“เก็บของให้เรียบร้อย พริ้ม... เราจะย้ายไปอยู่ที่เซฟเฮาส์คืนนี้”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยอบอุ่นกลับราบเรียบเย็นชา ธรรศกดวางสายโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คชิ้นหนา ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับพริ้มเพราที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าบานประตูห้องทำงาน ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวของเขาไม่ได้แสดงความกังวลต่อเหตุการณ์ศพในสวนอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับเต็มไปด้วยประกายบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก
“ทำไมต้องเป็นตอนนี้คะคุณธรรศ... เมษาเพิ่งโทรมาบอกว่าสายของเราถูกฆ่าตายในที่ของเรา! แต่นี่คือท่าทีของคุณเหรอ?” พริ้มเพราก้าวเข้ามาใกล้ มือเล็กกำชายเสื้อของตัวเองแน่น เธอกำลังหาความมั่นใจจากชายหนุ่มที่เธอเคยคิดว่าเป็นปราการป้องกันภัยให้เธอเพียงคนเดียว
ธรรศลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทสั่งตัดราคาแพงระยับค่อยๆ เยื้องกรายเข้ามาหา เขาหยุดลงตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น นิ้วมือกร้านจากการผ่านโลกมาอย่างโชกโชนเชยคางเธอขึ้นช้าๆ บังคับให้สบตากับนัยน์ตาสีเข้มที่ลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทร
“ความตายเป็นเรื่องปกติในโลกธุรกิจพริ้ม... เธอควรจะเรียนรู้ได้แล้วว่าสิ่งที่ฉันทำไป เพื่อปกป้องเธอไม่ให้แปดเปื้อนกับกลิ่นคาวพวกนี้”
“ปกป้อง?” พริ้มเพราเค้นหัวเราะออกมาอย่างเหลืออด “ปกป้องด้วยการกำจัดคนที่พยายามจะให้ข้อมูลเรื่องคณินกับฉันน่ะเหรอคะ หรือว่าจริงๆ แล้ว... สายคนนั้นกำลังจะบอกอะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับคุณ!”
อากาศในห้องทำงานดูจะเบาบางลง ธรรศไม่ได้ตอบโต้ด้วยการขึ้นเสียง เขากลับก้มลงกระซิบที่ข้างใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนจงใจแกล้งเป่ารดผิวเนื้อจนพริ้มเพราขนลุกซู่ “การทดสอบความเชื่อใจไม่ได้วัดกันที่คำพูดนะเด็กดี... แต่มันวัดกันที่ว่า ในวินาทีที่เธอคิดว่าฉันเป็นฆาตกร เธอกล้าที่จะอยู่ต่อ หรือเธอจะเลือกวิ่งหนีไปซบอ้อมอกคณิน”
“คุณธรรศ...”
เขาทิ้งช่วงจังหวะ ปล่อยให้เธอจมอยู่กับความสับสน ก่อนจะหมุนตัวเดินไปยังตู้เซฟขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่หลังภาพวาดราคาแพง มือหนาหมุนรหัสด้วยความคล่องแคล่ว เสียงกลไกโลหะดังคลิกสอดรับกับหัวใจที่เต้นรัวของพริ้มเพรา ธรรศหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกมา มันมีคราบสีน้ำตาลเข้มที่ดูคล้ายคราบเลือดแห้งกรังติดอยู่ที่มุมกระดาษ
เขาไม่ได้ซ่อนมัน เขาจงใจวางมันลงบนโต๊ะตรงหน้าเธอ
“ถ้าอยากรู้ความจริง... ก็ลองอ่านดูเสียสิ”
พริ้มเพรามือสั่นระริกขณะหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมา หัวใจเธอเหมือนหยุดเต้นเมื่อเห็นรายชื่อในเอกสารนั้น มันคือรายชื่อบุคคลที่ถูกกำจัดในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา และชื่อของสายที่เพิ่งตายไป ปรากฏอยู่ในลำดับสุดท้ายด้วยตัวอักษรสีแดงฉาน
“คุณทำทั้งหมดนี่... เพื่ออะไรคะ?”
“เพื่อครอบครองสิ่งที่ฉันอยากได้เพียงคนเดียวอย่างไรล่ะ” เขาตอบพลางปลดเนกไทออกอย่างใจเย็น ท่าทีที่นิ่งเฉยของเขามันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าความโกรธเกรี้ยว “พริ้ม... เธอเป็นของฉัน และอะไรก็ตามที่พยายามจะแทรกกลางระหว่างเรา ไม่ว่าจะสายลับ ข้อมูล หรือแม้แต่คณิน... มันก็แค่ขยะที่ต้องถูกกำจัด”
พริ้มเพราถอยหลังกรูดไปชนกับโต๊ะทำงาน สายตาของเขาในตอนนี้มันเปลี่ยนไปจากแด๊ดดี้ที่แสนดีกลายเป็นนักล่าที่หิวโหย ธรรศก้าวเข้าหาเธอราวกับสัตว์ร้ายที่ต้อนเหยื่อจนมุม เขาใช้ท่อนแขนกักตัวเธอไว้กับขอบโต๊ะ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงประจำตัวของเขาคลุ้งไปทั่วบริเวณ จนพริ้มเพราแทบหายใจไม่ออก
“อย่าคิดจะหันหลังให้ฉันเด็ดขาด...” ธรรศกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างมีนัยสำคัญ “เพราะถ้าฉันต้องกักขังเธอไว้ในกรงทองแห่งนี้ตลอดไป เพื่อไม่ให้เธอไปเห็นโลกโสโครกข้างนอกนั่น... ฉันก็พร้อมจะทำ”
ในขณะที่พริ้มเพรากำลังจะอ้าปากโต้ตอบ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน ตามด้วยเสียงเคาะประตูสามครั้งที่ฟังดูไม่เป็นจังหวะปกติ และก่อนที่ธรรศจะอนุญาต ประตูบานคู่ก็ถูกผลักเข้ามาโดยชายชุดดำท่าทางคุ้นตา
ชายคนนั้นวางรูปถ่ายชุดหนึ่งลงบนโต๊ะข้างๆ เอกสารเลือดนั่น เป็นรูปถ่ายของพริ้มเพราที่กำลังเดินอยู่ในสวนหลังคฤหาสน์กับคณินเมื่อวานนี้... ในมุมที่ธรรศไม่ควรจะรู้ และในเวลาที่พริ้มเพราบอกว่าเธออยู่ในห้องนอน
ธรรศหยิบรูปนั้นขึ้นมาดูทีละใบ สายตาที่มองพริ้มเพราเปลี่ยนไปเป็นความเย็นชาที่ทำเอาพริ้มเพราหนาวสะท้านถึงกระดูก “ดูเหมือนว่า... คนที่ต้องถูกทดสอบความเชื่อใจจริงๆ จะไม่ใช่ฉันเสียแล้วนะพริ้มเพรา”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ หากชอบฝากเป็นกำลังใจให้วริศร์วิสกี้ด้วยนะครับ
พันธะร้อนซ่อนกลิ่นปรารถนา: กับดักแด๊ดดี้ใจร้าย•ตอนที่ 36
การทดสอบความเชื่อใจ
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้อนซ่อนกลิ่นปรารถนา: กับดักแด๊ดดี้ใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!