กลิ่นหอมเอียนของไขกระดูกที่ถูกเคี่ยวจนแตกมันยังคงติดอยู่ปลายจมูก เมื่อคมมีดเหล็กกล้าผสมคาร์บอนเล่มนั้นตวัดผ่านข้อต่อชิ้นสุดท้ายของ "เงาอสูรพฤกษา" ร่างมหึมาที่เคยสั่นคลอนขวัญฮันเตอร์แรงก์ D มาแล้วหลายรายก็ทรุดฮวบลงกลายเป็นละอองแสงสีเทา
ผมผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้า ทว่าความเหนื่อยล้ากลับถูกแทนที่ด้วยความกระปรี้กระเปร่าอย่างประหลาด เมื่อหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าเข้มซึ่งเป็นสิทธิ์เฉพาะของผู้ถือครองระบบปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังระรัวในโสตประสาท
[ ติ๊ง! สังหารมอนสเตอร์ระดับ D 'เงาอสูรพฤกษา' สำเร็จ ]
[ ได้รับวัตถุดิบระดับสูง: แก่นพฤกษาทมิฬ (1), ไขกระดูกเงา (500 มิลลิลิตร) ]
[ เงื่อนไขพิเศษบรรลุ: แปลงสภาพซากอสูรเป็นเมนูอาหารในพื้นที่อันตราย เลเวลผู้ใช้เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด! ]
[ เลเวลของท่านเลื่อนจาก 5 สู่เลเวล 28! ]
ตัวเลขที่กระโดดข้ามผ่านเขตแดนความปกติไปไกลโขทำให้ผมต้องกะพริบตาปริบๆ เลเวล 28 ในการลงดันเจี้ยนเดี่ยวครั้งที่สาม... นี่ไม่ใช่เรื่องปรกติสำหรับฮันเตอร์สายสนับสนุนอย่างแน่นอน หากข่าวนี้รั่วไหลออกไป สำนักตรวจสอบกิลด์คงส่งคนมาผ่าสมองผมเพื่อหาความผิดปกติเป็นแน่
"เจ้า... ทำอะไรลงไปอีกแล้ว ทำไมมานาในรัศมีสิบเมตรถึงได้ปั่นป่วนขนาดนี้?"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง เอลิน่าก้าวเท้าออกมาจากเงาไม้ใหญ่ ดวงตาสีไพลินภายใต้ฮู้ดคลุมศีรษะกวาดมองสภาพรอบตัวด้วยความตื่นตะลึง ร่างเพรียวบางในชุดจอมเวทสีนิลชะงักงือกwhen เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานแปลกประหลาดที่แผ่ออกมาจากร่างของผม มันไม่ใช่ความกดดันจากจิตสังหารที่น่ากลัว แต่มันคือ "ความหิวกระหาย" ของพลังที่ถูกบีบอัดจนแน่นขนัด
ผมหันไปสบตากับเธอ พร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก พลางใช้ชายเสื้อเช็ดคราบเขม่าบนใบหน้าอย่างใจเย็น "ก็แค่... เก็บวัตถุดิบทำมื้อเย็นหนร่ะครับ คุณเอลิน่า ดูเหมือนว่าค่ำนี้เราจะได้ซุปไขกระดูกตุ๋นยาจีนสูตรพิเศษ ที่ไม่เพียงแต่จะช่วยฟื้นฟูมานา แต่ยังอาจจะทำให้โครงสร้างพลังเวทของคุณเสถียรขึ้นด้วยนะ"
เอลิน่าขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากันเล็กน้อย นางปรายตามองซากละอองแสงที่เหลืออยู่ ก่อนจะเลื่อนสายตามาจ้องมองผมราวกับกำลังพยายามทะลวงผ่านผิวหนังเพื่อดูอวัยวะภายใน "เจ้าเลเวลเท่าไหร่แล้ว... เรย์ ข้าสัมผัสได้ว่าตัวตนของเจ้ามันเปลี่ยนไป ตั้งแต่เมื่อครู่ที่เจ้าจัดการเจ้าตัวนั้นด้วยกระบวนท่าที่ประหลาดนั่น"
"ถ้าบอกว่ายี่สิบแปดแล้ว... คุณจะเชื่อไหมครับ?" ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไหล่ไหวเล็กน้อยอย่างไม่ยี่หะ
บรรยากาศรอบตัวเงียบงันไปชั่วอึดใจ จอมเวทสาวผู้เย่อหยิ่งถึงกับก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวริมฝีปากอิมอิ่มเผยอค้าง ดวงตาสีไพลินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาที่หาได้ยากยิ่งจากเธอ "ยี่สิบแปด? ภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมงเนี่ยนะ? ฮันเตอร์หน้าใหม่ที่เข้ากิลด์มาด้วยแรงก์ F อย่างเจ้า ใช้เล่ห์กลอันใดกันแน่?"
