“วางของลง แล้วมานั่งตรงนี้... ผมไม่ได้มีเวลามากนักก่อนเครื่องจะออก”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของธรรศดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัว กลิ่นน้ำหอมบุรุษจางๆ ผสมกับกลิ่นไอของเอกสารชั้นดีทำเอาพริ้มเพราที่เพิ่งก้าวเข้ามาต้องชะงักฝีเท้า หญิงสาวก้มหน้างุด พยายามซ่อนแววตาสั่นไหวไม่ให้คนตัวโตที่ยืนพิงขอบโต๊ะทำงานมองเห็น
“พริ้มแค่จะเอาแฟ้มเอกสารที่ลืมไว้มาให้ค่ะ...” เธอเอ่ยเสียงอ้อมแอ้ม มือเรียวกำแฟ้มในมือแน่น
ธรรศเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาดุดันคู่นั้นกวาดมองร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก เขาขยับตัวก้าวเข้ามาหาช้าๆ ทิ้งห่างเพียงไม่กี่คืบจนพริ้มเพราสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากตัวเขา “อย่าเรียกตัวเองแบบนั้นอีก ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าให้แทนตัวว่าอย่างไรเวลาอยู่กับผมสองคน”
พริ้มเพราเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวด้วยความประหม่า ความเหงาที่เกาะกินใจตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมาเพราะธรรศเตรียมตัวบินไปต่างประเทศทำให้เธอทำตัวไม่ถูก “พริ้ม... หนูหมายถึง... หนูแค่ไม่อยากให้คุณธรรศห่วงงานที่เมืองไทยครับ”
“ห่วงงาน?” ธรรศแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเชยคางมนขึ้นให้สบตากับเขา “สิ่งที่ผมห่วงที่สุดในตอนนี้ ไม่ใช่ตัวเลขในบัญชี แต่มันคือ ‘ของรัก’ ที่ถูกทิ้งไว้ที่นี่ต่างหาก”
นิ้วหยาบกร้านไล้ไปตามแนวขากรรไกรของเธออย่างแผ่วเบา แต่แฝงไปด้วยแรงดึงดูดที่ทำให้พริ้มเพราแทบหมดเรี่ยวแรง สัมผัสนั้นไม่ได้เร่งเร้า แต่มันกลับทำให้เข็มนาฬิกาในใจของเธอเดินผิดจังหวะไปหมด
“คุณธรรศต้องไปนานแค่ไหนคะ... หนูหมายถึง นานแค่ไหนครับ” เธอแก้คำพูดแทบไม่ทัน
“เจ็ดวัน” เขาตอบสั้นๆ “แต่นั่นคือเวลาของโลกภายนอก ส่วนเวลาของผม... ผมอยากให้มันผ่านไปภายในวินาทีเดียว เพื่อที่จะได้กลับมาจัดการ... กับความดื้อรั้นของเด็กคนนี้ต่อ”
เขารั้งร่างบางเข้ามาใกล้จนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับอกอิ่ม พริ้มเพราหลับตาลงรับสัมผัสจากวงแขนแข็งแรงที่โอบกอดเธอไว้แน่น ราวกับจะกักขังไม่ให้เธอหนีไปไหนได้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาสั่งให้เธอปรับตัว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาสื่อสารความรู้สึกผ่านการโอบกอดที่หนักแน่นและสั่นไหวเล็กน้อยอย่างที่เขาไม่เคยเป็น
“ฟังนะพริ้ม...” ธรรศกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำและอ่อนโยนอย่างประหลาด “ช่วงที่ผมไม่อยู่ อย่าได้หลงเชื่อคำพูดสวยหรูของใคร โดยเฉพาะไอ้คนประเภทคณิน มันเป็นพวกงูพิษที่รอจังหวะฉกฉวยของที่มันอยากได้เสมอ”
“คุณธรรศหมายถึง...”
“ผมหมายถึงทุกอย่างที่เป็นของผม” เขาเน้นย้ำคำนั้น “ผมสั่งให้ลูกน้องเฝ้าหน้าบ้านไว้แล้ว ไม่ใช่เพราะผมไม่ไว้ใจเธอ แต่เพราะผมไม่ไว้ใจโลกภายนอกต่างหาก พริ้ม... อยู่กับผมนะ อยู่ในที่ที่ผมจัดเตรียมไว้ให้”
พริ้มเพราเงยหน้ามองคนรักที่มีอำนาจล้นมือ ความดุดันของเขาในยามปกติเปลี่ยนเป็นความคลั่งรักที่น่ากลัวและน่าหลงใหลในคราวเดียวกัน “หนู... หนูจะรอคุณธรรศครับ”
ธรรศจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตก่อนจะกดจูบลงบนหน้าผากเนียนเบาๆ “อย่าให้ผมต้องรู้ว่ามีใครหน้าไหนเข้ามาแตะต้องตัวเธอ ไม่อย่างนั้น... ผมจะกลับมาปิดล็อกทุกประตูและไม่ให้เธอเห็นแสงตะวันอีกเลย”
เขาสละกอดแล้วหยิบนาฬิกาเรือนหรูขึ้นมาดูเวลา ก่อนจะคว้ากระเป๋าเดินทางเดินมุ่งหน้าไปที่ประตู แต่ก่อนจะก้าวพ้นธรณีประตูไป ธรรศก็หยุดกึกแล้วหันกลับมามองเธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
“อ้อ... เกือบลืมไป” เขาหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มโยนให้เธอรับไว้ “เปิดดูข้างในสิ... แล้วคอยดูว่าของขวัญชิ้นนี้ จะทำให้เธอคิดถึงผมจนนอนไม่หลับไปตลอดเจ็ดวันที่ผมไม่อยู่หรือเปล่า”
พริ้มเพราเปิดกล่องออก ทันทีที่เห็นสิ่งที่อยู่ภายใน หัวใจเธอก็ร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอตัวชาไปทั้งร่างเมื่อเห็น 'เครื่องติดตามขนาดจิ๋ว' ที่ฝังอยู่กลางสร้อยคอเพชรราคาแพงระยับนั้น
เสียงรถหรูที่เคลื่อนออกไปจากคฤหาสน์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืน แต่สิ่งที่ดังกว่าคือเสียงโทรศัพท์มือถือที่สั่นสะเทือนในมือของเธอ พร้อมข้อความจากเลขหมายที่ไม่ปรากฏชื่อบนหน้าจอ
‘อย่าเพิ่งตายใจไปว่าธรรศจะปกป้องเธอได้ตลอดรอดฝั่ง... คืนนี้ฉันจะไปหาเธอด้วยตัวเอง’
พริ้มเพรากอดสร้อยเส้นนั้นแน่น ขณะที่เงาร่างของใครบางคนกำลังขยับไหวอยู่ที่หน้าต่างห้องทำงานที่เธอเพิ่งจะก้าวออกมา
ขอบคุณที่ติดตามเรื่องราวความรักที่ร้อนแรงและอันตรายของแด๊ดดี้ธรรศนะครับ จะรีบมาต่อตอนที่ 10 ให้ไวที่สุดครับ!
พันธะร้อนซ่อนกลิ่นปรารถนา: กับดักแด๊ดดี้ใจร้าย•ตอนที่ 9
เมื่อความเหงาเข้าแทรก
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้อนซ่อนกลิ่นปรารถนา: กับดักแด๊ดดี้ใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!