ล็อกอินวันแรก ระบบเปย์คลั่งสั่งให้ผมเป็นเจ้าของโลก•ตอนที่ 35

คำพูดสุดท้ายของคนขี้แพ้

ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
"ปล่อยกู! พวกมึงรู้ไหมว่ากูเป็นใคร! พ่อกูคือประธานกลุ่มบริษัทวรโชติกรุ๊ป! ถ้าพวกมึงแตะต้องกูแม้แต่ปลายนิ้ว ชีวิตพวกมึงทั้งหมดจะไม่เหลือแม้กระทั่งแผ่นดินจะกลบหน้า!" เสียงตะโกนแหบแห้งด้วยความหวาดกลัวดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงกว้างขวางของคฤหาสน์หรูใจกลางมหานคร พื้นหินอ่อนสีดำสนิทสะท้อนเงาของร่างที่เคยสง่างามและหยิ่งยโส บัดนี้กลับทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี สภาพของธันวาในเวลานี้ช่างน่าสมเพช เสื้อสูทแบรนด์เนมราคาหลักแสนยับยู่ยี่ เนกไทหลุดลุ่ย เม็ดเหงื่อกาฬไหลพรั่งพรูอาบใบหน้าที่ซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด ดวงตาที่เคยเบิกกว้างด้วยความทระนงตน ตอนนี้กลับมีแต่หยาดน้ำตาแห่งความหวาดกลัวที่เอ่อล้นไหลพาก รอบกายของเขาเต็มไปด้วยบอดี้การ์ดสวมชุดสูทสีดำสนิทนับสิบชีวิต พวกเขายืนเรียงรายเป็นกำแพงเหล็กไร้ช่องโหว่ แรงกดดันอันมหาศาลจากตัวตนระดับสูงแผ่ซ่านกดทับจนอากาศในห้องแทบเจือจางลง ธันวาพยายามตะเกียกตะกายใช้มือทั้งสองข้างยันพื้นถอยหลังหนี จนแผ่นหลังไปกระแทกเข้ากับขาโต๊ะกระจกราคาแพงจนเกิดเสียงดังสนั่น แต่ไม่มีใครขยับเขยื้อนช่วยเหลือเขาเลยแม้แต่คนเดียว ในสายตาของคนเหล่านั้น ธันวาเป็นเพียงแค่ฝุ่นผงที่กำลังจะถูกกวาดทิ้งจากหน้าประวัติศาสตร์ "เงียบเสียที เสียงของนายมันหนวกหูเกินกว่าจะเก็บไว้ฟังจนจบเพลงนะฃครับ" เสียงทุ้มนุ่มลึกแต่เต็มไปด้วยอำนาจเด็ดขาดดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัน คีย์ก้าวเท้าเดินผ่านความมืดสลัวออกมายังแสงไฟสว่างจ้า ร่างสูงโปร่งในชุดสูทตัดเย็บพิเศษเข้ารูปพอดีตัว กลิ่นอายความเยือกเย็นและสุขุมแผ่กระจายออกมาทุกย่างก้าวที่เขาเคลื่อนไหว ในมือถือแก้วคริスタルบรรจุของเหลวสีอำพันแกว่งไปมาอย่างช้าๆ สายตาคมกริบมองต่ำลงไปยังร่างที่กำลังสั่นเทาเบื้องหน้า ราวกับกำลังมองมดปลวกตัวหนึ่งที่ไม่มีค่าแม้แต่จะเหยียบย่ำ ข้างกายของคีย์คือริน หญิงสาวในชุดเดรสยาวเรียบหรูสีน้ำเงินเข้ม เธอยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ด้วยท่าทีสง่างาม ดวงตากลมโตคู่สวยมองภาพตรงหน้าด้วยความนิ่งสงบ มือเรียวบางถูกกุมไว้ด้วยมืออุ่นหนาของชายหนุ่ม เป็นการส่งผ่านความมั่นคงที่ยืนยันว่า ไม่ว่าโลกใบนี้จะพังทลายลงอย่างไร เธอก็จะยังคงยืนอยู่ ณ จุดสูงสุดเคียงข้างเขาเสมอ ธันวาเงยหน้าขึ้นมองบุคคลทั้งสองด้วยความรู้สึกที่แตกสลาย ภาพของคีย์ในวันนี้ช่างแตกต่างจากอดีตราวฟ้ากับเหว อดีตพนักงานต๊อกต๋อยที่เขาเคยเหยียบย่ำ สั่งไล่ออก และหัวเยาะเย้ยอย่างไร้ความปรานี บัดนี้กลับกลายเป็นเจ้าเหนือหัวผู้กุมชะตากรรมของตระกูลวรโชติไว้ในอุ้งมือเพียงข้างเดียว อำนาจ เงินตรา และระบบลึกลับที่ไม่มีใครหยั่งถึง ทำให้คีย์กลายเป็นพระเจ้าผู้สร้างและทำลายล้างโลกใบนี้ได้ตามอำเภอใจ "คีย์... คีย์ครับ!" ธันวาเปลี่ยนท่าทีจากความเกรี้ยวกราดกลายเป็นการคลานเข้าไปหาอย่างน่าสมเพช สองมือสั่นเทาพยายามจะเอื้อมไปจับชายกางเกงของอีกฝ่าย แต่ถูกปลายรองเท้าหนังขัดเงาเขี่ยหลบออกอย่างไม่ไยดี "ฉัน... ผมขอร้องล่ะครับ! ยกโทษให้ผมเถอะ! เรื่องทั้งหมดที่ผ่านมา ผมโง่เอง! ผมมันตาถั่ว! ได้โปรด... ไว้ชีวิตผมด้วยเถอะครับ จะให้ผมทำอะไรผมยอมหมดเลย!" น้ำตาและน้ำมูกไหลปะปนกันจนใบหน้าที่เคยหล่อเหลาบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ ธันวาโขกศีรษะลงกับพื้นหินอ่อนจนเกิดเสียงดังทึบครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อแลกกับลมหายใจที่เหลืออยู่ ความหยิ่งยศที่เคยมีถูกเหยียบย n จนจมดิน ศักดิ์ศรีลูกคุณหนูตระกูลดังถูกโยนทิ้งถังขยะอย่างไร้ค่าในวินาทีที่ความตายคืบคลานเข้ามาประชิดตัว รินมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอย้อนนึกถึงวันที่พวกเขาเคยถูกธันวาบีบคั้นจนมุม วันที่ครอบครัวของเธอเกือบพังทลายเพราะอำนาจเงินและความไร้มนุษยธรรมของชายผู้กำลังหมอบกราบอยู่เบื้องเท้าในตอนนี้ แต่ความแค้นและความเจ็บปวดเหล่านั้น กลับถูกชำระล้างจนหมดสิ้นด้วยมือของชายผู้ยืนอยู่ข้างกายเธอในวินาทีนี้ คีย์ไม่แม้แต่จะก้มลงมองใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาของศัตรู เขายกแก้วขึ้นจิบของเหลวรสเลิศช้าๆ ราวกับว่าเสียงคร่ำครวญขอชีวิตเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงแมลงหวี่แมลงวันน่ารำคาญที่บินผ่านหูไปเท่านั้น "นายจำวันที่นายสั่งให้คนโยนเอกสารใส่หน้ารินได้ไหมครับ?" คีย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียաբเฉย ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับน่ากลัวยิ่งกว่าการตะโกนด่าทอ "จำวันที่นายหัวหัวเราะเยาะความพยายามตลอดสามปีของฉันได้ไหมครับ?" ธันวาสสะดุ้งสุดตัว ร่างกายแข็งทื่อ อ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ สมองพยายามประมวลคำพูดแต่ความกลัวกลับกัดกินจนคิดอะไรไม่ออก "ผม... ผม..." "คนเรามักจะจำไม่ได้หรอกครับว่าตัวเองทำลายชีวิตคนอื่นไปมากแค่ไหน จนกระทั่งความพินาศนั้นย้อนกลับมาเคาะประตูบ้านตัวเอง" คีย์ก้มหน้าลงเล็กน้อย สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดผวาของธันวา "แต่น่าเสียดายนะฃครับ ที่โอกาสแก้ตัวของนาย มันหมดลงตั้งแต่ตอนที่นายกล้าเอาเศษเงินสกปรกมาดูถูกผู้หญิงของฉันแล้วล่ะครับ" "ไม่... ไม่นะ! คีย์! นายฆ่าฉันไม่ได้นะ! พ่อฉันต้องไม่ปล่อยนายไว้แน่! บริษัทของแกจะต้อง..." "บริษัทของพ่อพังทลายลงตั้งแต่เมื่อสามนาทีที่แล้วแล้วล่ะครับ" คีย์พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกใดๆ หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าใสปรากฏขึ้นกลางอากาศด้วยปลายนิ้วที่ขยับเพียงเล็กน้อย แสดงกราฟดิ่งลงเหวของหุ้นวรโชติกรุ๊ปที่ถูกกว้านซื้อจนเกลี้ยงพอร์ตและถูกสั่งระงับการซื้อขายอย่างถาวรโดยระบบการเงินระดับโลกที่ธันวาไม่มีวันเอื้อมถึง ธันวาเบิกตากว้างจนแทบถล่นออกจากเบ้า ลมหายใจสะดุดกึก ร่างทั้งร่างชาหนึบราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม ความจริงที่โหดร้ายกระแทกเข้าใส่หน้าอย่างจัง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ตระกูลวรโชติสร้างสมมาหลายชั่วคน มลายหายไปในพริบตาเดียวด้วยการกระดิกนิ้วเพียงครั้งเดียวของชายที่เขาเคยเหยียดหยาม "แก... แกมันปีศาจ..." ธันวาพึมพำออกมาด้วยเสียงอันแผ่วเบา สติสัมปชัญญะเริ่มหลุดลอยเมื่อตระหนักได้ว่าไม่มีทางรอดพ้นจากขุมนรกนี้ไปได้อีกแล้ว "ไม่ใช่ปีศาจหรอกครับ..." คีย์หันไปมองรินที่ส่งยิ้มอ่อนโยนให้ เขายกมือขึ้นโอบเอวบางของเธอเข้าหาตัวอย่างทะนุถนอม ก่อนจะหันกลับมามองเศษสวะที่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นด้วยแววตาที่เยียบเย็นดั่งน้ำแข็ง "...