"ผมไม่ได้ใช้เล่ห์กลหรอกครับ... ผมแค่มองเห็น 'คุณค่า' ของพวกมัน" ผมพยักพเยิดไปยังหม้อสนามที่ถูกเตรียมไว้ พร้อมกับหยิบวัตถุดิบชิ้นใหม่ออกมาจากแหวนมิติ ความร้อนระอุจากไฟธาตุที่ผมดัดแปลงขึ้นเองเริ่มแผ่ซ่าน กลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรป่าที่ผสมผสานกับไขกระดูกอสูรเริ่มส่งกลิ่นเตะจมูก ท่ามกลางบรรยากาศอับชื้นและน่ากลัวของดันเจี้ยนชั้นที่สาม
เอลิน่ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางไม่ได้สนใจคำอธิบายเรื่องคุณค่าอะไรนั่นหรอก สิ่งที่ทำให้สติของจอมเวทสาวหลุดลอยไปในขณะนี้ คือกลิ่นหอมอันเย้ายวนที่กำลังทำลายสมาธิอันแข็งแกร่งของเธอลงทีละน้อย ความหิวโหยที่ถูกกดทับไว้ภายใต้มามาอันมหาศาลกำลังปะทุขึ้นมาเรียกร้อง
"เอาล่ะครับ นั่งลงก่อนสิ การรอให้ซุปงวดได้ที่ ต้องใช้เวลาอีกสักพัก... ระหว่างนี้ เรามาคุยเรื่องสถานะใหม่ของผมกันดีกว่า เพราะดูเหมือนว่า ระบบมันจะไม่ได้แค่ให้เลเวลผมมาเฉยๆ เสียด้วยสิครับ" ผมผายมือเชิญเธอนั่งลงบนโขดหินราบ พร้อมกับดึงหน้าต่างสเตตัสส่วนตัวขึ้นมากลางอากาศให้เธอได้เห็นชัดๆ
[ ชื่อ: เรย์ ]
[ อาชีพ: เชฟแห่งห้วงเหว (Chef of the Abyss) - ขั้นที่ 1 ]
[ฉายา: ผู้พลิกผันซากอสูร, นักล่ารสเลิศ]
[ เลเวล: 28 ]
[ ค่าสถานะหลัก:
พละกำลัง: 450 (+200 จากเมนูอาหาร)
ความคล่องตัว: 520 (+150 จากเมนูอาหาร)
พลังเวท: 890 (ปรับเปลี่ยนตามวัตถุดิบในกระเพาะ)
เสน่ห์: ??? (ระดับจิตวิญญาณตื่นตัว) ]
[ ทักษะเฉพาะตัว: 'ลิ้นมังกร' (Lv.MAX), 'หั่นผ่ามิติ' (Lv.3), 'กลิ่นอายแห่งความตาย' (ถูกระงับชั่วคราว) ]
เมื่อดวงตาคู่สวยของเอลิน่ากวาดผ่านตัวเลขเหล่านั้น ร่างทั้งร่างของจอมเวทระดับสูงถึงกับแข็งค้าง ค่าสถานะที่ฮันเตอร์แรงก์ S บางคนยังต้องอิจฉากลับปรากฏอยู่บนหน้าจอของเด็กหนุ่มที่เพิ่งถือกระทะเมื่อเดือนก่อน ยิ่งไปกว่านั้น บรรทัดสุดท้ายของทักษะเฉพาะตัวยังปล่อยกระแสความกดดันบางเบาออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
"นี่มัน..." เอลิน่าพึมพำเสียงสั่น มือเรียวยาวเอื้อมออกไปหมายจะแตะหน้าต่างโปร่งแสงนั้น ทว่าจู่ๆ เสียงระฆังเตือนภัยดังกังวานลั่นไปทั่วทั้งดันเจี้ยน—ไม่ใช่เสียงจากระบบของผม แต่เป็นเสียงเตือนฉุกเฉินจากกิลด์ภายนอกที่เชื่อมต่อผ่านคริสตัลสื่อสารในกระเป๋าของเธอ!
ใบหน้าสวยหวานที่เคยเรียบเฉยมาตลอดเปลี่ยนเป็นซีดเผือด นางดึงคริสตัลสื่อสารออกมามันสั่นระริกพร้อมกับแสงสีแดงฉานที่กะพริบถี่รัว และเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของหัวหน้ากิลด์ก็ทะลักออกมา
*<เอลิน่า! เจ้ารับสัญญาณแล้วรีบตอบกลับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ชั้นห้า! เครื่องตรวจจับพลังงานมานากลุ่มก้อนใหญ่กำลังพุ่งเป้าไปที่จุดที่พวกเจ้าอยู่... ประเดี๋ยว! พลังงานนั้นมันไม่ใช่ของมอนสเตอร์ระดับบอส แต่มันคือสัญญาณชีพของมนุษย์... มนุษย์ที่มีค่าพลังงานสูงเกินกว่าขีดจำกัดของเครื่องวัด! ใคร... ใครกันที่อยู่ในดันเจี้ยนกับเจ้าตอนนี้?!>*
ผมหันไปสบตากับเอลิน่าที่กำลังหันขวับมามองผมด้วยแววตาตื่นตะลึง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผมอีกครั้งในขณะที่ซุปในหม้อเดือดพล่านส่งเสียงปุดๆ พร้อมกับหมอกควันสีทองที่ลอยฟุ้งขึ้นสู่เพดานถ้ำอันมืดมิด
ก่อนที่เอลิน่าจะทันได้เอ่ยปากถามคำถามใดๆ ออกมา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากอุโมงค์เบื้องล่าง—ไม่ใช่เสียงของมอนสเตอร์ แต่เป็นเสียงฝีเท้าของกองกำลังกิลด์ใหญ่ที่กำลังเคลื่อนพลเข้ามาปิดล้อมพวกเราไว้อย่างแน่นหนา!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสชาติการผจญภัยไปกับผมนะครับ
เมนูเด็ดฮันเตอร์แรงก์ F: อร่อยจนต้องร้องขอชีวิต•ตอนที่ 3
สถานะที่ทำเอาทั้งกิลด์ต้องอึ้ง
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูเด็ดฮันเตอร์แรงก์ F: อร่อยจนต้องร้องขอชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!