถึง และยังมีค่ายกลเวทมนตร์สีแดงก่ำดักรออยู่ หากใครพยายามบินผ่าน มันจะถูกตัดขาดเป็นชิ้นๆ “ดูเหมือนว่าผู้สร้างดันเจี้ยนนี้จะเป็นนักชิมที่ใจร้ายทีเดียวนะครับ” เรย์มุมปากกระตุกยิ้มฝืดๆ ท่ามกลางสถานการณ์อันตึงเครียด เขายังคงรักษาอารมณ์ขันเอาไว้ได้ “ขังเราไว้ในห้องปิดตาย แล้วบังคับให้เราแก้ปริศนาเหมือนกับการหมักเนื้อสัตว์ให้เข้าที่... เพียงแต่ว่าเราไม่มีเวลาถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง” เอลิน่าหันมามองชายหนุ่ม แววตาของเธออ่อนลงวูบหนึ่งเมื่อเห็นรอยเปื้อนฝุ่นบนใบหน้าของเขา มือเรียวเอื้อมออกไปโดยไม่รู้ตัว ตั้งใจจะปัดเศษฝุ่นที่ข้างแก้มให้ แต่ก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศแล้วชักมือกลับอย่างรวดเร็ว ใบหูขาวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อท่ามกลางความมืด “คุณยังจะมีอารมณ์มาเปรียบเทียบกับการทำอาหารอีกหรือครับ เรย์” เธอเอ่ยเสียงเบา พยายามซ่อนความเขินอายไว้ภายใต้ท่าทีเย็นชาตามเคย “ตอนนี้เราเหลือเวลาไม่ถึงสองชั่วโมงแล้วนะ คลังแสงในแหวนมิติของคุณมีอะไรพอจะใช้ประโยชน์ได้บ้างไหม?” เรย์ไม่ได้ตอบทันที เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตากวาดมองไปรอบห้องอีกครั้ง สมองส่วนที่เป็น “เชฟ” และ “ฮันเตอร์” ทำงานประสานกันอย่างรวดเร็ว ความรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบและกลไกดันเจี้ยนที่เขาศึกษามาอย่างหนักหน่วงถูกดึงขึ้นมาประมวลผล หากระบบบอกว่าต้องใช้ "วัตถุดิบที่เหมาะสมในการกระตุ้นกลไก" นั่นหมายความว่าคำตอบไม่ได้ซ่อนอยู่ที่เวทมนตร์รุนแรง แต่ซ่อนอยู่ที่คุณสมบัติทางเคมีของสิ่งของบางอย่างในกระเป๋าของเขา เรย์เปิดแหวนมิติ หยิบวัตถุดิบต่างๆ ออกมากองไว้บนพื้นศิลา ทั้งเนื้อสโนว์โบรว์แช่แข็ง, เห็ดเรืองแสงป่าลึก, น้ำผึ้งเกสรเพลิง และขวดเครื่องเทศนานาชนิด แสงสีทองจางๆ จากวัตถุดิบระดับสูงสะท้อนกับผนังห้อง ทำให้ห้องมืดทึบดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาเล็กน้อย “เห็ดเรืองแสงมีฤทธิ์ดูดซับสารพิษ... น้ำผึ้งเกสรเพลิงมีความร้อนสูงแต่ไม่ทำให้เกิดประกายไฟฉับพลัน...” เรย์พึมพำกับตัวเองขณะหยิบขวดเครื่องเทศขึ้นมาพิจารณาแต่ละขวด ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นทีละน้อยเมื่อพบความเชื่อมโยงบางอย่าง “ถ้าเราเอาวัตถุดิบสามอย่างนี้มาผสมกันในสัดส่วนที่ถูกต้อง มันจะเกิดปฏิกิริยาเคมีที่เรียกว่า ‘การสลายตัวแบบดูดความร้อน’ ซึ่งจะไป neutralize สารพิษบนพื้น และในขณะเดียวกัน แรงดันไอน้ำที่เกิดขึ้นจะดันสลักกลไกของรูปสลักตัวนั้นให้เปิดออก...” เอลิน่าเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความทึ่ง เธอมองหน้าเรย์ด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย จอมเวทสาวผู้ร่ำเรียนเวทมนตร์มาค่อนชีวิต ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าศาสตร์แห่งการปรุงอาหารจะสามารถนำมาประยุกต์ใช้แก้กลไกโบราณที่นักเวทระดับสูงยังต้องกุมขมับได้ “คุณนี่มัน... เกินความคาดหมายจริงๆ ครับ” เธอยิ้มบางๆ ออกมาเป็นครั้งแรกในรอบวัน รอยยิ้มนั้นงดงามจนทำให้ความมืดมิดรอบตัวราวกับสว่างวาบขึ้นมาทันที เรย์ยิ้มรับ เขารีบลงมือผสมวัตถุดิบในชามผสมสนามอย่างคล่องแคล่วว่องไวราวกับเชฟมืออาชีพที่กำลังเตรียมเมนูสำคัญ กลิ่นหอมหวานปนฉุนเล็กน้อยโชยฟุ้งไปทั่วห้อง กลบกลิ่นอับชื้นและกลิ่นสารพิษจนหมดสิ้น เมื่อส่วนผสมในชามเริ่มเปลี่ยนจากสีฟ้าใสเป็นสีเขียวมรกตเข้ม เรย์ก็สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วราดมันลงบนร่องศิลาเบื้องหน้าทันที! *ฟู่บบบบ—!* กลุ่มควันสีขาวพุ่งขึ้นท่วมห้อง พร้อมกับเสียงกลไกภายในกำแพงที่ดังลั่นกังวาน *กริ๊ก... แกร๊ก... ครืนนน!* ผนังศิลาที่ปิดตายค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นแสงสว่างสีทองส้มจากโถงทางเดินด้านนอกที่ทอดยาวออกไป ราวกับแสงแห่งความหวังที่รอคอยการมาเยือนของพวกเขา เรย์ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันไปยิ้มให้เอลิน่า “สำเร็จแล้—” ยังไม่ทันที่คำพูดจะหลุดจากปาก ร่างของเรย์ก็ชะงักค้างทันที เมื่อเงาดำมหึมาสายหนึ่งพุ่งวาบออกมาจากความมืดของโถงทางเดินที่เพิ่งเปิดออก มันรวดเร็วเสียจนประสาทสัมผัสของฮันเตอร์แรงก์ F แทบไม่ทันตั้งตัว กรงเล็บแหลมคมพุ่งตรงเข้าใส่ลำคอของเอลิน่าที่ยืนอยู่ใกล้ทางเดินที่สุดในเสี้ยววินาที! **ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสชาติความมันส์ไปด้วยกันในตอนนี้ด้วยนะครับ**
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูเด็ดฮันเตอร์แรงก์ F: อร่อยจนต้องร้องขอชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%