“วางปืนลงซะ ถ้าไม่อยากให้สมองของพวกแกกระจายอยู่บนพรมราคาแพงผืนนี้”
น้ำเสียงของธรรศไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าพริ้มเพรา มือหนาคว้าเอวบางของเธอมาหลบไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องมองชายฉกรรจ์สามคนที่บุกเข้ามาอย่างอุกอาจ รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันรุนแรงจนบรรยากาศในห้องสั่นไหว
“คุณธรรศ... ดูเหมือนว่าความอดทนของพวกเรามันจะหมดลงตั้งแต่วันที่แกทำให้ธุรกิจของเจ้านายพังไม่เป็นท่าแล้วนะ” หนึ่งในชายชุดดำเอ่ยเสียงกร้าว พลางเล็งปากกระบอกปืนมาที่อกแกร่งของธรรศ
พริ้มเพราที่ถูกธรรศโอบกอดไว้ หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองรบ เธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากแผ่นหลังกว้างของเขา แต่นี่ไม่ใช่เวลามาซาบซึ้ง ในวินาทีที่ความตายจ่ออยู่ตรงหน้า พริ้มเพรากลับรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่จุดติดขึ้นในใจ... พลังแห่งการปฏิเสธที่จะเป็นเพียงตุ๊กตาในกรงทองของเขาอีกต่อไป
“คุณธรรศ หลบไปค่ะ!” เธอตะโกนแทรกขึ้นมา มือเล็กๆ ผลักแผ่นหลังของเขาออกเบาๆ ก่อนจะก้าวออกมาเผชิญหน้ากับกลุ่มชายชุดดำด้วยตัวเอง
ธรรศชะงักไปครู่หนึ่ง คิ้วเข้มขมวดมุ่นด้วยความไม่พอใจ “พริ้ม! ถอยไปข้างหลังผม นี่ไม่ใช่ที่ของเธอ!”
“ไม่ใช่ที่ของฉัน แล้วที่ของฉันอยู่ตรงไหนคะ? อยู่ในกรงขังที่คอยบงการชีวิตฉันทุกอย่างงั้นเหรอ?” พริ้มเพราหันไปจ้องหน้าเขา ดวงตาคู่สวยสั่นไหวแต่ทว่าเปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “ฉันเบื่อแล้วธรรศ เบื่อที่ต้องเป็นคนอ่อนแอให้คุณปกป้องตลอดเวลา ทั้งที่จริงๆ แล้วคนที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดนี้... ก็คือคุณ!”
ธรรศนิ่งงันไปราวกับถูกตบหน้า แรงปะทะจากวาจาของเธอมันรุนแรงกว่ากระสุนปืนใดๆ ในชีวิตเขาไม่เคยมีใครกล้าขัดคำสั่งเขา ต่อหน้าศัตรูที่ถืออาวุธ เธอกลับเลือกที่จะหันมาท้าทายเขาก่อน
“พริ้ม... เธอรู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา” เสียงของธรรศต่ำลงจนน่ากลัว แต่เขายังคงก้าวขึ้นไปยืนเคียงข้างเธอ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางบีบแน่นแต่ไม่ให้เจ็บ เป็นการยืนยันว่าเขาจะไม่ปล่อยให้เธอเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียว
“รู้ค่ะ และฉันจะพูดอีกครั้ง ถ้าคุณรักฉันจริง คุณต้องหยุดความบ้าคลั่งนี้สักที ไม่ใช่เอาชีวิตฉันไปเสี่ยงกับเกมธุรกิจสกปรกของคุณ!”
ชายชุดดำหัวเราะร่า “โอ้ ดูท่าทางจะรักกันหวานชื่นดีนี่ งั้นเอาแบบนี้ไหม... ถ้าอยากให้คนสวยนี่รอด ก็ก้มลงกราบเท้าพวกเราเดี๋ยวนี้!”
บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ ธรรศปล่อยมือจากพริ้มเพราแล้วก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าวอย่างช้าๆ ท่ามกลางความตื่นตะลึงของทุกคน เขาไม่ได้ทำตามคำสั่ง แต่เขากำลังปลดกระดุมเสื้อสูทออกอย่างใจเย็น ก่อนจะถอดมันโยนลงบนพื้นราวกับเป็นเพียงขยะชิ้นหนึ่ง
“พวกแกกล้าดียังไง... ที่จะมาแตะต้องสมบัติของฉัน”
ธรรศพุ่งตัวเข้าใส่คนตรงกลางด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่าอาวุธในมือ เสียงการปะทะกันดังสนั่นไปทั่วห้อง พริ้มเพรากรีดร้องด้วยความตกใจ เธอเห็นธรรศสู้ด้วยมือเปล่าอย่างดุดัน ร่างกายที่แข็งแกร่งของเขาปะทะกับพละกำลังของคนสามคนอย่างไม่เกรงกลัว เลือดสีแดงสดเริ่มซึมออกมาจากหัวคิ้วของเขาจากการถูกสันปืนกระแทก แต่เขากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
ความโกรธ ความคลั่งรัก และความปรารถนาที่จะปกป้อง ทำให้เขากลายเป็นปีศาจในสายตาของศัตรู และเป็นเทพบุตรในสายตาของพริ้มเพราที่มองดูด้วยความใจหาย
เมื่อเหตุการณ์สงบลง ชายทั้งสามนอนกองกับพื้นด้วยสภาพสะบักสะบอม ธรรศเดินกลับมาหาพริ้มเพรา ร่างกายเขามีรอยช้ำและคราบเลือด แต่แววตาที่มองเธอ... ยังคงมีความห่วงหาอาทรอย่างท่วมท้น
“จบเรื่องแล้ว กลับเข้าห้องไปซะ พริ้ม” เขาเอ่ยเสียงพร่าพลางแตะแก้มเธอเบาๆ
พริ้มเพราปัดมือเขาออก แววตาของเธอเปลี่ยนไป “จบงั้นเหรอ? คุณคิดว่าเรื่องของเรามันจบลงแค่นี้จริงๆ เหรอคะธรรศ... หลังจากที่คุณเพิ่งยอมรับออกมาเองว่าฉันคือ ‘สมบัติ’ ของคุณ”
เธอเดินเข้าไปใกล้เขาจนหน้าอกชนกัน ความโกรธเคืองที่อัดอั้นมานานถูกเปลี่ยนเป็นความปรารถนาที่เร่าร้อนพอกัน พริ้มเพราคว้าคอเสื้อเขาดึงเข้าหาตัวก่อนจะประทับจูบลงไปอย่างดุดัน รสจูบที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและแรงอารมณ์ที่ถาโถมเข้าใส่กัน
ธรรศชะงักไปก่อนจะตอบสนองอย่างรุนแรง เขายกตัวเธอขึ้นอุ้มพาดบ่าทันทีโดยไม่สนสภาพห้องที่เละเทะ เขาเดินตรงไปที่ห้องนอนก่อนจะเหวี่ยงร่างบางลงบนเตียงกว้างอย่างไม่เบามือนัก
“เธอกล้าท้าทายฉัน... พริ้มเพรา” ธรรศก้มลงกระซิบข้างหู น้ำเสียงแหบพร่าสั่นประสาท “เธออยากเป็นมากกว่าสมบัติใช่ไหม? ได้... คืนนี้ฉันจะสอนให้รู้ว่าการขัดขืนของเธอ มันมีราคาที่ต้องจ่ายด้วยอะไร”
เขากระชากชุดเดรสของเธอออกจนขาดวิ่นด้วยพละกำลังที่เหลือล้น ผิวขาวผ่องนวลตาปรากฏแก่สายตาของเขา ธรรศไม่ได้อ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง แต่เขากลับมอบสัมผัสที่หนักหน่วงและจาบจ้วง ราวกับจะตีตราจองให้เธอเป็นของเขาไปตลอดกาล มือหนาบีบเค้นไปทั่วเรือนร่างจนเกิดรอยแดง พริ้มเพราครางกระเส่าด้วยความวาบหวามที่ถูกปลุกเร้าจนถึงขีดสุด
“ธรรศ... อย่า... อื้อ!”
เขาปิดปากเธอด้วยจูบที่รุนแรงก่อนจะสอดประสานกายเข้าหาเธออย่างรวดเดียวจนสุดทาง ความคับแน่นต้อนรับตัวตนของเขาอย่างไม่มีการปฏิเสธ ท่ามกลางความเจ็บปวดที่แปรเปลี่ยนเป็นความสุขสมที่รุนแรงจนสติของทั้งคู่แทบหลุดลอย
ในจังหวะที่ไฟแห่งปรารถนากำลังลุกโชนถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์ของธรรศที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะหัวเตียงก็ดังขึ้นต่อเนื่อง หน้าจอที่สว่างวาบเผยให้เห็นชื่อสายเรียกเข้า...
‘คณิน’... พร้อมข้อความที่เด้งขึ้นมาว่า “ขอบคุณที่ส่งของเล่นมาให้ถึงที่นะธรรศ... พริ้มเพราน่ะ ชอบกลิ่นของฉันมากกว่าน้ำหอมราคาแพงของคุณอีก”
ธรรศหยุดกึก ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังเมื่อพริ้มเพราที่กำลังกอดเขาแน่นกลับหลุดปากเรียกชื่อที่เขาเกลียดที่สุดออกมาในวินาทีแห่งความสุขสม... “คณิน...”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์อันร้อนแรงนี้ครับ วริศร์วิสกี้
พันธะร้อนซ่อนกลิ่นปรารถนา: กับดักแด๊ดดี้ใจร้าย•ตอนที่ 39
การขัดขืนครั้งแรก
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้อนซ่อนกลิ่นปรารถนา: กับดักแด๊ดดี้ใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!