ฉันก็แค่สามีที่รักภรรยามากเกินกว่าจะปล่อยให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายก็เท่านั้นเองครับ" สิ้นคำพูดนั้น คีย์ก็โบกมือเพียงเล็กน้อย บอดี้การ์ดสองนายก้าวเข้ามาหิ้วปีกธันวาที่สิ้นสภาพราวกับตุ๊กตาพังๆ ลากถูเขาออกไปจากห้องโถงท่ามกลางเสียงร้องคร่ำครวญที่ค่อยๆ เงียบหายไปตามระยะทางที่ไกลออก ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องโถงหรูอีกครั้ง คีย์หันมามองหน้าคู่ชีวิตของตน แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเย็นชาเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นลุ่มลึกที่จ้องมองเธอเพียงผู้เดียว "ทุกอย่างจบลงแล้วนะฃครับคนดี ต่อจากนี้ไม่มีใครหน้าไหนกล้ามาทำลายรอยยิ้มของเธอได้อีกแล้ว" คีย์เอ่ยเสียงนุ่ม พร้อมกับยกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนของรินอย่างอ่อนโยน รินแย้มยิ้มบางเบา ดวงตาสุกสกาวสะท้อนภาพใบหน้าของชายผู้เป็นเจ้าของหัวใจ เธอยกมือขึ้นสัมผัสแก้มสากของเขาเบาๆ "ฉันรู้ค่ะ... เพราะฉันเชื่อมั่นในตัวคุณมาตลอด ตั้งแต่วันที่เราไม่มีอะไรเลย จนถึงวันที่คุณกลายเป็นเจ้าของโลกใบนี้" บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความหวานล้ำที่ตัดกับความโหดร้ายเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง ทั้งสองสบตากันด้วยความรักที่มั่นคงและผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันเนิ่นนาน จนกระทั่งคีย์ขยับริมฝีปากเตรียมจะเอื้อนเอ่ยถ้อยคำบางอย่างเพื่อโอบกอดเธอให้แน่นยิ่งขึ้น ทว่า... ในวินาทีนั้นเอง เสียงเตือนอันแหลมคมของระบบลึกลับที่เงียบหายไปนาน ก็ดังขึ้นก้องกังวานในโสตประสาทของคีย์ พร้อมกับหน้าจอสีแดงฉานที่เด้งขึ้นขวางกั้นสายตาของเขาทั้งสองคน **[แจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบหลัก]: ตรวจพบการเข้าถึงเครือข่ายภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาต... เป้าหมายไม่ทราบฝ่ายกำลังเจาะ13.56°N 100.50°E... รหัสยืนยันตัวตนตรงกับ "บุคคลที่สาม" ที่ถูกลบชื่อออกจากระบบเมื่อสิบปีก่อน...** ดวงตาของคีย์หรี่แคบลงในทันที ร่างกายที่ผ่อนคลายเมื่อครู่กลับมาตึงเครียดขึ้นในชั่วพริบตา รอยยิ้มอบอุ่นเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย แทนที่ด้วยประกายตาดุดันที่ลุกโชนไปด้วยความระแวงระวัง ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ จากบานประตูเหล็กนิหนาหนักที่ถูกปิดตายของห้องใต้ดินลับสุดยอด ซึ่งเป็นสถานที่ที่ไม่มีใครในโลกภายนอกล่วงรู้ว่ามีอยู่จริง! รินสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจ เธอกำชายเสื้อสูทของคีย์แน่นขึ้นโดยสัญชาตญาณ "คีย์คะ... นั่นเสียงอะไร?" คีย์ไม่ตอบคำถาม เขายังคงจ้องมองไปยังบานประตูบานนั้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและคลื่นอารมณ์อันซับซ้อน มือหนาเอื้อมไปกดปุ่มปลดล็อกระบบความปลอดภัยสูงสุดของคฤหาสน์ทันที เพื่อเตรียมรับมือกับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญที่กำลังก้าวล่วงเข้ามาในอาณาจักรของเขา และเมื่อบานประตูนิรภัยค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของทางเดินด้านนอก... ดวงตากลมโตของคีย์ก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เมื่อบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้า กลับเป็น... *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กิลด์มาสเตอร์เอส" มาจนถึงตอนนี้นะครับ!
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ระบบเปย์คลั่งสั่งให้ผมเป็นเจ้าของโลก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%