"แกคิดว่าเศษกระดาษพวกนั้น จะซื้อความศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลธันวาได้หรือไงไอ้สวะ!"
เสียงตะคอกของธันวาดังก้องไปทั่วห้องจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางมหานคร แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลสาดส่องลงมากระทบใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเย่อหยิ่งและรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก รอบกายของเขาคือเหล่าผู้มีอิทธิผู้ทรงเกียรติในแวดวงธุรกิจที่ต่างพากันส่งเสียงหัวเราะเยาะอย่างสนุกสนาน ราวกับกำลังชมการแสดงละครสัตว์ที่น่าสมเพช
สายตานับร้อยคู่พุ่งเป้ามาที่ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทเรียบง่าย คีย์ยืนนิ่งสงบ ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งความตื่นตระหนกแววตาคู่คมกริบดั่งเหยี่ยวเยือกเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก ข้างกายของเขาคือริน หญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจ เธอสวมชุดราตรีเรียบหรูที่แม้จะไม่แพรวพราวเท่าบรรดาสตรีตระกูลใหญ่ แต่ความงดงามตามธรรมชาติและความเด็ดเดี่ยวที่ฉายชัดในแววตากลับทำให้เธอดูโดดเด่นอย่างไม่อาจละสายตา มือเรียวเล็กของรินเอื้อมมาจับมือของคีย์ไว้แน่น ราวกับจะส่งผ่านความอบอุ่นและยืนยันว่าจะเคียงข้างเขาไม่ว่าโลกใบนี้จะถล่มลงมาก็ตาม
"เศษกระดาษอย่างนั้นหรือครับ..." คีย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานและทรงพลังจนรอยยิ้มบนใบหน้าของธันวาชะงักงัน "น่าเสียดายนะธันวา ที่สิ่งที่นายเรียกว่าเศษกระดาษ... กำลังใช้ซื้อลมหายใจของตระกูลนายอยู่ ณวินาทีนี้"
"ปากดีนักนะ! แกมันก็แค่ไอ้พนักงานจนตรอกที่ฉันเคยเขี่ยทิ้งเหมือนฝุ่นละออง!" ธันวาตบโต๊ะเสียงดังลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกยั่วโมโห "การประชุมผู้ถือหุ้นใหญ่ของเครือไอยราโฮลดิ้งกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกห้านาทีนี้ และบอร์ดบริหารทุกคนลงมติแล้วว่าจะไล่ตะردแกออกจากการเป็นผู้ถือหุ้นรายย่อย! แกไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนอยู่บนพรมแดงนี้ด้วยซ้ำ รin! เธอก็เหมือนกัน ตาบอดหรือไงถึงได้มาเกาะแกะกับไอ้ขยะนี่ เลือกผิดชีวิตเปลี่ยนนะแม่สาวน้อย มาซบตักฉันซะยังจะดีกว่า เผื่อฉันจะเมตตาโยนเศษเงินให้ใช้รอดไปอีกเดือน!"
รินเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตฉายแววรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง เธอไม่ได้หวาดกลัวคำขู่เหล่านั้นแม้แต่น้อย กลับเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่วาจาเชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ "คนที่ควรคิดเรื่องความปลอดภัยของชีวิตตอนนี้ ไม่ใช่พวกเราหรอกค่ะคุณธันวา... แต่เป็นคุณต่างหากที่กำลังจะกลายเป็นคนไร้บ้านในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า"
"นังตัวดี! ปากดีนักนะ!" ธันวายกมือขึ้นหมายจะพุ่งเข้ามาสั่งสอนด้วยความบันดาลโทสะ แต่ทว่า...
*ตึง!*
ประตูห้องจัดเลี้ยงขนาดมหึมาถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างของเลขาธิการอาวุโสประจำเครือไอยราโฮลดิ้งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยเนื้อตัวชุ่มเหงื่อ ใบหน้าซีดเผือดราศีกระเจิงราวกับเพิ่งเผชิญหน้ากับความตาย เขากวาดสายตามองหาเป้าหมายอย่างลนลาน ก่อนจะพุ่งตรงมายังจุดที่คีย์ยืนอยู่ ท่ามกลางความตกตะลึงของแขกเหรื่อทุกคนในงาน
เลขาธิการชราคนนั้นไม่แม้แต่จะชายตามองธันวาผู้เป็นทายาทตระกูลใหญ่ แต่กลับคุกเข่าลงแทบเท้าของคีย์อย่างรวดเร็วและนอบน้อมที่สุด จนหน้าผากแทบจะแนบติดพื้นพรมราคาแพง
"ป... ປະธานใหญ่... ท่านครับ!" เสียงของเลขาธิการสั่นเครือจนแทบฟังไม่เป็นศัพท์ "ระบบการเงินทั้งหมด... หุ้นทุกตัว... และกรรมสิทธิ์การถือครองที่ดินร้อยละเก้าสิบแปดของเครือไอยราโฮลดิ้ง รวมถึงธนาคารกลางมหานคร ถูกโอนเข้าสู่บัญชีแม่ข่ายของท่านเสร็จสมบูรณ์แล้วครับ!"
