กลิ่นคาวเลือดของราชาออร์คยังไม่ทันจางหายจากปลายจมูก เสียงโลหะกระทบกันอย่างรุนแรงก็ดังสะท้อนก้องไปทั่วผนังหินสีดำสนิทของดันเจี้ยนชั้นที่เจ็ด
"หลบไป เรย์!"
เสียงหวานทรงอำนาจของเอลิน่าตวาดลั่น พร้อมกับแสงสีฟ้าครามสว่างวาบจนแสบตา คลื่นพลังเวทมนตร์อัดแน่นพุ่งทะยานผ่านหัวไหล่ของผมไปปะทะเข้ากับร่างของอสูรเงาที่กำลังพุ่งเข้ามาลอบสังหาร แรงระเบิดจากการปะทะทำให้ฝุ่นผงและเศษหินร่วงกราวลงมาจากเพดานราวกับหิมะตกในฤดูหนาว
ผมกำมีดแล่เนื้อในมือแน่นจนข้อต่อกระดูกขึ้นสีขาว เม็ดเหงื่อกาฬไหลย้อยลงตามกรอบหน้า กลิ่นไอความตายของดันเจี้ยนระดับกลางค่อนข้างกดดันประสาทสัมผัสทุกส่วนจนแทบหายใจไม่ออก แต่ในฐานะฮันเตอร์แรงก์ F ที่แบกความฝันอันยิ่งใหญ่ไว้ ผมไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะก้าวถอยหลัง
"ผมเห็นจุดอ่อนมันแล้วครับเอลิน่า!" ผมตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของมอนสเตอร์ "ใต้ซี่โครงซ้ายของมันไม่มีเกราะเวทป้องกัน! เคลียร์ทางให้ผมสามวินาที!"
เอลิน่าไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เธอสะบัดมือเรียวยาว คทาในมือหมุนวนสร้างวงแหวนเวทสีทองอร่ามตรึงร่างของอสูรเงาให้อยู่กับที่ แม้ใบหน้าสวยคมจะเริ่มซีดเผือดจากการใช้มานาเกินขีดจำกัด แต่ดวงตาสีมรกตคู่นั้นยังคงจ้องมองผมด้วยความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม—ความเชื่อมั่นที่ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าเธอมอบให้ฮันเตอร์หางแถวอย่างผมตั้งแต่เมื่อไหร่
สามวินาที... สั้นยิ่งกว่ากระพริบตา
ผมพุ่งตัวออกไปด้วยเทคนิคการเคลื่อนไหวที่ฝึกฝนมานับร้อยครั้ง มีดแล่เนื้ออาบมานาธาตุไฟอ่อนๆ พุ่งเสียบทะลวงเข้าสู่จุดตายของอสูรเงาอย่างแม่นยำไร้ที่ติ ร่างมหึมาสะท้านเฮือกก่อนจะสลายกลายเป็นละอองแสงสีม่วง ทิ้งไว้เพียงวัตถุดิบชั้นเลิศ นั่นคือ "หัวใจอสูรเงาบริสุทธิ์" ที่ทอประกายระยิบระยับในความมืด
แฮ่ก... แฮ่ก...
ผมทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่ง ใช้มีดค้ำยันพื้นไว้เพื่อพยุงร่างที่เริ่มหมดแรง ความหิวโหยและภาวะขาดสารอาหารจากการต่อสู้อย่างต่อเนื่องนับชั่วโมงเริ่มส่งผลกระทบต่อร่างกาย ระบบเผาผลาญในฐานะฮันเตอร์กำลังประท้วงอย่างรุนแรง
ทันใดนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัวของผม
[ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสต์สามารถเคลียร์เงื่อนไขลับ 'การล่าในสภาวะวิกฤต' สำเร็จ]
[ระบบกำลังประเมินสถานการณ์... ตรวจพบความเหนื่อยล้าขั้นวิกฤตและพลังงานในร่างกายต่ำกว่า 15%]
[ระบบทำการกระตุ้นฟังก์ชันพิเศษ: **ปลดล็อกเตาปรุงอาหารมิติ (Dimensional Cooking Hearth)**]
แสงสีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้า ไม่ใช่แสงจากเวทมนตร์ต่อสู้ แต่เป็นแสงอุ่นละมุนที่ให้ความรู้สึกราวกับยืนอยู่หน้าเตาผิงในบ้านไม้กลางฤดูหนาว กล่องสี่เหลี่ยมปริศนาลอยเด่นอยู่กลางอากาศ ก่อนจะกางออกกลายเป็นเตาปรุงอาหารเหล็กกล้าสีดำสนิทที่มีลวดลายอักษรโบราณสลักไว้อย่างประณีต ลมหายใจของผมสะดุดไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของมิติเวลาที่ถูกบิดเบือนภายในเตานั้น
"เรย์... นั่นมันเวทมนตร์อะไรกัน?" เอลิน่าเดินเซเข้ามาหาด้วยความเหนื่อยหอ่อน เธอมองเตาประหลาดตรงหน้าด้วยแววตาตื่นตะลึงระคนหวาดระแวง มือเรียวยังคงกำคทาแน่นเผื่อกรณีฉุกเฉิน "ฉันไม่เคยเห็นวงเวทอัญเชิญแบบนี้มาก่อนในตำราโบราณของสภาจอมเวทเลยสักเล่ม"
"มันไม่ใช่เวทมนตร์ต่อสู้หรอกครับเอลิน่า..." ผมพยุงตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากเมื่อมองเห็นฟังก์ชันใหม่บนหน้าต่างสถานะ "แต่มันคืออุปกรณ์ที่จะทำให้เรามีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบต่างหากล่ะครับ"
ผมก้าวเข้าไปใกล้เตาปรุงอาหารมิติ หน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงเด้งขึ้นมาตรงหน้าทันที
[ท่านต้องการใช้งาน 'เตาปรุงอาหารมิติ' หรือไม่?]
