เสียงเคาะค้อนประมูลดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วห้องโถงวีไอพีระดับหกดาว แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาทุกคู่กลับไม่ใช่ตัววัตถุโบราณล้ำค่าบนเวที หากแต่เป็นป้ายหมายเลขประจำตัวที่ถูกยกขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้านจากมุมอับของห้อง
ห้าร้อยล้านเครดิต... และมันถูกทุบราคาอย่างไร้ความปรานีโดยชายหนุ่มผู้สวมสูทสั่งตัดเข้ารูป ใบหน้าคมคายนั้นเรียบเฉยราਤกับว่าตัวเลขมหาศาลเมื่อครู่เป็นเพียงราคาของกาแฟสักแก้วในยามบ่าย
"ไอ้บ้านั่นมันบ้าไปแล้วหรือไงวะ!" เสียงสบถลอดไรฟันของธันวา ดังขึ้นอย่างเหลืออดจากโซฟาฝั่งตรงข้าม ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ เขากวาดสายตามองไปยังคีย์ด้วยความรู้สึกคุกรุ่นที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล "มันเป็นแค่พนักงานกระจอกที่เพิ่งถูกไล่ออกจากบริษัทไม่ใช่หรือไง? เอาเงินมาจากไหนวะ ถึงกล้าประมูลแข่งกับกิลด์การค้าเซาท์เทิร์นของฉัน!"
ริน ซึ่งนั่งเคียงข้างคีย์อย่างสงบเรียบร้อยในชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มเหลือบประกาย หันมามองชายหนุ่มผู้เป็นที่รักด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย มือเรียวบางเอื้อมไปสัมผัสหลังมือของคีย์แผ่วเบาเพื่อส่งผ่านความอบอุ่น
"คีย์ครับ... ของชิ้นนั้นมันจำเป็นจริงๆ หรือเปล่าคะ... เอ๊ย... ครับ?" รินเกือบเผลอหลุดปากพูดคำคุ้นเคย แต่ก็รีบเปลี่ยนสรรพนามทันtiเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากของชายหนุ่มที่ส่งกลับมา
คีย์หันมาสบตากับหญิงสาว แววตาที่เคยเยือกเย็นและดุดันยามมองศัตรูพลันอ่อนแสงลงจนแทบละลาย เขากุมมือบางนั้นไว้แน่นด้วยความทะนุถนอม "สำหรับผมแล้ว ไม่มีอะไรที่ฟุ่มเฟือยเกินไป... หากสิ่งนั้นสามารถทำให้คุณยิ้มได้ และที่สำคัญที่สุด..."
คีย์หันกลับไปมองทางฝั่งของธันวา สายตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่กรีดลึกถึงกระดูกดำ "ผมแค่อยากสอนบทเรียนราคาแพงให้เด็กน้อยที่ยังไม่รู้จักโลกกว้าง... ว่าบางครั้ง การมีเงินอย่างเดียวมันไม่พอหรอกครับ มันต้องมี 'ระบบ' ที่คอยหนุนหลังแบบไร้ขีดจำกัดด้วย"
พิธีกรบนเวทีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้า แม้แต่ผู้ทรงอิทธิพลระดับมหาเศรษฐีหลายคนที่นั่งอยู่รอบข้างยังต้องพากันเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าเสนอราคาสู้กับชายปริศนาผู้กุมกระเป๋าเงินไร้ก้นบึ้งคนนี้อีกต่อไป
"ส... สองพันล้านเครดิต! ครั้งที่หนึ่ง!" เสียงของพิธีกรสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด
ธันวาลุกพรวดขึ้นจากโซฟาจนเก้าอี้ล้มคว่ำ เขาทนไม่ได้ที่ถูกเมินเฉยและถูกเหยียบย่าห์ศักดิ์ศรีต่อหน้าแขกเหรื่อระดับสูงนับร้อยชีวิตในงานนี้ ชายหนุ่มพุ่งสายตาอาฆาตมาดร้ายมาที่คีย์ ก่อนจะตะโกนลั่นด้วยความเดือดดาล
"แกเป็นใครกันแน่! อย่าคิดว่ามีเงินแค่ไม่กี่บาทแล้วจะมาทำเป็นอวดเบ่งในงานประมูลระดับนี้ได้นะเว้ย! การประมูลครั้งนี้ กิลด์การค้าเซาท์เทิร์นของฉันได้กว้านซื้อสิทธิ์พิเศษไว้หมดแล้ว แกไม่มีทางชนะฉันหรอก!"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงชั่วขณะ ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่คีย์เพื่อรอดูท่าที แต่สิ่งที่พวกเขาได้รับกลับไม่ใช่ความตื่นกลัว หรือความลังเลอย่างที่ธันวาคาดคิด
คีย์เพียงแค่ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้าๆ อย่างใจเย็น ราวกับเสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนนไม่มีค่าพอให้เขาต้องใส่ใจ เขาค่อยๆ วางแก้วลงบนโต๊ะกระจกใส เสียงกระทบเบาๆ นั้นกลับดังสะท้อนก้องในความรู้สึกของทุกคน
"เงินไม่กี่บาทงั้นหรือครับ?" คีย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่น่าเกรงขามจนธันวาถึงกับชะงัก "คุณธันวาครับ โลกนี้น่ะกว้างใหญ่เกินกว่าที่คุณจะจินตนาการออก และคนที่คุณคิดว่าเป็นแค่ 'พนักงานกระจอก' คนนั้น... ตอนนี้คือเจ้าของสัดส่วนหุ้นใหญ่ที่สุดในบริษัทที่คุณกำลังภาคภูมิใจอยู่นะครับ"
สิ้นคำพูดนั้น ทั่วทั้งห้องโถงก็พลันเกิดเสียงฮือฮาขึ้นทันที ธันวาหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด เขารีบหันไปมองผู้จัดการส่วนตัวที่ยืนอยู่ด้านหลัง ซึ่งกำลังก้มหน้าหลบสายตาด้วยความหวาดกลัว นั่นคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด!
