เสียงกระดาษรายงานงบการเงินถูกวางกระแทกบนโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น จนพนักงานทั้งแผนกบัญชีต้องสะดุ้งเฮือก รินก้มมองเอกสารแผ่นนั้นด้วยแววตานิ่งสงบ แม้ในใจจะรู้ดีว่านี่คือเกมการกลั่นแกล้งรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่ทราบได้จากผู้관ที่มีอำนาจเหนือกว่าในบริษัท
"ทำแบบนี้หมายความว่ายังไง ยอดบัญชีติดลบสามแสนบาท เธอเป็นคนดูแลส่วนนี้โดยตรง จะรับผิดชอบยังไงไหว ริน?" เสียงแหลมสูงของหัวหน้าแผนกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัด เพื่อประจานหญิงสาวให้ขายหน้าต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน
รินเงยหน้าขึ้น สบตากับอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว มือเรียวบางประสานกันบนตักเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ "ดิฉันตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วค่ะ ยอดนี้ถูกโอนออกไปตามคำสั่งอนุมัติเร่งด่วนที่คุณเซ็นเองเมื่อสัปดาห์ก่อน หากต้องการให้ชี้แจงเอกสารตัวจริง เชิญตรวจสอบที่แฟ้มสีแดงบนโต๊ะของคุณได้เลยค่ะ"
น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทรงพลัง และเฉียบคม จนหัวหน้าแผนกหน้าเสียไปชั่วขณะ เพราะรู้ดีว่าหลักฐานทุกอย่างมัดตัวแน่นหนา แต่ก่อนที่บรรยากาศจะตึงเครียดไปมากกว่านั้น เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อของรินก็สั่นครืดขึ้นมา
เธอก้มลงมองหน้าจอ ปรากฏข้อความสั้นๆ จากเบอร์คุ้นเคยที่ทำให้หัวใจที่กำลังเหนื่อยล้าอุ่นวาบขึ้นมาทันที
*[เลิกงานแล้วใช่ไหมครับ? คนดีของผม รอผมที่ล็อบบี้ตึกนะ วันนี้เรามีภารกิจสำคัญต้องไปทำร่วมกัน]*
รินอมยิ้มบางๆ โดยไม่รู้ตัว ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาทั้งวันราวกับถูกปัดเป่าหายไปในพริบตา เธอลุกขึ้นเก็บกระเป๋าโดยไม่สนใจสายตาอิจฉาริษยาของรอบข้าง เดินออกไปจากห้องทำงานนั้นราวกับนางพญาที่ไม่ได้ให้ค่ากับเสียงเห่าหอนของสุนัขข้างทางแม้แต่น้อย
ณ บริเวณหน้าตึกสำนักงานใหญ่ ลมยามเย็นพัดผ่านเบาๆ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของผู้คนนับร้อยไม่ใช่บรรยากาศรอบตัว แต่เป็นรถซูเปอร์คาร์สีดำเงาวับรุ่นลิมิเต็ดอิดิชันที่จอดเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงหน้าทางเข้า ประตูแบบปีกนกถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทตัดเย็บอย่างประณีต คีย์ก้าวขาลงมาจากรถ ใบหน้าหล่อเหลาเยือกเย็นฉายแววอ่อนโยนทันทีที่สบตากับร่างบางที่กำลังเดินเข้ามาหา
"รินครับ ทางนี้ครับ" คีย์เอ่ยเรียกเสียงนุ่ม พร้อมกับเดินเข้าไปรับกระเป๋าจากมือเธออย่างเป็นธรรมชาติ
"คีย์... มารอนานไหมคะ? แล้วรถคันนี้..." รินกระพริบตาปริบๆ ด้วยความประหลาดใจ เพราะเธอรู้ดีว่าคีย์เพิ่งเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ไม่นาน แต่รถคันที่อยู่ตรงหน้านี้มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าแปดหลักอย่างแน่นอน
