คราบเขม่าสีดำสนิทและกลิ่นอายคาวเลือดของมอนสเตอร์ระดับบอสยังคงลอยอวลอยู่ในความมืดมิดของดันเจี้ยนชั้นที่ 34 แต่อุณหภูมิรอบกายของเรย์ในวินาทีนี้กลับติดลบจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
“ถ้าแกแตะต้องเส้นผมของเธอแม้แต่เส้นเดียว… ฉันจะเปลี่ยนเนื้อโคบอลต์คิงสับปะหลาดนี่ ให้กลายเป็นหม้อไฟเดือดพล่านที่แม้แต่วิญญาณของแกก็ไม่มีสิทธิ์ได้ซดน้ำซุป”
น้ำเสียงของชายหนุ่มไม่ได้ตะโกนก้อง มันราบเรียบ ทุ้มต่ำ และเยือกเย็นจนน่ากลัว แต่ทว่าทุกพยางค์ที่เปล่งออกมากลับสั่นสะเทือนไปทั่วโถงหินอัคคี เอฟเฟกต์สกิล [จิตคุกคามของพ่อค้าผู้ผ่านศึก] ทำงานประสานกับแรงกดดันระดับจิตวิญญาณ จนพวกโจรรับจ้างแรงก์ A ที่ดักซุ่มอยู่รอบทิศถึงกับผะผ่า ถอยกรูดด้วยความหวาดผวา
เบื้องหน้าของเรย์คือเสาศิลาเวทมนตร์สีม่วงเข้ม ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนมานา ร่างระหงของเอลิน่า จอมเวทสาวผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาในยามปกติ บัดนี้กำลังทรุดตัวลงพิงกับเสาศิลา ใบหน้าเนียนใสซีดเซียวเนื่องจากสูญเสียมานาไปจนหมดสิ้น รอยเลือดจางๆ ที่มุมปากตัดกับเส้นผมสีเงินยวงที่ชุ่มเหงื่อ ดวงตาคู่สวยที่เคยทอประกายเด็ดเดี่ยว ปรือปรอยลงเล็กน้อยยามที่เธอมองเห็นเงาร่างคุ้นเคยปรากฏขึ้นที่ปากทางเข้า
“เรย์… นาย… เข้ามาได้ยังไง… ที่นี่มันเขตกับดักมิติปิดตายนะ…” เสียงหวานแหบพร่าเอ่ยทักท้วงด้วยความตกใจและความเป็นห่วงที่ฉายชัดผ่านนัยน์ตา
“ผมคือนักปรุงอาหารนะเอลิน่าซัง และกฎข้อแรกของพ่อค้าอาหารที่ดีคือ… การตามหาวัตถุดิบชั้นเลิศที่หายออกไปจากห้องครัวนานเกินไปต่างหากครับ” เรย์แย้มรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันคือรอยยิ้มของนักล่าผู้ถือครองมีดแล่เนื้อที่พร้อมจะชำแหละอุปสรรคทุกรูปแบบ
หัวหน้ากลุ่มโจรนามว่า ‘บารอน’ ผู้ใช้ดาบใหญ่เคลือบยาพิษ ก้าวออกมาจากเงาเสาศิลา มันหัวเราะเยาะในลำคอด้วยความขบขัน ก่อนจะใช้ปลายดาบเคาะลงบนพื้นหินเสียงดังสนั่น
“ฮ่าๆๆ! ช่างเป็นพ่อค้าที่ปากกล้าเสียจริง! คิดว่ากำจัดมอนสเตอร์หน้าโง่มาได้สองสามตัวแล้วจะเก่งกาจถึงขั้นท้าทาย ‘กลุ่มหมาป่าทมิฬ’ ของพวกเราได้งั้นรึ? แกมันก็แค่ฮันเตอร์แรงก์ F ที่ใช้ลูกไม้สกปรกกับอาหารกากๆ เท่านั้นแหละ!”
