เมนูเด็ดฮันเตอร์แรงก์ F: อร่อยจนต้องร้องขอชีวิต•ตอนที่ 21

การเผชิญหน้ากับศัตรูเก่า

ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
กลิ่นอายคาวเลือดและควันไฟจากการย่างเนื้อวูฟวูล์ฟระดับ C ยังไม่ทันจางหายจากเตาฟู่พกพา บรรยากาศภายในชั้นที่สิบแปดของดันเจี้ยนรกร้างก็ถูกแทนที่ด้วยแรงกดดันอันหนักอึ้งที่แผ่พุ่งเข้ามาจากความมืดเบื้องหน้า "ไม่นึกเลยนะว่าเศษสวะแรงก์ F ที่วันๆ เอาแต่กวนดินกวนทรายหาของป่า จะปีนป่ายมาถึงชั้นนี้ได้... แถมยังส่งกลิ่นหอมน่ารังเกียจชวนให้อาเจียนนี่อีก" น้ำเสียงเย้ยหยันที่คุ้นเคยดังแทรกผ่านความเงียบงัน ก้องกังวานสะท้อนผนังหินปูนชื้นแฉะ "โบรดิก" ฮันเตอร์ระดับ D แนวหน้าจากกิลด์อัคคีทมิฬก้าวออกมาจากเงาเสาหิน พร้อมด้วยลูกสมุนอีกสามคนที่ถืออาวุธเคลือบมานาสะท้อนแสงสีแดงฉาน แววตาของโบรดิกจับจ้องมาที่เรย์ด้วยความรู้สึกรังเกียจเจือความอิจฉาริษยาที่ปิดไม่มิด รอยแผลเป็นพาดผ่านสันจมูกยิ่งทำให้ใบหน้าบึ้งตึงนั้นดูน่ากลัวขึ้นเป็นเท่าตัว เรย์ค่อยๆ วางตะหลิวเหล็กกล้าลงบนโต๊ะปรุงอาหารช้าๆ อย่างใจเย็น ดวงตาคมกราบกวาดมองประเมินสภาพร่างกายและอุปกรณ์ของอีกฝ่ายในเสี้ยววินาที ระบบผู้กล้าส่งเสียงเตือนเบาๆ ในหัว แต่วินาทีนี้เขากลับไม่ได้สนใจหน้าต่างแจ้งเตือนสีฟ้าเหล่านั้น สายตาของเขาหยุดอยู่ที่รอยยิ้มหยันบนมุมปากของโบรดิก "ถ้าจำไม่ผิด ครั้งสุดท้ายที่เราพบกันที่ทางเข้าชั้นห้า นายเป็นคนถีบหม้อต้มซุปของฉันจนคว่ำ และบอกว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ของคนไร้ค่า... ดูท่าทางความจำของนายคงจะสั้นเสียยิ่งกว่าอายุการใช้งานของมีดแล่เนื้อเล่มนี้เสียอีกนะครับ, คุณโบรดิก" เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนใบหน้า แต่นัยน์ตากลับว่างเปล่าและเย็นชาจนอีกฝ่ายชะงักไปชั่วขณะ โบรดิกแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "ปากดีขึ้นนี่ไอ้หนู! คิดว่าการแต่งตัวด้วยผ้ากันเปื้อนเปื้อนคราบไขมันแล้วจะทำให้แกกลายเป็นฮันเตอร์ผู้ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้งั้นเรอะ? แกมันก็แค่พ่อค้าเร่กระจอกๆ ที่บังเอิญดวงดีหลบเลี่ยงมอนสเตอร์ขึ้นมาได้จนถึงนี่เท่านั้นแหละ ส่งวัตถุดิบทั้งหมดที่แกซ่อนไว้ในแหวนมิติมาซะดีๆ รวมถึงสูตรอาหารนั่นด้วย ถ้าไม่อยากให้ร่างของแกกลายเป็นปุ๋ยชั้นดีให้มอนสเตอร์แถวนี้แทะเล่น!" บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นจนแทบจะจุดประกายไฟได้ เอลิน่าที่ยืนพิงเสาอยู่ไม่ไกล ขยับมือเรียวบางเข้าใกล้ด้ามไม้เท้าเวทมนตร์อย่างเงียบเชียบ นัยน์ตาสสีนิลของเธอกวาดมองกลุ่มคนตรงหน้าด้วยความรังเกียจราวกับมองเห็นแมลงสาบสกปรก เธอกำลังจะร่ายเวทมนตร์อัดกระแทกเพื่อกวาดล้างพวกมันให้พ้นทางในคราเดียว แต่เรย์กลับยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามปรามไว้เสียก่อน "ใจเย็นก่อนครับ เอลิน่า..." เรย์กระซิบเสียงแผ่วเบา แต่แฝงด้วยอำนาจบางอย่างที่ทำให้จอมเวทสาวต้องยอมลดมือลงอย่างขัดใจ เรย์ก้าวเท้าเดินออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว แสงไฟจากตะเกียงมานาสะท้อนเงาของเขาให้ทอดยาวไปเบื้องหน้า เขาไม่ได้หยิบดาบหรือหอกขึ้นมาป้องกันตัว ทว่ากลับหยิบมีดหั่นเนื้อเล่มบางที่ผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชนขึ้นมาควงเล่นในมืออย่างชำนาญ "คุณโบรดิก... นายรู้ไหมว่าความแตกต่างระหว่าง 'นักล่า' กับ 'วัตถุดิบ' คืออะไร?" เรย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ราวกับกำลังบรรยายสรุปเมนูอาหารให้ลูกค้าฟังในภัตตาคารหรู โบรดิกขมวดคิ้วแน่นด้วยความฉุนเฉียว "แกพูดเรื่องบ้าอะไรของแกวะ! อยากตายนักใช่ไหม!" "นักล่า... คือผู้ที่เข้าใจธรรมชาติของเหยื่ออย่างถ่องแท้ พวกเขารู้ว่าควรจะเข้าหาอย่างไร จัดการจุดอ่อนตรงไหน