“ถอยไป เอลิน่า! ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเองครับ”
น้ำเสียงของเรย์ราบเรียบแต่มั่นคง ราวกับชายหนุ่มกำลังพูดถึงการสั่งกาแฟสักแก้ว มากกว่าการเผชิญหน้ากับ ‘อสูรเหล็กกลายพันธุ์’ บอสประจำชั้นที่ 30 แห่งดันเจี้ยนอสูรโลหะ สิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์สูงแปดเมตรที่มีเกราะหนาเตอะดั่งภูผาและไอความร้อนแผดเผาจนอากาศบิดเบี้ยว ร่างของมันสั่นสะท้านด้วยแรงคำรามที่ทำให้พื้นหินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือน
เอลิน่ากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ไม้เท้าเวทมนตร์ในมือของเธอสั่นเทา พลังมานาธาตุสายฟ้าสีครามที่เธอรวบรวมมาตลอดสิบนาทีเต็มยังคงอัดแน่นจนเกิดประจุไฟฟ้ารอบตัว แต่มันแทบจะเจาะทะลวงเกราะชั้นนอกของบอสตัวนี้ไม่ได้เลยสักนิด ร่างกายของจอมเวทระดับสูงเต็มไปด้วยรอยแผลจากการปะทะก่อนหน้า ทว่าดวงตาคู่สวยกลับมองแผ่นหลังของฮันเตอร์หนุ่มในชุดผ้ากันเปื้อนสีเข้มด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งกังวล หวาดกลัว และ… ความเชื่อใจอย่างประหลาด
“เรย์… นายจะบ้าหรือไง นั่นมันวัตถุดิบระดับตำนานนะ ไม่ใช่หมูสามชั้นในตลาดสด! เกราะของมันทนทานต่อการโจมตีทางเวทและกายภาพถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ กระทะเหล็กหล่อบ้าๆ ของนายจะไปทำอะไรมันได้!” เสียงหวานเอդด้วยความตื่นตระหนก แม้ปากจะต่อว่า แต่หัวใจกลับเต้นรัวเร็วจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ยิ่งคิดว่าชายหนุ่มคนนี้มักจะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อวัตถุดิบทำอาหารแปลกๆ เสมอ เธอกยิ่งอยากจะคว้าตัวเขากลับมาเสียเดี๋ยวนี้
“วางใจเถอะครับ” เรย์เหลือบสายตากลับมามองเล็กน้อย พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ “เนื้อส่วนอกของเจ้าตัวนี้ ถ้าโดนความร้อนจากเปลวไฟเวทมนตร์แบบผิดวิธี รสชาติจะเหนียวและมีกลิ่นคาวโลหะ… เสียของแย่เลยครับ เพราะฉะนั้น ผมถึงต้อง ‘จัดการ’ มันด้วยวิธีของผมเอง”
ครืนนน!
อสูรเหล็กกลายพันธุ์คำรามก้อง มันเหวี่ยงกรงเล็บขนาดมหึมาฟาดย้อนศรมายังทิศทางที่ทั้งคู่อยืนอยู่ แรงลมจากการเหวี่ยงตวัดส่งเศษหินปลิวว่อนดั่งกระสุนปืน
เรย์ไม่หลบ เขาพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยทักษะ ‘ย่างก้าวพ่อครัว’ ฝ่ามือข้างหนึ่งกระชับด้ามกระทะเหล็กสีดำสนิทที่ผ่านการใช้งานมานับครั้งไม่ถ้วน กระทะใบนี้ไม่ใช่แค่อุปกรณ์ทำครัวธรรมดา แต่มันถูกหล่อหลอมด้วยแร่คาร์บอนจากดันเจี้ยนและอักขระเสริมพลังที่เขาค่อยๆ พัฒนาขึ้นทีละน้อยตลอดการเดินทาง
จังหวะที่กรงเล็บเหล็กพุ่งเข้าประชิด เรย์ย่อตัวลงต่ำ ใช้แรงเหวี่ยงจากสะโพกส่งกำลังทั้งหมดไปที่แขนขวา กระทะเหล็กกระทบเข้ากับกรงเล็บยักษ์อย่างจัง!
เปรี้ยงงงงง!
เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่า แรงกระแทกสร้างคลื่นกระแทก(Shockwave)แผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้างจนฝุ่นตลบอบول ความสั่นสะเทือนนั้นรุนแรงจนเอลิน่าต้องยกไม้เท้าขึ้นค้ำยันพื้นเพื่อไม่ให้ปลิวไปตามแรงลม
เรย์กัดฟันกรอด กล้ามเนื้อทุกมัดเกร็งตัวขึ้นจนเห็นเส้นเลือดชัดเจน ระบบแจ้งเตือนในหัวส่งเสียงเตือนยิกๆ แต่เขากลับไม่สนใจแม้แต่น้อย สายตาคมกริบมองทะลุผ่านกลุ่มควันไปยังจุดอ่อนใต้คางของบอส
*ช่องว่างสามเซนติเมตร… มุมตกกระทบสองร้อยสิบองศา… แรงเหวี่ยงระดับเจ็ด…*
“รับความร้อนจากผมไปซะเถอะครับ!”