"ไม่... ไม่จริง! แกโกหก!" ธันวาคำรามลั่น สติหลุดกระเจิงด้วยความแค้น "ประธานบริษัทไม่มีทางขายหุ้นให้แกแน่ๆ! แกมันก็แค่...!"
"ถ้าไม่เชื่อ... คุณลองเช็คหน้าจอแท็บเล็ตของคุณตอนนี้ดูสิครับ" คีย์ยิ้มเยาะอย่างเหนือกว่า "บางที... ข้อความแจ้งเตือนการปลดฟ้าผ่า อาจจะส่งตรงถึงมือถือของคุณพอดีก็ได้นะครับ"
ธันวารีบควักสมาร์ทโฟนออกจากกระเป๋าเสื้อด้วยมือที่สั่นเทา หน้าจอสว่างวาบขึ้นพร้อมกับอีเมลจากบอร์ดบริหารสูงสุด เนื้อหาด้านบนระบุชัดเจนด้วยตัวอักษรสีแดงฉาน— *'คุณถูกปลดออกจากตำแหน่งรองประธานและผู้ถือหุ้นทั้งหมด ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป'*
เข่าของธันวาทรุดฮวบทันที โลกทั้งใบคล้ายพังทลายลงตรงหน้า ความหยิ่งยศและทรัพย์สินเงินทองที่เคยครอบครอง ถูกพรากไปจนหมดสิ้นภายในเวลาไม่ถึงนาทีด้วยน้ำมือของชายผู้ที่เขาเคยเหยียบย่ำมาตลอด
"สองพันล้านเครดิต... ครั้งที่สาม... ขายแล้วครับ!"
เสียงค้อนประมูลตอกลงอย่างหนักหน่วง พร้อมกับเสียงดนตรีเฉลิมฉลองที่ดังขึ้น ทว่าไม่มีใครสนใจวัตถุโบราณบนเวทีอีกต่อไป ทุกสายตากลับพากันหันมามองคีย์และรินที่ยืนเคียงคู่กันอย่างสง่างาม
คีย์หยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ไม่มีลวดลายใดๆ นอกจากชิปทองคำบริสุทธิ์ส่งให้กับเจ้าหน้าที่สนามประมูล รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าเมื่อระบบในหัวส่งเสียงแจ้งเตือนความสำเร็จดังขึ้น *ติ๊ง! หักยอดเงินสำเร็จ: 2,000,000,000 เครดิต (ยอดคงเหลือในระบบ: อนันต์)*
ทว่า ในวินาทีที่การทำธุรกรรมเสร็จสิ้นลง และแสงไฟสปอตไลท์กำลังสาดส่องลงมาที่พวกเขาทั้งสองคนนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสิบก็ดังขึ้นจากประตูด้านหลังห้องโถง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายชุดดำสวมแว่นตากันแดดที่เดินแหวกฝูงชนเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ
ชายผู้เดินนำหน้าสุดถอดแว่นออก เผยให้เห็นใบหน้าเคร่งขรึมของมือขวาคนสนิทจากตระกูลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ ซึ่งไม่ควรจะมาปรากฏตัวอยู่ในสถานที่แบบนี้ได้
"นายท่านครับ..." ชายคนนั้นค้อมตัวลงต่ำต่อหน้าคีย์ด้วยความเคารพสูงสุด ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง "เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวพร้อมแล้วครับ... แต่ทว่า ทางเราเพิ่งได้รับรายงานด่วนจากศูนย์บัญชาการหลักว่า มีบุคคลปริศนาพยายามเจาะเข้าระบบความปลอดภัยระดับสูงสุดของเกาะส่วนตัวที่เราเพิ่งกว้านซื้อเมื่อเช้าครับ"
คีย์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาที่คมกราบราวกับใบมีด
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของกิลด์มาสเตอร์เอสด้วยดีเสมอมาครับ
ล็อกอินวันแรก ระบบเปย์คลั่งสั่งให้ผมเป็นเจ้าของโลก•ตอนที่ 19
งานประมูลที่ไม่จบง่ายๆ
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ระบบเปย์คลั่งสั่งให้ผมเป็นเจ้าของโลก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!