“คุณพูดว่าอะไรนะ... คีย์?”
เสียงของธันวาขาดห้วงราวกับแผ่นเสียงตกร่อง ริมฝีปากที่เคยเหยียดยิ้มเยาะค้างเติ่งอยู่บนใบหน้าขาวสะอาดที่บิดเบี้ยวด้วยความตกตะลึง ดวงตาคู่คมเบิกกว้างจนแทบถลนออกมาเมื่อสมองพยายามประมวลผลประโยคที่เพิ่งหลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มที่เขาเพิ่งเหยียดหยามว่าเป็นไอ้ขี้แพ้
รอบกายของพวกเขา ณ ใจกลางห้างสรรพสินค้าหรูหรา บรรยากาศรอบด้านพลันเงียบสงบลงราวกับมีใครกดปุ่มหยุดเวลา เสียงดนตรีบรรเลงเบา ๆ จากร้านอาหารรอบข้างราวกับถูกกลืนหายไป เหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบา ๆ และเสียงหัวใจของใครหลายคนที่เต้นรัวระรัว
พนักงานต้อนรับสาวสวยที่เมื่อครู่ยังยืนทำหน้าดูแคลน ร่างกายสั่นเทิ้มขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ เธอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ใบหน้าที่เคยเชิดขึ้นด้วยความหยิ่งทะนงซีดเผือดลงจนแทบไร้สีเลือด ตึกหลังนี้... ตึกคอมเพล็กซ์มูลค่าหลายหมื่นล้านที่เธอกำลังยืนเหยียบอยู่ ถูกซื้อไปแล้วอย่างนั้นหรือ? และคนที่ซื้อ... คือผู้ชายธรรมดาคนที่เธอกับธันวาเพิ่งหัวเราะเยาะไปเมื่อไม่กี่นารีก่อนหน้านี้
รินยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังคีย์ มือเรียวบางที่กำชายเสื้อสูทราคาแพงของเขาไว้แน่นคลายออกเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยมองแผ่นหลังกว้างที่ดูอบอุ่นและมั่น
คงด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอก ความตื้นตัน ความภาคภูมิใจ และความรักที่ล้นปรี่จนแทบจะหยาดรินออกมาเป็นหยดน้ำตา ผู้ชายคนนี้... คนที่อยู่เคียงข้างเธอในวันที่กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประทังชีวิต คนที่ยอมก้มหัวให้คนอื่นเพื่อหาเงินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แม่ของเธอ วันนี้ เขาก้าวขึ้นมาเป็นยืนอยู่บนจุดสูงสุดที่แม้แต่พวกคาบช้อนเงินช้อนทองอย่างธันวาจะต้องก้มหัวให้
“หูหนวกหรือไงครับ?” คีย์เอ่ยทวนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เยือกเย็น แต่ทรงพลังจนกดทับบรรยากาศรอบข้างให้หนักอึ้ง เขากวาดสายตาคมกริบมองหน้าธันวาช้า ๆ ก่อนจะปรายตามองผู้จัดการร้านที่เพิ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในวงสนทนา
“มะ... หมายความว่ายังไงครับคุณคีย์? เรื่องโฉนดตึก...” ผู้จัดการร้านหน้าซีดเป็นไก่ต้ม เหงื่อกาฬไหลโทรมหน้าผาก เขาจำคีย์ได้แม่นยำ เพราะเมื่อครู่เพิ่งจะปฏิเสธการให้บริการและออกปากไล่ตะเพิดไปตามคำสั่งของธันวา ใครจะไปคิดว่าพนักงานต๊อกต๋อยที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าตลาดนัดคนนี้ จะพลิกโฉมกลายเป็นเจ้าของตึกที่เขาเช่าพื้นที่อยู่!
