เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานราคาแพงดังสนั่น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าของธันวาบิดเบี้ยวด้วยความสะใจ ดวงตาเรียวรีคู่นั้นจ้องมองภาพถ่ายในกระดาษรายงานด้วยความรู้สึกเหนือกว่าอย่างเต็มเปี่ยม
"คิดว่ามีเงินจากไหนไม่รู้ไม่กี่บาทแล้วจะปีนขึ้นมาเทียบชั้นกับตระกูลฉันได้งั้นเหรอ... ไอน้ำหน้าปลวก คีย์" ธันวาพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงต่ำลอดไรฟัน เขาเคาะนิ้วลงกับพื้นโต๊ะเป็นจังหวะอย่างใจเย็น รอคอยเวลาที่ความพินาศจะมาเยือนชีวิตของชายหนุ่มผู้บังอาจมาแย่งชิงทุกอย่างไปจากเขา
ประตูกระจกบานหรูถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท บอดี้การ์ดร่างยักษ์ในชุดสูทสีดำสนิทสองคนก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้า พวกมันพยักหน้ารับคำสั่งของนายหนุ่มทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยปากถามซ้ำสอง
"จัดการมันซะ... ทำให้มันรู้ว่าโลกใบนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับคนจนอย่างมัน" ธันวาออกคำสั่งเสียงเย็น ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ราวกับกำลังรอชมฉากการตายของมดปลวกใต้ฝ่าเท้า
ในเวลาเดียวกัน ห่างออกไปหลายกิโลเมตร ภายในร้านกาแฟสไตล์มินิมอลที่รินและคีย์มักจะแวะเวียนมานั่งพักผ่อน บรรยากาศรอบตัวกลับไม่ได้สงบอย่างที่ควรจะเป็น รินเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอแท็บเล็ต ดวงตากลมโตฉายแวววิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด เธอขยับเข้าไปใกล้ชายหนุ่มผู้เป็นที่รัก เอื้อมมือเรียวบางไปกุมมือหนาของคีย์ไว้แน่น
"คีย์คะ... เอ๊ย คีย์ครับ..." รินรีบเปลี่ยนสรรพนามอย่างรวดเร็วเมื่อนึกถึงคำพูดติดปากของเขา เธอบีบมือเขาเบาๆ เพื่อส่งผ่านความห่วงใย "เมื่อกี้ฝ่ายlegal ของตึกโทรมาแจ้งว่า มีกลุ่มคนแปลกปลอมพยายามเข้ามาขอข้อมูลส่วนตัวของเรา แถมยังมีคนเห็นชายชุดดำกลุ่มใหญ่มาวนเวียนอยู่แถวคอนโดเราด้วยนะคะ... เอ๊ย ครับ!"
คีย์ระบายยิ้มบางเบาออกมา เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย มือหนาพลิกกลับมาจับมือของรินไว้ หลุมลึกแห่งความอบอุ่นในแววตาของเขาคือนิรันดร์ที่หญิงสาวเชื่อใจเสมอมา
"ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับริน" เสียงทุ้มนุ่มนวลเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น สายตาของคีย์ทอดมองออกไปนอกกระจกใส เบื้องหน้าของเขาคือหน้าจอโฮโลแกรมใสแจ๋วที่ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ มีเพียงเขากำลังมองเห็นมันคนเดียวเท่านั้น
[แจ้งเตือนจากระบบเปย์คลั่ง: ตรวจพบความพยายามคุกคามเป้าหมายระดับสูงสุด (คีย์) จากกลุ่มบุคคลภายใต้คำสั่งของ 'ธันวา']
[สถานะระบบ: เปิดโหมดสวนกลับอัตโนมัติ (Maximum Retaliation Protocol)]
[เป้าหมายการทำลายล้าง: ทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลธันวา และเครือข่ายธุรกิจใต้ดินที่เกี่ยวข้อง]
[งบประมาณปัจจุบัน: ∞ (อนันต์)]
คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจมหาศาลจนบรรยากาศรอบโต๊ะกาแฟลดอุณหภูมิลงอย่างกะทันหัน ชายหนุ่มหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนหน้าจอเพื่อเปิดดูรายงานลับที่เพิ่งส่งตรงมาจากระบบและสายสืบมือดี
"นายครับ... ทุกอย่างพร้อมแล้วครับ ทางเราพบเบาะแสของ 'คนบงการตัวจริง' ที่อยู่เบื้องหลังตระกูลของธันวาแล้วครับ และตอนนี้..."
เสียงแจ้งเตือนทางปลายสายเงียบลงไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำของลูกน้องคนสนิทจะดังขึ้นด้วยความระทึกใจ
"...และตอนนี้ คนกลุ่มนั้นกำลังเดินเข้ามาในร้านกาแฟที่คุณกับคุณรินนั่งอยู่ครับ!"
กริ๊ง!