เรย์ไม่ได้โต้เถียง เขาเพียงแต่กวาดสายตาสำรวจรอบกายอย่างรวดเร็ว ระบบวิเคราะห์วัตถุดิบและสภาพแวดล้อมทำงานอัตโนมัติในหัว
*ติ๊ง! [ระบบตรวจพบ: องค์ประกอบความร้อนในชั้นหินอัคคี 87%, ความเข้มข้นของก๊าซพิษในอากาศ 12%, จุดอ่อนของโครงสร้างเสาศิลาเวทมนตร์: รอยต่อด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้]*
ข้อมูลนับร้อยบรรทัดไหลผ่านสมองของเรย์ในเสี้ยววินาที รอยยิ้มของเขาเปลี่ยนเป็นความจริงจัง ดวงตาคมกราบมองกลุ่มโจรราวกับพวกมันเป็นเพียงเศษเนื้อที่รอการจัดการ
“พวกคุณพูดถูกครึ่งเดียวนะครับ… ผมมันก็แค่ฮันเตอร์แรงก์ F” เรย์ขยับถุงมือหนังสีดำกระชับเข้ากับมือขวา พร้อมกับดึง ‘มีดสเต๊กเหล็กกล้าดามาร์กัส’ ออกมาจากช่องเก็บของ เสียงโลหะกระทบฝักดัง *กริ๊ง* เบาๆ แต่บาดลึก “แต่สิ่งที่พวกคุณไม่รู้ก็คือ… อาหารที่ผมทำ มักจะมีรสชาติเผ็ดร้อนชนิดที่เรียกว่า ‘เผ็ดจนลืมตาย’ เสมอครับ”
สิ้นคำพูด ร่างของเรย์ก็พุ่งทะยานออกไปราวกับลูกศรที่หลุดจากแหล่ง!
ความเร็วของเขาไม่ได้อาศัยมานาเสริมพลังมหาศาลเหมือนฮันเตอร์สายต่อสู้ทั่วไป หากแต่เป็นการก้าวเท้าตามหลักกลศาสตร์และทักษะการเคลื่อนไหวในพื้นที่จำกัดที่ถูกขัดเกลามาจากการวิ่งวุ่นส่งอาหารท่ามกลางดงมอนสเตอร์
*ฉับ!*
คมมีดพาดผ่านต้นแขนของโจรคนแรกที่เงื้อขวานเตรียมโจมตี เลือดสีแดงสดพุ่งทะยาน เรย์ไม่ได้ฆ่าเขาให้ตายในดาบเดียว แต่จงใจตัดเส้นประสาทควบคุมการเคลื่อนไหว เพื่อลดทอนกำลังพลของฝั่งตรงข้ามอย่างเลือดเย็นและแม่นยำ
“จัดการมัน! รุมฆ่ามันซะ!” บารอนคำรามลั่น สั่งให้ลูกน้องอีกสี่คนดาหน้าเข้าใส่พร้อมกัน
คมดาบ หอก และโซ่หนามพุ่งเข้าหาเรย์จากทุกทิศทาง ในมุมมองของคนนอก นี่คือสถานการณ์ที่ไร้ทางรอด แต่สำหรับเรย์ มันคือ ‘การจัดเตรียมวัตถุดิบในกระทะร้อน’
เขาหมุนตัวหลบคมหอกได้อย่างเฉียดฉิว ใช้ศอกกระแทกเข้าที่คางของโจรคนที่สองจนกระเด็นชนเข้ากับเสาศิลาเวทมนตร์ แรงกระแทกนั้นทำให้โครงสร้างเวทมนตร์สั่นสะเทือน โซ่ตรวนที่พันธนาการเอลิน่าเริ่มมีรอยร้าวเปล่งแสงสีฟ้าจางๆ
เอลิน่าเบิกตากว้างยามที่มองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม หัวใจของเธอเต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดแผ่ซ่านจากช่องอกลามไปทั่วร่าง ความเย็นชาที่เคยใช้เป็นเกราะคุ้ม The Ice Mage บัดนี้ถูกละลายจนหมดสิ้นด้วยความเด็ดเดี่ยวและอ่อนโยนที่เรย์มอบให้
*คนบ้า… นายทำฉันใจเต้นแรงเกินไปแล้วนะ…* จอมเวทสาวเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าขาวเนียนถูกแต้มด้วยสีเรื่อจางๆ แม้ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาญ
เรย์กระโดดถอยหลังหลบลูกไฟเวทมนตร์ที่ซัดเฉียดหัวไปไม่กี่เซนติเมตร เขายกมือซ้ายขึ้นดีดนิ้วเบาๆ
*ปุ!*
ขวดแก้วบรรจุ ‘น้ำมันสกัดจากผลพริกเพลิงโลกันต์’ ที่เขาแอบปาไว้ตามจุดต่างๆ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามา แตกกระจายออก ละอองน้ำมันกระจายตัวไปทั่วอาณาบริเวณ พร้อมกับเศษหินอัคคีที่ร้อนจัด
“ยินดีต้อนรับสู่เมนูพิเศษของร้าน… ‘เพลิงโลกันต์ล้างบางเดนนรก’ ครับ”
เรย์ขว้างหินประกายไฟลงบนพื้นที่มีละอองน้ำมันเคลือบอยู่
*ตูมมมมม!*
