เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของธันวายังคงก้องกังวานอยู่ในโถงทางเดินหรูหราของตึกใหญ่ แต่คำพูดของผมที่สวนกลับไปเมื่อครู่ราวกับมีดสั้นอาบยาพิษที่กรีดแทงลงกลางใจของมันจนรอยยิ้มเสแสร้งบนใบหน้านั้นบิดเบี้ยวในพริบตา
“สวัสดีครับท่าน... มีธุระอะไรกับเจ้าของประเทศคนใหม่หรือเปล่าครับ?”
ประโยคสั้นๆ ที่ผมเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนทำให้พนักงานรักษาความปลอดภัยและผู้จัดการสาขาที่ยืนอยู่ใกล้เคียงถึงกับเข่าอ่อนยวบลงไปกองกับพื้น ธันวาหน้าซีดเผือก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มันจ้องมองผมสลับกับร่างของรินที่ยืนเคียงข้างด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวระคนไม่อยากเชื่อ
“เป็นไปไม่ได้... แก... แกเป็นแค่ไอ้พนักงานจนตรอกที่ฉันเพิ่งไล่ออกไปเมื่อวานนี้เองนะ!” ธันวาแผדเสียงคำรามออกมาอย่างคนเสียสติ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยวและอัปยศ “แกเอาเงินที่ไหนมาซื้อตึกนี้! อย่ามาโกหกพอกพูนความน่าสมเพชให้มันมากนักเลย!”
ผมไม่ได้ตอบคำถามโง่ๆ ของมัน รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปากเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ผมจะหันไปมองริน หญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจของผม รินกำลังกุมมือผมแน่น ฝ่ามือของเธอยังคงสั่นเทาเล็กน้อยจากความกดดันที่สะสมมานาน แต่นัยน์ตากลมโตคู่นั้นกลับฉายแววเด็ดเดี่ยวและเชื่อมั่นในตัวผมอย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย เธอไม่เคยทิ้งผมไปไหน แม้ในวันที่เรามีเงินเหลือติดบัญชีเพียงแค่หลักสิบเพื่อประทังชีวิต
“เราไปกันเถอะครับริน” ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและนุ่มนวลที่สุด ต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ “รถคันเก่าของคุณพ่อคุณที่เพิ่งพังไปเมื่อสัปดาห์ก่อน สมควรแก่เวลาที่จะต้องถูกปลดระวางเสียที วันนี้ผมจะพาคุณไปเลือกของขวัญชิ้นเล็กๆ น้อยๆ เพื่อชดเชยเวลาที่เราต้องลำบากกันมานาน”
รินกะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากทักท้วงอะไร มือหนาของผมก็จูงเธอเดินผ่านร่างของธันวาที่ยืนตัวสั่นเทาด้วยความแค้นเคืองออกไปอย่างสง่างาม โดยไม่ชายตาแลไอ้ขยะสังคมที่ครั้งหนึ่งเคยเหยียบย่ำเราเลยแม้แต่น้อย
เป้าหมายของเราไม่ใช่ที่นี่... แต่เป็นโชว์รูมรถยนต์ซูเปอร์คาร์นำเข้าระดับโลกที่ตั้งอยู่ใจกลางมหานครแห่งนี้
ผ่านไปไม่ถึงยี่สิบนาที รถลิมูซีนหรูที่ระบบจัดเตรียมไว้ให้ก็จอดเทียบท่าหน้ากระจกใสบานมหึมาของโชว์รูม ‘Apex Hypercars’ สถานที่ซึ่งรวบรวมยานยนต์มูลค่าหลายร้อยล้านบาทไว้สำหรับมหาเศรษฐีระดับท็อปเท็นของโลกเท่านั้น ทันทีที่เราก้าวลงจากรถ พนักงานต้อนรับในชุดสูทสากลราคารับรองว่าแพงหูฉี่ก็รีบวิ่งกรูเข้ามาด้วยรอยยิ้มต้อนรับขับสู้ ทว่าเมื่อสายตาของพวกเขาเหลือบเห็นการแต่งตัวธรรมดาๆ ของรินและตัวผม รอยยิ้มเหล่านั้นก็พลันเปลี่ยนเป็นความดูถูกเหยียดหยามทันที