เสียงกระดิ่งหน้าร้านกาแฟดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาของชายร่างยักษ์สามคนในชุดสูทสีดำแว่นตาดำ ท่าทางคุกคามและสายตาดุดันกวาดมองไปทั่วร้าน จนลูกค้าคนอื่นต่างพากันแตกตื่นลุกหนีออกไปทางประตูกระingกันอย่างอลหม่าน รินสะดุ้งเฮือก เผลอขยับตัวเข้าไปซบไหล่กว้างของคีย์โดยสัญชาตญาณ แต่คีย์กลับตบหลังมือเธอเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยนว่าทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุม
ชายร่างยักษ์หัวหน้าแก๊งเดินตรงดิ่งมาที่โต๊ะของพวกเขา มันก้มตัวลงใช้มือค้ำโต๊ะไม้ราคาแพงแล้วจ้องหน้าคีย์ด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
"แกใช่ไหมไอ้คีย์... คุณธันวาฝากมาบอกว่า แกไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเงยหน้ามองฟ้าในเมืองนี้" ชายชุดดำเค้นเสียงขู่คำราม
คีย์ค่อยๆ วางแก้วกาแฟลงบนจานรองอย่างใจเย็น เสียงกระทบกันของเซรามิกดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตากับมัน แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีทำให้ชายร่างยักษ์ถึงกับผงถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"ฝากบอกธันวาด้วยนะ" คีย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่น่าเกรงขาม "ว่าหมาที่เห่าเสียงดังที่สุด... มักจะเป็นตัวที่ถูกเชือดก่อนเสมอ"
"ปากดีนักนะมึง!" ชายชุดดำโกรธจัด เงื้อมมือหนาขึ้นหมายจะกระชากคอเสื้อของคีย์
ทว่า... ก่อนที่มือหยาบกร้านนั้นจะแตะโดนตัวคีย์ หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าของชายหนุ่มก็สว่างวาบขึ้นด้วยแสงสีทองเจิดจ้า พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในโสตประสาท
[ระบบทำการเจาะ100% เข้าสู่ระบบการเงินของตระกูลธันวาเรียบร้อย]
[ดำเนินการยึดทรัพย์สิน หนี้สิน และสิทธิ์การถือครองหุ้นทั้งหมดในเครือ 100% เสร็จสิ้น]
[ยอดเงินในบัญชีของธันวา: 0.00 บาท]
[คำสั่งพิเศษ: ประกาศล้มละลายแก่ตระกูลธันวา ณ บัดนี้!]
Rrr... Rrr...
เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือของชายชุดดำดังขึ้นทำลายความเงียบ มันชะงักมือที่ค้างอยู่กลางอากาศแล้วรีบควักโทรศัพท์ออกมาด้วยความหงุดหงิด แต่ทันทีที่มันกดรับสายและได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความสติแตกของธันวาจากปลายสาย หน้าตาของมันก็ซีดเผือดราวกับคนQอนเลือด
"ฮ... ฮัลโหลครับคุณธันวา!... อะไรนะคับ! บริษัทถูกเทคโอเวอร์หมดแล้ว? บัญชีโดนอายัด? เป็นไปไม่ได้! เป็นไปได้ยังไงวะ!"
ชายชุดดำหันขวับกลับมามองหน้าคีย์ด้วยดวงตาที่เบิกกว้างจนแทบจะหลุดออกมาจากเบ้า ความหยิ่งยศและท่าทางคุกคามเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจที่ค่อยๆ คืบคลานเข้าเกาะกุมจิตสำนึก
คีย์แย้มรอยยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ชายหนุ่มค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทราคาแพงให้เข้าที่อย่างใจเย็น ก่อนจะโน้มใบเข้าไปกระซิบข้างหูของชายร่างยักษ์ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ทรงพลังดุจประกาศิต
"กลับไปบอกเจ้านายของแก... ว่าเกมนี้ ฉันเป็นคนแจกไพ่"
คีย์หยิบการ์ดสีดำสนิทขอบทองคำแท้ขึ้นมาถือไว้ในมือ ปลายนิ้วแกร่งกดลงบนเครื่องรูดบัตรพกพาส่วนตัวที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศจากระบบ พร้อมกับเสียงระบบดังชัดเจนในห้วงความคิด—*ติ๊ง! รูดผ่านวงเงินอนันต์เรียบร้อย*—ก่อนที่เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสีดำสนิทนับสิบลำจะบินมาจอดนิ่งสนิทบนลานจอดดาดฟ้าของตึกตรงหน้าอย่างอลังการ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของกิลด์มาสเตอร์เอสด้วยดีเสมอมาครับ
ล็อกอินวันแรก ระบบเปย์คลั่งสั่งให้ผมเป็นเจ้าของโลก•ตอนที่ 13
ศัตรูหมายเลขหนึ่งปรากฏตัว
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ระบบเปย์คลั่งสั่งให้ผมเป็นเจ้าของโลก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!