เปลือกเพลิงสีส้มแดงลุกพรึบขึ้นราวกับระเบิดเพลิงขนาดย่อม แรงระเบิดพัดพากลุ่มโจรลอยกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วโถงถ้ำ บารอนผู้เป็นหัวหน้าโจรถูกแรงระเบิดซัดจนกระแทกติดผนังหินกระอักเลือดคำโต
เรย์เดินฝ่าเปลวเพลิงที่กำลังมอดไหม้เข้ามาหาบารอนอย่างใจเย็น รองเท้าหนังกระทบพื้นหินเสียงดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เขาหยุดยืนตรงหน้าหัวหน้าโจรที่กำลังหมดสภาพ ใช้มีดสเต๊กในมือจ่อที่ลำคอของอีกฝ่าย
“ทีนี้… เรามาคุยกันดีกว่านะครับ ว่าใครเป็นคนจ้างให้พวกคุณมาดักซุ่มโจมตีพวกเราที่นี่”
บารอนหัวเราะในลำคอทั้งที่เลือดไหลอาบหน้า “แก… ไม่มีวันได้รู้หรอก… นายท่านของพวกเรา… กำลังจะ…”
ยังไม่ทันที่บารอนจะเอ่ยจบประโยค พื้นหินเบื้องล่างของพวกเขาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นใจกลางห้องโถง ไอหมอกสีม่วงเข้มพวยพุ่งขึ้นมาราวกับปากทางเข้าสู่นรกภูมิ
เรย์ขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณนักล่าอาหารเตือนภัยระดับวิกฤตพุ่งสูงจนขนลุกซู่ เขาหันขวับไปมองทางเอลิน่าทันที
*ติ๊ง! [คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงจากดันเจี้ยนปริภูมิ เวลาฉุกเฉินเหลือ 10 วินาที]*
*ติ๊ง! [แจ้งเตือนภารกิจลับระดับ SSS: บอสลับ 'ราชันโลหิตแห่งห้วงมิติที่ศูนย์' ตื่นจากการหลับใหล และเป้าหมายแรกของมันคือ ‘วัตถุดิบพิเศษ’ (เอลิน่า)]*
เรย์หรี่ตาลงคมกริบ เขาเก็บมีดสเต๊กเข้าฝัก ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปอุช้อนร่างของเอลิน่าขึ้นมาแนบอกอย่างรวดเร็ว กลิ่นหอมจางๆ จากตัวของจอมเวทสาวลอยเข้าจมูกท่ามกลางกลิ่นคาวเลือด
“เกาะผมไว้ให้แน่นๆ นะครับเอลิน่าซัง… ดูท่าทางมื้อนี้ เราคงต้องรีบหนีออกจากครัวก่อนที่อาหารจะไหม้หมดเสียแล้วล่ะครับ”
ดวงตากลมโตของเอลิน่าเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อร่างของเธอถูกอุ้มขึ้นแนบอก แต่อุณหภูมิที่อบอุ่นและแน่นหนาจากอ้อมแขนของชายหนุ่มกลับทำให้เธอซบหน้าลงกับไหล่ของเขาโดยอัตโนมัติ ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัดยิ่งกว่าเดิม หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
ทว่า ในวินาทีที่เรย์กำลังจะพลิกตัวถอยหนี แรงโน้มถ่วงรอบตัวก็หยุดชะงักลงฉับพลัน!
เงาสสีดำมหึมาขนาดใหญ่โตมโหฬารค่อยๆ ก้าวพ้นรอยแยกมิติออกมา พร้อมกับดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่ที่จ้องมองมายังพวกเขาจากความมืดมิด… และเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณก็ดังขึ้นก้องโถงถ้ำ
“นึกไม่ถึงเลยว่า… จะได้กลิ่นหอมหวานของ ‘เทพธิดา’ และ ‘พ่อค้าผู้โง่เขลา’ ในสถานที่แบบนี้…”
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
ขอขพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสชาติความเข้มข้นไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
เมนูเด็ดฮันเตอร์แรงก์ F: อร่อยจนต้องร้องขอชีวิต•ตอนที่ 30
คลั่งรักแบบฮันเตอร์
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูเด็ดฮันเตอร์แรงก์ F: อร่อยจนต้องร้องขอชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!