คีย์ไม่ได้สนใจผู้จัดการร้านผู้น่าสงสาร เขายื่นมือไปหยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูขึ้นมา ปลายนิ้วเรียวกดเพียงไม่กี่ครั้ง หน้าจอโฮโลแกรมสีดำสนิทจากระบบเปย์คลั่งก็สว่างวาบขึ้นมากลางอากาศ—มีเพียงเขาคนเดียวที่มองเห็นมัน
[ระบบ: ตรวจพบคำสั่งซื้อสิทธิ์ขาดในการบริหารจัดการอาคาร 'แกรนด์ พลาซ่า' เสร็จสิ้น]
[ยอดเงินหักออกจากบัญชี: 4,500,000,000 บาทถ้วน]
[ยอดเงินคงเหลือในบัญชี: 995,500,000,000 บาทถ้วน]
[ท่านได้รับการเลื่อนขั้นเป็น 'เจ้าของเขตเศรษฐกิจ' ระดับ 1]
“ส่งอีเมลยืนยันสิทธิ์ความเป็นเจ้าของไปให้ฝ่ายบริหารตึกเรียบร้อยแล้วนะครับ” คีย์กล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าก้องกังวานไปทั่วบริเวณ “และพวกคุณสามคน... ทั้งคุณ ผู้จัดการร้าน และแม่นางพญาที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ตรงนั้น... มีเวลาสามนาทีในการเก็บข้าวของแล้วไสหัวออกไปจากพื้นที่ของผม”
คำว่า 'ไสหัวออกไป' ถูกพ่นออกมาด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดและเยimplementedเยียบเสียจนธันวาสัมผัสได้ถึงความหนับหน่วงที่แผ่ซ่านมาจากกระดูกสันหลัง
“มะ... ไม่จริง!” ธันวาแผדเสียงออกมาด้วยความเหลือเชื่อ สติของเขาหลุดลอยไปชั่วขณะ ความอัปยศอดสูพุ่งทะยานขึ้นมาจนใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยว “แกเป็นใครวะไอ้คีย์! แกเอาเงินที่ไหนมาซื้อตึกบ้าๆ นี่! แกมันก็แค่ไอ้ขี้แพ้ที่เกาะผู้หญิงกิน! แกโกหก! ตึกนี่เป็นของตระกูลฉัน! พ่อฉันถือหุ้นใหญ่—!”
“หุ้นใหญ่?” คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่มันกลับทำให้ธันวาเสียวสันหลังวาบ “คุณหมายถึงบริษัทอสังหาฯ ของคุณพ่อคุณที่กำลังกู้หนี้จนหัวโตเพื่อรอวันล้มละลายใช่ไหมครับ? อ่า... ถ้าจำไม่ผิด เมื่อสิบนาทีที่แล้ว ผมเพิ่งสั่งให้บริษัทลูกของผมกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดที่ครอบครัวคุณค้ำประกันไว้เรียบร้อยแล้วล่ะนะ”
ธันวาชะงักงัน ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระบาล ดวงตาเบิกโพ้าง “แก... แกพูดว่าอะไรนะ?”
“แปลว่าตอนนี้...” คีย์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ธันวาช้าๆ แรงกดดันมหาศาลจากมหาเศรษฐีผู้กุมความลับของโลกกดทับจนธันวาต้องถอยหลังกรูด “พ่อของคุณ... กำลังจะกลายเป็นบุคคลล้มละลาย และครอบครัวของคุณ... กำลังจะกลายเป็นขอทานเร่ร่อนภายในวันนี้”
เพล้ง!
ราวกับโลกทั้งใบพังทลายลงตรงหน้า ธันวาร่างกายอ่อนยวบลงไปกองกับพื้น เขาไม่อาจหาคำพูดใดมาโต้แย้งได้อีกต่อไป ความมั่นใจ ความหยิ่งยศ และชาติตระกูลที่เคยใช้เหยียบย่ำคนอื่น ถูกขยี้จนแหลقละเอียดไม่เหลือชิ้นดีด้วยเงินเพียงประโยคเดียวของคนที่เขาดูถูกมาตลอดชีวิต
ทว่า... ในวินาทีที่ความวุ่นวายกำลังถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง
“คีย์คะ...!”