เรย์คำรามในลำคอ พลิกข้อมือหมุนกระทะเหล็กเป็นวงกลม ผสานพลังปราณฮันเตอร์เข้ากับความร้อนจากเตาไฟอัดแน่นที่ก้นกระทะ จนเกิดเป็นปฏิกิริยาความร้อนสูงเฉียบพลัน (Thermal Shock) พลังงานความร้อนมหาศาลทะลทะลวงผ่านเกราะเหล็กหนาเตอะเข้าไปทำลายแกนกลางของบอสในเสี้ยววินาที
ชั่วพริบตาเดียว เสียงคำรามของอสูรเหล็กกลายพันธุ์ก็ขาดห่วงไป ดวงตาสีแดงฉานที่เคยเปล่งประกายความดุร้ายค่อยๆ หม่นแสงลง ร่างมหึมาสูงแปดเมตรแข็งค้างอยู่กับที่ ก่อนที่รอยร้าวสีส้มอมแดงจะแตกกระจายไปทั่วทั้งร่างราวกับใยแมงมุม
ตูมมมม!
ร่างของบอสประจำชั้นที่ 30 แตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองระยิบระยับ ทิ้งไว้เพียงวัตถุดิบชิ้นงามลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องโถง
เอลิน่าอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน เธอมองซากละอองแสงสลับกับแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ยืนปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าอย่างใจเย็น ราวกับเขาเพิ่งจัดการกับแมลงตัวหนึ่ง ไม่ใช่บอสระดับสูงที่ฮันเตอร์แรงก์ A ยังต้องกุมขมับ
“นะ… นาย… ล้มมันได้ด้วยการตีลังกาฟาดกระทะแค่ครั้งเดียวเนี่ยนะ!?” เสียงของจอมเวทสาวสั่นพร่า ความเย็นชาที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความทึ่งและความรู้สึกใจเต้นแรงที่ควบคุมไม่ได้
“ก็บอกแล้วไงครับว่าวัตถุดิบชั้นดี ต้องจัดการด้วยความทะนุถนอม” เรย์หันกลับมาส่งยิ้มสุภาพให้เธอ พลางใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบเขม่าที่ติดอยู่บนกระทะเหล็กอย่างใจเย็น “เอาล่ะครับ เอลิน่า ช่วยผมเก็บ ‘เนื้อสันนอกเหล็กไหล’ ตรงนั้นทีนะครับ วันนี้เราจะมีสเต็กเนื้อย่างหินลาวาเป็นมื้อเย็นกัน”
เอลิน่าเม้มปากเล็กน้อย ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่กำลังระบายอยู่บนใบหน้า ก่อนจะพึมพำเบาๆ กับตัวเอง “ให้ตายสิ… ผู้ชายอะไร บ้าคลั่งเป็นบ้า… แต่ก็น่ากิน เอ๊ย! หมายถึงฝีมือทำอาหารของเขานะ!”
เรย์หัวנסในลำคอเบาๆ กับท่าทางนั้น เขากำลังจะก้าวเข้าไปเก็บวัตถุดิบชิ้นสุดท้าย ทว่าจู่ๆ บรรยากาศรอบตัวก็เย็นเยียบลงอย่างไร้สาเหตุ ไอหมอกสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินรอบห้องโถง แรงกดดันระดับมหาศาลที่หนักหน่วงยิ่งกว่าบอสตัวเมื่อครู่กดทับลงบนบ่าจนแทบทรุด
*ติ๊ง!*
[ระบบตรวจพบความผิดปกติในชั้นที่ 30]
[คำเตือน! พลังงานปริศนาจากรอยแยกมิติระดับ 'ภัยพิบัติ' กำลังตื่นขึ้น]
[ภารกิจลับระดับ SSS: ผู้มาเยือนจากห้วงลึก ถูกกระตุ้นแล้ว]
เรย์ชะงักเท้าที่กำลังก้าว ดวงตาที่เคยสงบนิ่งหรี่แคบลงทันที เมื่อละอองแสงสีทองที่ควรจะกระจายหายไป กลับมารวมตัวกันอีกครั้งกลายเป็นเงาร่างของมนุษย์สวมชุดเกราะโบราณสีดำสนิท ดวงตาสีครามเพลิงคู่หนึ่งลืมขึ้นท่ามกลางความมืดมิด พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นในหัวของฮันเตอร์หนุ่ม
*“เจ้ามนุษย์… กล้าดียังไง ถึงมาทำลายห้องครัวของข้า…”*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสชาติความเข้มข้นไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
เมนูเด็ดฮันเตอร์แรงก์ F: อร่อยจนต้องร้องขอชีวิต•ตอนที่ 22
วัตถุดิบจากบอสชั้นที่ 30
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูเด็ดฮันเตอร์แรงก์ F: อร่อยจนต้องร้องขอชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!