คีย์เพียงแค่ยิ้มมุมปาก ยื่นมือไปเกลี่ยปอยผมที่ปลิวมาปรอทใบหน้าของเธออย่างทะนุถนอม "สำหรับคนสำคัญที่สุดในชีวิตผม ไม่มีอะไรที่แพงเกินไปหรอกครับ วันนี้ผมมีเซอร์ไพรส์ที่ใหญ่กว่านี้รออยู่ ขึ้นรถเถอะครับ"
รถซูเปอร์คาร์พุ่งทะยานออกไปอย่างนุ่มนวล มุ่งหน้าสู่ย่านชานเมืองอันเงียบสงบและเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการบ้านจัดสรรระดับซูเปอร์ลักชัวรีที่แม้แต่เศรษฐีระดับแถวหน้าของประเทศยังต้องต่อคิวรอซื้อ รินมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างด้วยความสงสัย จนกระทั่งรถคันงามเลี้ยวผ่านซุ้มประตูโครงการหรูและหยุดลงหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่โตมโหฬารสไตล์ยุโรปโมเดิร์นที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ส่วนตัว
รินก้าวลงจากรถ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง คฤหาสน์หลังนี้โอบล้อมด้วยสวนสวย น้ำพุคลาสสิก และระบบรักษาความปลอดภัยระดับไฮ엔ด์ ทุกอย่างดูราวกับภาพฝันที่เธอไม่เคยกล้าแม้แต่จะจินตนาการถึง
"คีย์... พาเรามาที่นี่ทำไมคะ?" รินหันไปมองชายหนุ่ม เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก
คีย์เดินเข้ามาโอบไหล่บางของเธอไว้ หลุบตามองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความจริงจัง "ผมเคยบอกคุณแล้วใช่ไหมครับริน ว่าผมจะทำให้คุณและครอบครัวมีความสุขสบาย ไม่ต้องก้มหัวให้ใครอีกต่อไป บ้านหลังนี้... ไม่ได้ซื้อไว้เพื่อผมคนเดียวนะครับ"
ในวินาทีนั้น ประตูรั้วอัตโนมัติของคฤหาสน์ก็เปิดออก รถตู้โดยสารคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดสนิท ประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างของพ่อและแม่ของรินก้าวลงมาด้วยความงงงวยและตื่นตระหนก พวกท่านเดินทางมาถึงที่นี่ตามคำบอกเล่าของคีย์ผ่านทางโทรศัพท์
"พ่อครับ แม่ครับ เชิญครับ" คีย์ผายมือต้อนรับด้วยความเคารพอย่างสูง
แม่ของรินอ้าปากค้าง มองหน้าลูกสาวสลับกับคีย์ ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตัน "ทะ... ท่านคีย์ นี่มันหมายความว่ายังไงลูก? บ้านหลังใหญ่โตขนาดนี้... พวกเราไม่มีปัญญาซื้อหรอกนะลูกนะ"
คีย์ยิ้มอบอุ่น เดินเข้าไปประคองมือของทั้งสองท่านไว้ด้วยความนอบน้อม "คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินเลยครับ บ้านหลังนี้โอนกรรมสิทธิ์เป็นชื่อของพวกท่านเรียบร้อยแล้วครับ เอกสารทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และไม่มีภาระหนี้สินใดๆ ทั้งสิ้น นี่คือสิ่งตอบแทนที่พวกท่านเลี้ยงดูรินมาอย่างดี และอนุญาตให้ผู้ชายคนนี้ได้ดูแลเธอครับ"
คำพูดนั้นหนักแน่นและจริงใจราวกับค้อนเหล็กที่ตอกย้ำลงกลางใจของคนเป็นพ่อและแม่ รินโผเข้าสวมกอดมารดาแน่น น้ำตาสายเลือดแห่งความตื้นตันไหลรินอาบสองแก้ม เธอมองหน้าคีย์ด้วยความรู้สึกที่ล้นปรี่จนบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ ผู้ชายคนนี้... เปล่งประกายเจิดจ้าเสียจนเธอกลัวว่านี่จะเป็นความฝัน
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนซาบซึ้ง เสียงปรบมือเยาะเย้ยดังขึ้นจากด้านนอกรั้วคฤหาสน์ทำลายความเงียบสงบลงทันที