เสียงหวานที่เจือด้วยความร้อนรนและคราบน้ำตาทำให้คีย์ต้องชะงัก รินเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างของใครบางคนที่แหวกฝูงชนเข้ามาด้วยสภาพที่น่าเวทนา
หญิงสาวในชุดเดรสราคาแพงที่เคยเชิดหน้าชูตาอยู่ในสังคมไฮโซ—ลิลลี่ แฟนเก่าของคีย์ผู้ที่ทิ้งเขาไปหาธันวาอย่างไร้เยื่อใยเมื่อสามเดือนก่อน ในวันที่คีย์ไม่มีแม้แต่เงินจะกินข้าว
เวลานี้ ลิลลี่ไม่ได้มีความสวยงามหลงเหลืออยู่เลย เครื่องสำอางบนใบหน้าเลอะเปรอะเปื้อนคราบน้ำตา เส้นผมยุ่งเหยิง เธอกระโจนเข้ามาหาคีย์อย่างหมดสภาพ หมายจะคว้าแขนเสื้อของเขาไว้เหมือนเช่นวันวาน
“คีย์! ช่วยฉันด้วยเถอะนะ!” ลิลลี่โผเข้าหาชายหนุ่ม น้ำตาไหลพรากอาบแก้ม “ฮือ... คีย์คะ ฉันรู้ว่าคุณยังรักฉันอยู่! ผู้หญิงคนนั้นมันไม่มีอะไรเทียบฉันได้เลยนะคีย์! เราเคยรักกันมากไม่ใช่เหรอคะ? ช่วยครอบครัวฉันด้วย ฮือ... ธันวาบ้าไปแล้ว เขาหลอกฉัน! ช่วยฉันหน่อยเถอะนะคีย์ นะคะ...!”
บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาจับจ้องมาที่ฉากละครฉากใหญ่นี้ด้วยความระทึก
รินขยับตัวเข้ามาใกล้คีย์เล็กน้อย แม้แววตาจะฉายแววเจ็บปวดขึ้นมาวูบหนึ่งจากอดีตที่เคยถูกแย่งชิง แต่เธอก็เลือกที่จะเงียบและมอบความเชื่อใจทั้งหมดให้ชายหนุ่มผู้เป็นที่รัก
คีย์ก้มมองหญิงสาวที่กำลังคุกเข่ากอดขาของตนเองอย่างสมเพช แววตาของเขาไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ ไร้ซึ่งความโกรธแค้น—มันว่างเปล่า ราวกับเธอก็เป็นเพียงแค่มดปลวกตัวหนึ่งที่ไม่มีค่าแม้แต่จะปรายตาแล
“ปล่อยมือครับ” คีย์เอ่ยเสียงเรียบ
“ไม่! คีย์คะ ฉันรักคุณนะ! คนที่อยู่เคียงข้างคุณตั้งแต่แรกควรจะเป็นฉันสิ! ผู้หญิงคนนี้มันก็แค่นั่งรอความสบาย—!”
พรวด!
คีย์ขยับเท้าถอยหลังเล็กน้อยอย่างรังเกียจ ก่อนจะก้มลงมองหน้าลิลลี่ที่เงยขึ้นมองเขาด้วยความคาดหวัง เขาเหยียดยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ธันวาและคนที่พบเห็นต่างต้องขนลุกซู่
“รักผมเหรอครับ?” คีย์ทวนคำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “วันที่ผมไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อยาให้แม่ผม คุณบอกว่าผมมันเป็นตัวถ่วงชีวิต แล้วสะบัดก้นไปนอนกกกับไอ้เวรนี่... วันนี้ พอเห็นผมรวย คุณกลับคลานสุนัขมาขอความรักจากผมอย่างนั้นเหรอ?”