[ข้อควรทราบ: เตาชนิดนี้สามารถดึงพลังงานมานาจากมิติรอบข้างมาใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ ทำให้อาหารสุกอย่างรวดเร็วภายใน 30 วินาที และคงคุณค่าทางโภชนาการรวมถึงบัฟพิเศษไว้เต็ม 100%]
ผมเหลือบมอง "หัวใจอสูรเงาบริสุทธิ์" ที่เพิ่งดรอปมาสดๆ ร้อนๆ ในมือสลับกับเตาตรงหน้า สมองส่วนที่เป็นเชฟและพ่อค้าคำนวณสูตรอาหารอย่างรวดเร็ว อสูรเงาลักษณะนี้มีเนื้อสัมผัสคล้ายเนื้อสันนอกชั้นดี แต่มีความเหนียวและไอความมืดเจือปน หากนำไปย่างธรรมดา พิษความมืดจะกัดกระเพาะจนทะลุ แต่ถ้าหากนำมาตุ๋นด้วยไฟจากเตามิติโดยใช้สมุนไพรรากหอมดาราที่เก็บได้จากชั้นที่ห้ามาดับคาวล่ะก็...
"เอลิน่าครับ พอจะมีแรงก่อกองไฟสำรองช่วยผมอีกสักนิดไหมครับ?" ผมหันไปถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
จอมเวทสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจ แต่เธอก็พยักหน้าเบาๆ "ถ้าเจ้าต้องการ... ฉันจัดให้ได้เสมอ"
ผมจัดการโยนหัวใจอสูรเงาและวัตถุดิบอื่นๆ ลงไปในหม้อเหล็กที่ปรากฏขึ้นบนเตามิติอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นหอมหวานของเครื่องเทศผสมผสานกับกลิ่นอายมานาบริสุทธิ์เริ่มโชยออกมาเตะจมูก ท่ามกลางบรรยากาศอันมืดมิดและน่ากลัวของดันเจี้ยนชั้นที่เจ็ด กลิ่นอาหารที่กำลังเคี่ยวจนงวดกลับสร้างความอบอุ่นประหลาดจนหัวใจที่ตึงเครียดเริ่มคลายตัวลง
เอลิน่าสูดกลิ่นหอมนั้นเข้าไปลึกๆ ดวงตาสีมรกตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเย็นชาบนใบหน้าละลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอยากรู้อยากเห็นและ... ความหิวโหยที่เธอพยายามซ่อนไว้
"นี่มัน... กลิ่นอะไรกัน ทำไมถึงทำให้ฉันรู้สึกเหมือนมีพลังงานอุ่นๆ ไหลเวียนไปทั่วร่างแบบนี้ล่ะ?" เธอพึมพำเบาๆ เผลอขยับเข้าไปใกล้เตามากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ผมกำลังจะตักอาหารจานแรกใส่ชามเพื่อแบ่งให้เธอลองชิม ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน อุณหภูมิในดันเจี้ยนลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ดังสะท้อนก้องมาจากอุโมงค์มืดเบื้องล่าง—ไม่ใช่เสียงของมอนสเตอร์ทั่วไป แต่มันคือเสียงเกราะเหล็กกระทบกันและเสียงคำรามต่ำๆ ที่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันบ้าคลั่ง
เอลิน่าหน้าถอดสีทันที เธอกวาดสายตาไปรอบๆ ก่อนจะหันมามองผมด้วยแววตาสั่นระริก "เรย์... นั่นไม่ใช่พวกอสูรเงาธรรมดาแล้ว... กลิ่นอายแบบนี้มัน..."
ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ แสงไฟสลัวจากคบเพลิงเวทมนตร์บนผนังก็ดับวูบลงพร้อมกันทุกดวง ความมืดมิดเข้ากลืนกินทุกสิ่งอย่างรวดเร็ว
และท่ามกลางความมืดมิดนั้นเอง ดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่ก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามจากขุมนรกที่กระซิบอยู่ข้างหูของผม...
*“...กลิ่นหอมอะไรน่ะ เจ้ามนุษย์... ส่งอาหารจานนั้นมาให้ข้าซะดีๆ...”*
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสชาติความมันส์ไปด้วยกันในตอนนี้ด้วยนะครับ
เมนูเด็ดฮันเตอร์แรงก์ F: อร่อยจนต้องร้องขอชีวิต•ตอนที่ 12
ปลดล็อกเตาปรุงอาหารมิติ
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูเด็ดฮันเตอร์แรงก์ F: อร่อยจนต้องร้องขอชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!