ความเงียบสงบราวกับป่าช้าเข้าปกคลุมห้องจัดเลี้ยงทันที เสียงเพลงบรรเลงเบาๆ ราวกับถูกกลืนหายไปในอากาศ ทุกสายตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด รอยยิ้มบนใบหน้าของธันวาแข็งค้าง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
"แก... แกพูดบ้าอะไรวะ! ไอยราโฮลดิ้งเป็นของพ่อฉัน! เป็นของตระกูลฉัน!" ธันวากรีดร้องเสียงหลง พุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อของเลขาธิการชราคนนั้นด้วยความคลุ้มคลั่ง "แกโดนมันซื้อตัวใช่ไหม! ไอ้แก่สารเลว แกพูดโกหก!"
คีย์ปัดมือของธันวาออกอย่างไร้ความปรานี แรงปะทะเพียงเล็กน้อยนั้นกลับทำให้ธันวากระเด็นเซถอยหลังไปหลายก้าวราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบ ชายหนุ่มจัดปกเสื้อสูทของตนให้เรียบร้อยอย่างใจเย็น ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปหาธันวาช้าๆ ทีละก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนขัดมันดังสะท้อนก้องกังวาน ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความพินาศ
"คุณพูดถูกอยู่อย่างหนึ่งนะธันวา..." คีย์โน้มตัวลงกระซิบข้างหูของศัตรูตัวฉกาจ น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เยือกเย็นจนกระดูกสันหลังของธันวาเย็นวาบ "ว่าเศษกระดาษพวกนี้... มันมีอำนาจมากพอที่จะซื้อชีวิตของนายได้ทั้งเป็น"
ในวินาทีนั้นเอง หน้าจอโฮโลแกรมสีทองอร่ามที่เชื่อมต่อกับระบบ AI มหาเศรษฐีขั้นสุดยอดก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้าคีย์ มีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็นตัวเลขเงินสดในระบบที่กำลังพุ่งทะยานอย่างไร้ขีดจำกัด พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในโสตประสาท
[ ติ๊ง! ตรวจพบความพยายามต่อต้านจากเป้าหมายระดับล่าง ]
[ ระบบทำการกว้านซื้อหนี้สินทั้งหมดของตระกูลธันวาเสร็จสิ้น... ]
[ ประกาศสถานะ: ยึดทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลธันวา เริ่มต้นกระบวนการล้มละลายใน 10... 9... ]
คีย์ยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความอำมหิตของนักล่าผู้กุมชะตากรรมของโลกทั้งใบไว้ในอุ้งมือ เขาหันไปสบตากับรินที่ส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้ เป็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุดท่ามกลางซากปรักหักพังของศัตรู
ก่อนที่เสียงประกาศิตจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงนับร้อยเครื่องในห้องจัดเลี้ยงจะดังขึ้นพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง ข้อความแจ้งเตือนสถานะล้มละลายและคำสั่งอายัดทรัพย์สินถูกส่งตรงไปยังโทรศัพท์ของแขกผู้มีเกียรติทุกคนในงาน ทุกคนต่างหน้าซีดเผือดเมื่อตระหนักได้ว่า... อำนาจที่แท้จริงของเมืองนี้ได้เปลี่ยนมือไปแล้วอย่างถาวร
ธันวาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นพรมอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาเหม่อลอย ใบหน้าอาบด้วยเหงื่อกาฬ ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเงาของคีย์ทาบทับลงมาปกคลุมร่างของเขาจนมิด
คีย์หยิบบัตรเครดิตสีดำสนิททำจากวัสดุไทเทเนียมสลักลวดลายทองคำบริสุทธิ์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ บัตรที่ไม่มีวันวงเงินเต็มและสามารถซื้อได้แม้กระทั่งดวงดาวบนท้องฟ้า เขาโยนมันลงไปตรงหน้าธันวา ราวกับกำลังทานอาหารให้สุนัขที่กำลังใกล้ตาย
*เคร้ง!*
เสียงบัตรกระทบพื้นเบาๆ แต่กลับดังสะเทือนเลื่อนลั่นในจิตใจของทุกคนที่ได้ยิน
"ทีนี้..." คีย์ก้มลงมองธันวาด้วยสายตาเหยียดหยามราวกับมองมดปลวก "นายยังคิดว่าฉันเป็นแค่พนักงานต๊อกต๋อยที่นายจะเหยียบย่ำเมื่อไหร่ก็ได้อยู่อีกไหมล่ะครับ?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของกิลด์มาสเตอร์เอสด้วยดีเสมอมาครับ
ล็อกอินวันแรก ระบบเปย์คลั่งสั่งให้ผมเป็นเจ้าของโลก•ตอนที่ 20
เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ระบบเปย์คลั่งสั่งให้ผมเป็นเจ้าของโลก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!