"แปะ แปะ แปะ... ช่างเป็นภาพครอบครัวที่น่าสมเพชเสียจริง ย้ายสำมะโนครัวมาอยู่ในบ้านหรู แต่ไม่รู้ว่าไปกู้หนยืมสินหัวโตมาจากไหนถึงได้กล้าอาจเอื้อมมาอยู่หมู่บ้านนี้ได้"
เสียงกวนประสาทที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างในสูทแบรนด์เนมราคาแพง ธันวาเดินนتالเข้ามาด้วยท่าทีหยิ่งยโส เบื้องหลังของเขาคือชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำอีกสี่คน ใบหน้าของธันวาบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและรอยยิ้มเยาะเย้ย
รินสะดุ้งสุดตัว ถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นหน้าศัตรูตัวฉกาจที่เคยตามรังควานคีย์มาโดยตลอด ขณะที่พ่อและแม่ของเธอก็หน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ
คีย์ค่อยๆ ปล่อยมือจากไหล่ของริน เขาก้าวเดินช้าๆ ไปเผชิญหน้ากับธันวา แววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก อุณหภูมิรอบตัวราวกับลดลงจนติดลบในพริบตาเดียว
ธันวาหัวเราะในลำคอ เชิดหน้าขึ้นด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม "ไงไอ้คีย์ แกคิดว่ามีปัญญาซื้อบ้านหลังนี้ด้วยเงินเดือนกระจอกงอกง่อยของแกหรือไงวะ? บอกความจริงมาซะดีกว่าว่าแกไปโกงเงินบริษัทไหนมา ถึงได้กล้าเอาเงินสกปรกมาอวดรวยแถวนี้!"
คีย์หยุดยืนห่างจากธันวาเพียงแค่ก้าวเดียว รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม เขาหยิบสมาร์ทโฟนสีดำสนิทออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เลื่อนหน้าจอเพียงครั้งเดียวด้วยท่าทีสบายๆ
"โกงเงินบริษัทงั้นหรือครับ ธันวา..." คีย์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่ากังวานและทรงอำนาจจนธันวาชะงักไปชั่วขณะ "น่าเสียดายจังนะครับ ที่บริษัทที่คุณพ่อของคุณบริหารอยู่... ตอนนี้กำลังจะกลายเป็นบริษัทรกร้างในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าแล้วล่ะครับ"
ธันวาขมวดคิ้วแน่น หัวเราะลั่นออกมาทันที "ฮ่าๆๆ! แกสติหลอนไปแล้วหรือไงไอ้คีย์ บริษัทของตระกูลฉันมีมูลค่าเป็นพันล้าน แกเป็นแค่เศษสวะข้างถนน จะเอาปัญญาที่ไหนมาทำให้มันพังได้วะ!"
คีย์ไม่ได้โต้เถียง เขาเพียงแค่กดปุ่มยืนยันการทำธุรกรรมบนหน้าจอระบบลับ พร้อมกับเอ่ยประโยคสั้นๆ ที่ทำให้เลือดในกายของธันวาเย็นเฉียบ
"ระบบ... ซื้อกิจการทั้งหมดของตระกูลธันวาด้วยเงินสด... ดำเนินการทันทีครับ"
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของธันวาดังขึ้นพร้อมกันนับสิบเครื่อง ลูกน้องด้านหลังของธันวาต่างหน้าซีดเผือดเมื่อโทรศัพท์ในมือของพวกเขาสั่นไม่หยุด ร่างของธันวาแข็งค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระบาลในยามวิกาล!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของกิลด์มาสเตอร์เอสด้วยดีเสมอมาครับ
ล็อกอินวันแรก ระบบเปย์คลั่งสั่งให้ผมเป็นเจ้าของโลก•ตอนที่ 18
ซื้อบ้านให้พ่อแม่ริน
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ระบบเปย์คลั่งสั่งให้ผมเป็นเจ้าของโลก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!