และปรุงแต่งสถานการณ์อย่างไรให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด" เรย์หยุดเดินเมื่อระยะห่างเหลือเพียงแค่สามก้าว รอยยิ้มของเขาเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มของนักธุรกิจผู้กุมความลับสำคัญ "แต่วัตถุดิบ... อย่างพวกนายในตอนนี้ ต่อให้มีแรงก์ D หรือมีกิลด์ใหญ่หนุนหลัง แต่ถ้าขาดซึ่งสมองและการประเมินสถานการณ์ ก็เป็นได้แค่ก้อนเนื้อรอการชำแหละเท่านั้นแหละครับ" "สามหาว! จัดการมัน!" โบรดิกคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว สั่งให้ลูกสมุนพุ่งเข้าจู่โจมพร้อมกัน พริบตานั้นเอง ความโกลาหลก็ปะทุขึ้น ลูกสมุนสองคนพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูงพร้อมดาบใหญ่ที่เงื้อฟันหมายปลิดชีพ เรย์ไม่หลบหนี เขากลับพุ่งเข้าหาช่องว่างระหว่างคมดาบอย่างแม่นยำราวกับคาดการณ์วิถีการเคลื่อนไหวได้ล่วงหน้า อาศัยแรงเหวี่ยงจากร่างกายและทักษะการแล่เนื้อที่ถูกพัฒนาจนถึงขีดสุด เฉือนเข้าที่จุดข้อต่อและเส้นเอ็นของศัตรูอย่างนิ่มนวล เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นพร้อมๆ กับร่างของฮันเตอร์ทั้งสองที่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นในเวลาเพียงไม่กี่วินาที โบรดิกเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ไม่คาดคิดว่าเด็กหนุ่มแรงก์ F ที่เขาเคยเหยียบย่ำ จะสามารถจัดการลูกน้องมือดีของตนได้โดยที่แทบไม่ต้องออกแรงหายใจด้วยซ้ำ "แก... แกทำอะไรลงไป..." โบรดิกถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว มือสั่นเทาขณะยกดาบขึ้นตั้งรับ เรย์เดินเข้าไปใกล้เรื่อยๆ ปลายมีดในมือหยดหยาดเลือดสีแดงฉาดลงบนพื้นหินทีละหยด เสียงฝีเท้าของเขาหนักแน่นและมั่นคง ผิดกับแววตาที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นของนักล่าผู้เจนจัดในดันเจี้ยน "ฉันบอกแล้วไงครับ... ว่าฉันไม่ได้เป็นแค่พ่อค้าธรรมดา" เรย์หยุดยืนอยู่ตรงหน้าโบรดิก ห่างกันเพียงแค่ระยะเอื้อมมือ "และวัตถุดิบชิ้นนี้... ฉันจะขอรับไว้เพื่อเป็นการชำระหนี้เก่าก็แล้วกัน" ทว่า ในวินาทีที่เรย์กำลังจะเอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อของโบรดิกเพื่อกดให้ยอมจำนนนั้นเอง อากาศรอบตัวก็พลันเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน เปลวไฟสีฟ้าประหลาดลุกโชนขึ้นจากพื้นดินรอบด้าน กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่กดทับจิตวิญญาณจนแทบหายใจไม่ออกแผ่ซ่านมาจากความมืดมิดเบื้องลึกของชั้นที่สิบแปด ระบบผู้กล้าส่งเสียงแจ้งเตือนรัวเร็วจนหน้าจอสีฟ้าสว่างวาบแสบตา ข้อความสีแดงฉานปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่สั่นสะท้อนไปทั่วโสตประสาทของเรย์และเอลิน่า *[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบการปรากฏตัวของ 'ผู้กล้าแห่งความพินาศ' — เอนิส นอกเหนือจากขอบเขตข้อมูลดันเจี้ยน]* *[คำเตือน: เป้าหมายกำลังมุ่งตรงมายังจุดที่ท่านยืนอยู่ และมีความตั้งใจที่จะกวาดล้างสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในรัศมีหนึ่งกิโลเมตร]* เรย์ชะงักฝีเท้าลงทันที ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเงาร่างหนึ่งก้าวทะลุผ่านม่านเปลวไฟสีฟ้าออกมา ร่างนั้นสวมชุดเกราะสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกปกกักด้วยหน้ากากเหล็กกล้า และในมือถือดาบยาวที่เคลือบด้วยพลังงานสีดำทมิฬอันคุ้นเคย—มันคือพลังงานชนิดเดียวกับที่เคยทำลายล้างหมู่บ้านของเอลิน่าเมื่อหลายปีก่อน ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสชาติความเข้มข้นไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูเด็ดฮันเตอร์แรงก์ F: อร่อยจนต้องร้องขอชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%