“ขอโทษด้วยนะครับคุณลูกค้า วันนี้ทางเราเปิดให้เข้าชมเฉพาะลูกค้าระดับ VIP ที่มีการนัดหมายล่วงหน้าเท่านั้น เกรงว่าชุดแต่งกายแบบนี้... จะไม่ค่อยเหมาะสมกับบรรยากาศภายในร้านสักเท่าไหร่ครับ” พนักงานขายชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพจอมปลอม สายตาของเขากวาดมองสำรวจผมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเย้ยหยัน
ผมแค่นسเสียงในลำคอเบาๆ
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบอัจฉริยะในสมองดังขึ้นพร้อมกับหน้าต่างโฮโลแกรมใสแจ๋วที่ปรากฏขึ้นเบื้องสายตา
[ระบบเปย์คลั่งแจ้งเตือน: ตรวจพบพนักงานมีพฤติกรรมดูถูกเหยียดหยามผู้ถือบัตรระดับพระเจ้า]
[ภารกิจพิเศษ: กวาดซื้อรถยนต์ที่แพงที่สุดในโชว์รูมภายใน 3 นาที เพื่อตบหน้าไอ้สวะพวกนี้ให้หน้าชา]
[รางวัลความสำเร็จ: หุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ซูเปอร์คาร์แบรนด์นี้จะตกเป็นของท่านทันที และเงินสดในบัญชีเพิ่มขึ้น 1,000 ล้านบาท]
มุมปากของผมกระตุกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ
“ไม่ต้องนัดหมายหรอกครับ เพราะวันนี้... ผมไม่ได้มาแค่เดินดู” ผมก้าวเข้าไปใกล้พนักงานคนนั้นทีละก้าว สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เริ่มไหวระริกของมัน “ผมมาเพื่อเหมาโชว์รูมนี้ต่างหาก”
“ฮ่าๆๆๆ!” พนักงานคนเดิมหลุดหัวเราะออกมาอย่างสุดจะกลั้น เช่นเดียวกับพนักงานคนอื่นๆ ที่ยืนอยู่รอบบริเวณ “ไอ้หนุ่ม แกเพิ่งตื่นนอนหรือไงวะ? รู้ไหมว่ารถคันถูกที่สุดในร้านนี้ราคาเท่าไหร่? สามสิบล้านบาทโว้ย! ไอ้หน้าตัวเมียอย่างแก แค่ค่ากาแฟในร้านนี้ยังไม่มีปัญญาจ่ายเลยด้วยซ้ำ อย่ามาทำเป็นอวดรวยแถวนี้ รีบไสหัวออกไปก่อนที่ฉันจะเรียก รปภ. มาโยนแกออกไป!”
รินหน้าเสียเล็กน้อย เธอเอื้อมมือมาดึงชายเสื้อของผมด้วยความกังวลใจ “คีย์คะ... พอเถอะค่ะ เราไปร้านอื่นกันเถอะนะ ไม่เห็นต้องมาเสียเวลากับคนพวกนี้เลย”
ผมหันไปสบตากับริน ส่งยิ้มอบอุ่นและสายตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจไปให้เธอ มือหนายกขึ้นลูบศีรษะของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา
“เชื่อใจผมนะครับริน วันนี้ไม่มีใครหน้าไหนบนโลกนี้ที่จะกล้าดูถูกคุณได้อีกต่อไป”
ผมหันกลับไปหาพนักงานขายคนนั้น ใบหน้าที่เคยเปื้อนยิ้มของผมแปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก มือล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทแล้วหยิบ ‘บัตรเครดิตโลหะสีดำสนิท’ ที่ไร้ลวดลายใดๆ นอกจากตราสัญลักษณ์รูปมงกุฎเพชรเปล่งประกายระยิบระยับออกมาวางลงบนเคาน์เตอร์กระจกเสียงดัง *เคร้ง!*
“คันที่แพงที่สุดในร้านนี้... เอามาจอดเทียบท่าให้ภรรยาผมเดี๋ยวนี้”
พนักงานคนดังกล่าวจ้องมองบัตรในมือด้วยความงุนงง ก่อนจะหัวร่อออกมาเสียงดังลั่น “ฮ่าๆๆ บัตรพลาสติกทำเองจากร้านของเล่นสินะเนียนดีนี่หว่า... เฮ้ย รปภ.! ลากคอไอ้บ้านี่ออกไปให้พ้นหูพ้นตาฉันที!”
