“ถ้าคุณยังไม่เลิกสั่น ผมคงต้องใช้มาตรการรุนแรงกว่านี้ เพื่อให้คุณมีสมาธิกับงานตรงหน้า”
เสียงทุ้มต่ำของธรรศกระซิบชิดใบหูของพริ้มเพรา มือหนาที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจการครอบครองกดลงบนไหล่บางแน่นจนชุดทำงานผ้าซาตินเนื้อดีเกือบจะรั้งรั้งรอยยับ พริ้มเพราเม้มปากแน่น ลมหายใจของเธอติดขัดเมื่อปลายนิ้วเย็นเฉียบของเขาลากผ่านแนวสันหลังภายใต้เสื้อผ้า ภายในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบเชียบ ใจกลางตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพฯ เวลานี้ไม่มีใครอื่นนอกจากเขาและเธอ
“คุณธรรศ... นี่มันที่ทำงานนะครับ” เธอพยายามเค้นเสียงบอก แม้จะรู้ดีว่าคำเตือนนั้นไร้น้ำหนักเพียงใด
ธรรศแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ขยับตัวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของพริ้มเพราแนบชิดกับขอบโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ เขาวางมือขวางไว้ทั้งสองข้าง กักขังเธอไว้ในอาณาจักรแห่งความปรารถนาที่เขาเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว
“ที่ทำงานแล้วอย่างไรครับ? หรือคุณอยากให้ผมประกาศให้คนทั้งบริษัทรู้ว่า เด็กในปกครองของผมคนนี้... กำลังทำให้ผมแทบบ้าตายเพราะความเย้ายวนที่ปิดไม่มิด”
สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวของธรรศกวาดมองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีระเรื่อ พริ้มเพราหลบสายตา ร่างกายของเธออ่อนปวกเปียกทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้ รสสัมผัสที่เขาเคยมอบให้ในคฤหาสน์หรูยังคงติดตรึงอยู่ในความรู้สึก มันเป็นความเร่าร้อนที่ซ่อนเร้นภายใต้ท่าทีเย็นชาของนักธุรกิจมือทองคนนี้
“เรื่องที่สวนหลังบ้านเมื่อคืน...” พริ้มเพราตัดสินใจโพล่งขึ้นมา เธอสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างตั้งแต่วินาทีที่ธรรศก้าวเข้ามาในห้องวันนี้ เขามีท่าทีระแวดระวังผิดปกติ มือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะบีบแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
ธรรศชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยตัณหาฉายแวววูบไหวและเคร่งขรึมขึ้นทันควัน “ผมจัดการได้ อย่าได้ใส่ใจคนตายที่บังอาจฟื้นคืนชีพขึ้นมาหลอกหลอนเลยครับ หน้าที่ของคุณคืออยู่กับผม... แค่ผมคนเดียว”
เขาโน้มตัวลงมาประทับจูบหนักหน่วงที่ซอกคอขาวระหง พริ้มเพราสะดุ้งเฮือก มือบางยกขึ้นเกาะไหล่กว้างไว้โดยสัญชาตญาณ กลิ่นน้ำหอมยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นไม้สนที่เป็นเอกลักษณ์ของธรรศโอบล้อมเธอไว้ เธอรู้ดีว่านี่คือพันธะ... พันธะที่ไม่มีวันถอนตัวได้
“คุณธรรศ อย่าครับ...” เธอครางประท้วงเบาๆ ขณะที่มือของเขาสอดเข้าไปใต้กระโปรงทำงานทรงสอบ สัมผัสถึงความร้อนผ่าวของผิวเนื้อที่สั่นสะท้านภายใต้การบงการของเขา
ธรรศหยุดการกระทำชั่วคราว เขาเชยคางเธอขึ้นให้สบตากัน สายตาเขาลุ่มลึกราวกับหลุมดำที่พร้อมจะดูดกลืนวิญญาณของเธอเข้าไป “คุณไม่ได้กลัวผมหรอกพริ้มเพรา คุณกลัวใจตัวเองที่กำลังตอบรับสัมผัสของผมต่างหาก”
เขาเริ่มขยับมือช้าๆ สร้างจังหวะที่ทำให้ลมหายใจของเธอขาดห้วง พริ้มเพราจำต้องหลับตาลงแน่น พยายามจะต่อต้านความรู้สึกที่พุ่งพล่าน แต่ทุกอย่างในห้องนี้ดูเหมือนจะเป็นใจ ความเงียบงันถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน
ทันใดนั้น... เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นสองครั้งติดกัน
ธรรศผละออกอย่างรวดเร็ว เขากลับมาสู่โหมดนักธุรกิจมาดขรึมในเสี้ยววินาที จัดเสื้อสูทให้เข้าที่พลางส่งสายตาดุดันเป็นเชิงสั่งให้พริ้มเพราจัดการกับเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อย “เข้ามา”
ประตูถูกเปิดออก เลขาคนสนิทก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ถือแฟ้มเอกสารในมือแน่น “ขออภัยครับคุณธรรศ แต่มีบุคคลที่อ้างว่าเป็น ‘ตัวแทน’ ของคุณคณินมาขอพบครับ เขาบอกว่ามีหลักฐานสำคัญที่จะทำให้คุณต้องเปลี่ยนใจเรื่องโปรเจกต์ที่เซ็นไปเมื่อเช้า...”
