พันธะร้อนซ่อนกลิ่นปรารถนา: กับดักแด๊ดดี้ใจร้าย•ตอนที่ 7

สายตาจากคนภายนอก

ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
"ใครอนุญาตให้พวกคุณมายืนวิจารณ์ชีวิตส่วนตัวของคนอื่นในบริษัทผมครับ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของธรรศ ธนากุล ดังก้องไปทั่วโถงทางเดินหน้าห้องทำงาน เสียงนั้นไม่ได้ตะคอก แต่กลับกดดันจนคนที่จับกลุ่มซุบซิบกันถึงกับตัวแข็งทื่อ พริ้มเพราที่ยืนอยู่ด้านหลังธรรศรู้สึกได้ถึงไอความร้อนจากแผ่นหลังกว้างของเขาที่ปกป้องเธอไว้ดั่งกำแพงเหล็ก พริ้มเพราก้มหน้าหลบสายตาคมกริบของพนักงานสาวสองสามคนที่หันมามองด้วยสายตาดูแคลน เธอไม่ใช่คนอ่อนแอ แต่ในสถานการณ์ที่ถูกกดดันด้วยสายตานับสิบ เธอกลับรู้สึกเหมือนตัวเองตัวเล็กลงเรื่อยๆ มือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยก่อนที่สัมผัสอุ่นจากมือหนาของธรรศจะเอื้อมมากุมไว้แน่น "คุณธรรศ... คือพวกเราแค่... แค่สงสัยน่ะค่ะ ว่าทำไมเด็กฝึกงานคนนี้ถึงได้สิทธิพิเศษมากนัก" หนึ่งในพนักงานสาวเอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวนัก แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาที่วาวโรจน์ของธรรศ รอยยิ้มเย้ยหยันก็จางหายไปทันที "สิทธิพิเศษเหรอครับ?" ธรรศเลิกคิ้วข้างหนึ่ง มุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "พริ้มเพราเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของผมในโครงการพิเศษ ถ้าใครคิดว่าผลงานของตัวเองดีพอที่จะมาแทนที่เธอได้ ก็ยื่นใบลาออกไปเขียนแผนงานใหม่มาเสนอผมในวันพรุ่งนี้ ถ้าทำไม่ได้... ก็น่าจะรู้นะครับว่าที่นี่ไม่มีที่ว่างสำหรับคนขี้อิจฉา" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที พนักงานกลุ่มนั้นรีบก้มหัวขอโทษและเดินเลี่ยงออกไปอย่างรวดเร็ว ธรรศยังคงยืนนิ่ง ไม่ได้หันมาสนใจใครนอกจากร่างบางที่อยู่ข้างกาย เขาค่อยๆ หันกลับมามองพริ้มเพรา แววตาดุดันเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความอ่อนโยนที่ฉายชัดจนใจคนมองสั่นไหว "เจ็บไหมครับ?" เขาเอ่ยถามพลางไล้นิ้วโป้งไปบนหลังมือเธอเบาๆ อย่างปลอบประโลม "ไม่ค่ะ... หนูไม่ได้เป็นอะไร" พริ้มเพราเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตากลมโตสั่นระริก "แต่ธรรศไม่ควรพูดแบบนั้นเลยนะคะ พริ้มไม่อยากให้ใครมองว่าพริ้มเอาชื่อธรรศมาอ้างเพื่อทำตัวเหนือกว่าคนอื่น" ธรรศถอนหายใจเบาๆ เขาขยับเข้ามาใกล้จนพริ้มเพราได้กลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้จางๆ จากตัวเขา มันเป็นกลิ่นที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยเสมอ "ผมเป็นคนเลือกคุณเข้ามา ไม่ใช่เพราะเส้นสาย แต่เพราะผมเห็นศักยภาพในตัวคุณ และที่สำคัญที่สุด... ใครก็ตามที่กล้าดูถูกคุณ ก็เท่ากับดูถูกการตัดสินใจของผมด้วย" ธรรศขยับเข้าไปกระซิบข้างใบหูเธอ น้ำเสียงเขาทุ้มพร่าจนทำเอาพริ้มเพราขนลุกซู่ "อย่าให้ผมต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยวิธีที่เด็ดขาดกว่านี้นะครับ ผมหวงของผม... และผมก็ไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องสมบัติชิ้นสำคัญของผมด้วยถ้อยคำสกปรกแบบนั้น" คำว่า 'สมบัติ' ของเขาทำให้พริ้มเพราหน้าร้อนผ่าว เธอรู้ดีว่าคำนี้มีความหมายลึกซึ้งกว่านั้นมาก ธรรศไม่ได้มองเธอแค่ในฐานะลูกน้องหรือเด็กในปกครอง แต่เขามองเธอด้วยสายตาของเจ้าของที่พร้อมจะทำลายทุกคนที่ขวางทาง ทว่า บรรยากาศที่กำลังละมุนละไมกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง พริ้มเพราหันไปมองตามสัญชาตญาณ และเธอก็ต้องสะดุดลมหายใจเมื่อเห็นชายวัยไล่เลี่ยกับธรรศเดินตรงเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตร แต่ทว่าดวงตากลับว่างเปล่า คณิน... "แหม บรรยากาศดีจังเลยนะครับธรรศ" คณินเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงยียวนพลางเหลือบมองพริ้มเพราด้วยสายตาที่ดูจะพินิจพิเคราะห์นานเกินควร "ไม่นึกเลยว่าคนเนี๊ยบๆ อย่างคุณ จะยอมเสียเวลามาเคลียร์ข่าวลือให้เด็กสาวที่เพิ่งเรียนจบใหม่ด้วยตัวเองแบบนี้" ธรรศก้าวออกมาบังพริ้มเพราไว้จนมิด มือหนาของเขาโอบเอวบางไว้แน่นเป็นการประกาศอาณาเขต "ธุรกิจของผมไม่มีเรื่องไหนที่ผมจะเสียเวลาทำหรอกครับคณิน ว่าแต่คุณเถอะ วันนี้ไม่ได้มีนัดคุยเรื่องดีลที่ค้างไว้ไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมายืนป้วนเปี้ยนอยู่หน้าห้องผมแทนที่จะไปที่ห้องประชุม?" คณินหัวเราะร่วน ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจ เขาขยับแว่นสายตาแล้วส่งยิ้มให้พริ้มเพราผ่านไหล่ของธรรศ "ผมก็แค่อยากจะมาเตือนน่ะครับ ว่าของบางอย่าง... ต่อให้หวงแค่ไหน แต่ถ้าเจ้าของดูแลไม่ดีพอ มันก็อาจจะหายไปโดยไม่รู้ตัวก็ได้" ธรรศกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นจนพริ้มเพราสัมผัสได้ถึงแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านของเขา แต่เขายังคงรักษาความสงบนิ่งไว้ได้อย่างน่ากลัว "ขอบคุณที่หวังดีนะครับคณิน แต่ผมดูแลของของผมดีเสมอ โดยเฉพาะสิ่งที่มีค่าสำหรับผมที่สุด" ธรรศเน้นคำว่า 'ที่สุด' อย่างชัดเจนก่อนจะดึงพริ้มเพราให้เดินเลี่ยงออกมา "ไปกันเถอะพริ้ม งานที่คุณได้รับมอบหมายยังไม่เสร็จดีเลย" ขณะที่ทั้งคู่เดินผ่านคณินไป พริ้มเพราได้ยินเสียงกระซิบเบาๆ จากศัตรูทางธุรกิจของธรรศที่ส่งผ่านทางไหล่เธอ "น้องพริ้มครับ... ถ้าเหนื่อยกับความเผด็จการของแด๊ดดี้คนนี้เมื่อไหร่ ประตูห้องทำงานของผมเปิดรอคุณเสมอ... เพราะผมมีวิธีดูแลของมีค่าที่ 'ถนอม' กว่านี้เยอะ" พริ้มเพราตัวแข็งทื่อ เธอไม่ได้หันกลับไปมอง แต่สัมผัสได้ถึงสายตาของคณินที่ยังคงจ้องมองแผ่นหลังเธอไม่วางตา ทว่าเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองธรรศ เธอกลับพบกับสายตาที่เต็มไปด้วยเพลิงพิโรธที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความเยือกเย็น เขาไม่ได้พูดอะไรจนกระทั่งพาเธอเข้ามาในห้องทำงานและล็อกประตูเสียงดังสนั่น เขากดร่างเธอลงกับบานประตูที่ปิดสนิท มือหนาข้างหนึ่งยันพื้นผิวไม้ไว้ข้างหัวเธอ กักขังเธอไว้ในวงแขนแกร่ง ลมหายใจร้อนผ่าวของเขารดรินอยู่เหนือริมฝีปากเธอ "เขาแตะตัวคุณไหมครับ?" ธรรศเอ่ยถามเสียงสั่นพร่า ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอเพื่อค้นหาความจริง "ไม่ค่ะ... เขาไม่ได้แตะตัวพริ้มเลย" "ดี..." ธรรศกระซิบ เสียงของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันดุดันและเต็มไปด้วยความกระหาย "เพราะถ้าผมรู้ว่ามีใครบังอาจมาปนเปื้อนกลิ่นหอมของคุณ... ผมคงต้องลบกลิ่นนั้นออกด้วยวิธีที่ผมถนัดที่สุด" ยังไม่ทันที่พริ้มเพราจะได้หายใจหายคอ เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของธรรศก็ดังขึ้นแทรกความตึงเครียดภายในห้อง เขาเหลือบมองหน้าจอเพียงชั่วครู่ ก่อนที่ใบหน้าคมสันจะหันมาหาเธอด้วยรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิม "พริ้มครับ... เลขาผมแจ้งว่า คณินเพิ่งส่งของขวัญมาให้คุณที่โต๊ะทำงาน" ธรรศขยับเข้าใกล้จนปลายจมูกชนกัน "อยากรู้ไหมครับว่าภายใต้กล่องของขวัญใบนั้น... มันคืออะไร?" ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้ด้วยความชื่นชอบนะครับ รอกันอีกนิด ตอนหน้าความจริงบางอย่างจะถูกเปิดเผยครับ - วริศร์วิสกี้
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้อนซ่อนกลิ่นปรารถนา: กับดักแด๊ดดี้ใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%