รปภ. ร่างยักษ์สองคนก้าวเข้ามาหาผมอย่างคุกคาม แต่ก่อนที่มือสกปรกพวกนั้นจะทันได้แตะต้องตัวผม ประตูทางเข้าโชว์รูมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนของผู้จัดการใหญ่ประจำสาขาที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาด้วยความตกใจกลัวสุดขีด
“หยุดนะ! หยุดเดี๋ยวนี้ไอ้โง่!” ผู้จัดการใหญ่ตะโกนลั่นร้านจนทุกคนสะดุ้งโหยง เขาวิ่งมาหยุดตรงหน้าผมแล้วทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้นโชว์รูมอย่างไม่กลัวเสียฟอร์ม เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้าซีดเผือก
“ทะ... ท่านประธาน... ประธานบริษัทแม่จากต่างประเทศเพิ่งโทรศัพท์สายตรงมาแจ้งด่วนที่สุด... ว่าผู้ถือหุ้นใหญ่คนใหม่... และเจ้าของกรรมสิทธิ์แท้จริงของเครือบริษัทเราทั้งหมด... มาอยู่ที่สาขานี้แล้ว!” ผู้จัดการใหญ่ละล่ำละลักพูดด้วยความหวาดกลัวจนลิ้นแทบพันกัน
พนักงานขายคนที่เพิ่งดูถูกผมเมื่อครู่หน้าถอดสี ร่างกายของเขาสั่นเทายิ่งกว่าเจ้าเข้า “ผู้... ผู้ถือหุ้นใหญ่เหรอครับท่านผอ.? หมายความว่า...”
ผมก้มลงมองพนักงานปากดีคนนั้นด้วยสายตาที่เหยียดยามยิ่งกว่าฝุ่นใต้รองเท้า ก่อนจะหยิบบัตรเครดิตสีดำขึ้นมาถือไว้ในมือ แล้วยื่นไปเสียบเข้ากับเครื่องรูดบัตรอัตโนมัติที่ผู้จัดการใหญ่รีบถวายให้อย่างลิบลี้
“รูดซะ” ผมออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับก้องกังวานเสียดแทงประสาทสัมผัสของทุกคนในร้าน
*ปี๊บ! ติ๊ง!*
ไฟสีเขียวสว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงเครื่องพิมพ์ใบเสร็จที่ทำงานอย่างรวดเร็ว ตัวเลขยอดเงินหลายร้อยล้านบาทปรากฏหราบนหน้าจอพร้อมข้อความอนุมัติวงเงินที่ผ่านฉลุยอย่างไร้เงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น
ผู้จัดการใหญ่หน้าซีดเผือกยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นชื่อบนสลิปบัตรเครดิต เขาเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยความหวาดกลัวสุดขีดก่อนจะโขกศีรษะลงกับพื้นกระเบื้อง
“ยินดีต้อนรับครับ... ท่านประธานใหญ่! ยานยนต์ไฮเปอร์คาร์รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นมูลค่าสามร้อยล้านบาทคันนี้ เป็นกรรมสิทธิ์ของท่านและคุณผู้หญิงอย่างสมบูรณ์แบบแล้วครับ!”
บรรยากาศภายในโชว์รูมเงียบกริบลงในชั่วพริบตาเดียว เสียงเข็มนาฬิกายังดังชัดเจนยิ่งกว่าเสียงลมหายใจของพนักงานทุกคนที่ยืนแข็งค้างเป็นหิน รินอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง ดวงตากลมโตมองหน้าผมสลับกับรถสปอร์ตคันหรูที่พนักงานกำลังรีบวิ่งไปปลดผ้าคลุมออกอย่างลนลาน
ผมหันไปโอบไหล่บางของรินเข้าหาตัวอย่างทะนุถนอม รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นอีกครั้งเมื่อมองสบตาหญิงสาวผู้เป็นที่รักยิ่ง
“ชอบไหมครับริน... รถคันนี้เหมาะกับเจ้าของโลกคนใหม่ของเราหรือเปล่า?” ผมกระซิบถามเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
ทว่าในวินาทีที่รินกำลังจะอ้าปากตอบรับด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของผมก็สั่นครืนขึ้นมาอย่างรุนแรง หน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าปริศนาที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ แต่ปลายสายกลับส่งเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดลงจนหนาวยะเยือก
“เซอร์ไพรส์ไหมคีย์... แกคิดว่ารวยแค่ซื้อรถได้แล้วจะจบเหรอวะ? หันไปมองที่กระจกฝั่งซ้ายมือของแกสิ... หวังว่าแกจะยังไม่ลืมนะ ว่าคนที่จะต้องชดใช้ให้ฉันจริงๆ มันคืออะไร”
ผมหรี่ตาลงทันที สมองประมวลผลด้วยความเร็วแสงก่อนจะหันขวับไปมองผ่านกระจกใสของโชว์รูมออกไปด้านนอก... และในวินาทีนั้นเอง เลือดในกายของผมก็แทบจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง
---
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "กิลด์มาสเตอร์เอส" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ล็อกอินวันแรก ระบบเปย์คลั่งสั่งให้ผมเป็นเจ้าของโลก•ตอนที่ 4
ซื้อรถสปอร์ตในพริบตา
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ระบบเปย์คลั่งสั่งให้ผมเป็นเจ้าของโลก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!