ธรรศนิ่งไป สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เขาเหลือบมองพริ้มเพราที่ยังคงยืนตัวสั่นอยู่หลังโต๊ะทำงาน ก่อนจะหันไปหาเลขา “พาเขาเข้ามาที่ห้องประชุมเล็ก อย่าให้ใครเข้าใกล้ห้องนี้จนกว่าผมจะสั่ง”
เลขารับคำและรีบถอยออกไป ธรรศหันกลับมามองพริ้มเพราอีกครั้ง คราวนี้แววตาของเขาไม่ได้มีแค่ความปรารถนา แต่มันมีความโกรธเกรี้ยวซ่อนอยู่ลึกๆ เขาเดินเข้ามาใกล้แล้วกระซิบที่ข้างหูเธอเป็นครั้งสุดท้าย “อยู่ตรงนี้ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาดจนกว่าผมจะกลับมา... เพราะถ้าผมรู้ว่าคณินส่งใครมาวนเวียนใกล้คุณอีกละก็ คราวนี้ผมจะไม่ใจดีแบบเดิมแน่”
พริ้มเพราพยักหน้าอย่างเลื่อนลอย ความตึงเครียดในอากาศทำให้เธอแทบหยุดหายใจ ทันทีที่ประตูห้องปิดลง เธอก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังนุ่มของธรรศ แต่สายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นบางอย่างที่ตกลงมาจากแฟ้มบนโต๊ะทำงานที่ธรรศเพิ่งหยิบไปเมื่อครู่
มันเป็นซองจดหมายสีน้ำตาลปิดผนึกอย่างดีที่หล่นซอกใต้โต๊ะ เธอเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาด้วยใจที่เต้นรัว บนหน้าซองจดหมายมีตัวอักษรเขียนด้วยลายมือที่คุ้นตาอย่างประหลาด... มันคือชื่อของเธอ และใต้ชื่อนั้น มีรูปถ่ายใบหนึ่งที่เพิ่งเลื่อนหลุดออกมา
พริ้มเพราเบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพในรูปถ่าย... มันคือภาพของธรรศที่ยืนถือปืนจ่อไปที่ใครบางคนในสวนหลังบ้านเมื่อคืนนี้ และคนที่ถูกจ่อปืนใส่นั้น ไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นพ่อของเธอที่เสียชีวิตไปเมื่อสิบปีก่อน!
หัวใจของเธอหยุดเต้นไปชั่วขณะ ในขณะที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังเดินตรงมาที่หน้าห้องทำงานของธรรศอีกครั้ง... แต่คราวนี้ เสียงนั้นฟังดูไม่เหมือนเสียงของเลขาส่วนตัวเลยแม้แต่น้อย
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของธรรศและพริ้มเพรามาจนถึงตอนนี้นะครับ วริศร์วิสกี้สัญญาว่าจะจัดหนักจัดเต็มให้สมกับที่ทุกท่านรอคอยครับ
พันธะร้อนซ่อนกลิ่นปรารถนา: กับดักแด๊ดดี้ใจร้าย•ตอนที่ 6
ความลับใต้โต๊ะทำงาน
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้อนซ่อนกลิ่นปรารถนา: กับดักแด๊ดดี้ใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!