ลิลลี่หน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก “คีย์... ฉัน... ฉันมีเหตุผลนะ...”
“ไม่ต้องอธิบายหรอกครับ...”
คีย์หยิบกระเป๋าสตางค์หนังแท้ราคาแพงออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น เขาดึงปึกธนบัตรสีม่วงมูลค่าสูงสุดออกมาหนึ่งปึกหนาเตอะ—เงินสดนับแสนบาทที่เตรียมไว้สำหรับใช้จ่ายยามฉุกเฉิน
ชายหนุ่มมองหน้าลิลลี่ด้วยแววตาที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็ง ก่อนจะโยนปึกเงินนั้นใส่หน้าของหญิงสาวอย่างแรง!
แป๊ก!
ธนบัตรปึกหนากระแทกเข้ากับใบหน้าของลิลลี่เต็มแรงจนเธอนั่งหงายหลังล้มลงไปกองกับพื้น เงินสดนับร้อยใบกระจายเกลื่อนกราดไปทั่วพื้นหินอ่อน สะท้อนแสงไฟระยิบระยับท่ามกลางความเงียบงันของฝูงชน
“ค่าตัวของคุณ สำหรับการเป็น ‘ขยะ’ ที่ผมเคยเก็บมาเลี้ยงเมื่อสามเดือนก่อน...” คีย์ก้มมองเธอนิ่งๆ “เก็บเงินพวกนี้แล้วไสหัวออกไปจากชีวิตผมซะ อย่าให้ผมต้องเห็นหน้าพวกคุณอีก ไม่อย่างนั้น... ผมจะทำให้พวกคุณไม่มีแผ่นดินจะอยู่”
ลิลลี่นั่งอึ้งน้ำตาไหลพรากด้วยความอัปยศอดสูถึงขีดสุด เธอมองเงินที่กระจายอยู่บนพื้นสลับกับใบหน้าที่หล่อเหลาแต่เย็นชาไร้หัวใจของคีย์ สติของเธอขาดผึ่งลงตรงนั้น
ในจังหวะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับความเด็ดขาดอย่างไร้ปรานีของคีย์นั่นเอง...
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ตโฟนในมือของคีย์ดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาหยิบมันขึ้นมาดู ปรากฏข้อความป๊อปอัปสีทองอร่ามจากระบบเปย์คลั่งที่ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตา
[ระบบ: แจ้งเตือนภารกิจลับ ‘กวาดล้างรากเหง้าอภิมหาเศรษฐี’ เสร็จสมบูรณ์]
[รางวัลโบนัสพิเศษ: หุ้น 51% ของธนาคารกลางระดับประเทศ ถูกโอนเข้าสู่กรรมสิทธิ์ของท่านเรียบร้อยแล้ว]
[และ... มีสายเรียกเข้าเร่งด่วนจากบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ กำลังรอการเชื่อมต่อ...]
คีย์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อหน้าจอปรากฏชื่อของผู้ที่โทรเข้ามา—ชายชราผู้กุมอำนาจสูงสุดในวงการการเงินของประเทศที่แม้แต่นายกรัฐมนตรียังต้องเข้าหาด้วยความยำเกรง
เขากดรับสายด้วยมือข้างเดียว ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบฮอลล์ที่ทุกคนกำลังคุกเข่าสยบแทบเท้า
“สวัสดีครับท่าน... มีธุระอะไรกับเจ้าของประเทศคนใหม่หรือเปล่าครับ?”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กิลด์มาสเตอร์เอส" มา ณ ที่นี้นะครับ
ล็อกอินวันแรก ระบบเปย์คลั่งสั่งให้ผมเป็นเจ้าของโลก•ตอนที่ 3
แฟนเก่าหน้าหงาย
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ระบบเปย์คลั่งสั่งให้ผมเป็นเจ้าของโลก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!